คอหนังหลายต่อหลายคนคงกำลังรอคอยให้ถึงเช้าวันที่ 27 ก.พ. 2017 เวลา 8:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ไว ๆ เพื่อลุ้นผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 89 ว่าจะมีหนังดีหนังเด่นและนักแสดงในดวงใจของตัวเองจากเรื่องไหนบ้างที่จะคว้ารางวัลตุ๊กตาทองแห่งปี 2017 นี้ไปครอบครอง

ในบล็อกนี้ เราได้รวบรวมรายชื่อผู้ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ประจำปี 2017 พร้อมกับลองทำนายทายผลเล่น ๆ ขำ ๆ แบบไม่ซีเรียสไปด้วย โดยผู้อ่านสามารถ “กดคลิก ชื่อหนัง” แต่ละเรื่องเพื่อเข้าไปอ่าน “รีวิว” หนังเรื่องนั้น ๆ ของเราได้โดยตรงทันที(เกือบ)ทุกเรื่อง

 

BEST PICTURE

  • Arrival: เรื่องของนักภาษาศาสตร์ที่ถูกส่งไปสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวผู้มาเยือน
  • Fences: เรื่องของชนชั้นกลางเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน (ยังไม่ได้ดู)
  • Hacksaw Ridge: เรื่องของชายที่สมัครไปเป็นแพทย์สนาม เขาเป็นวีรบุรุษสงครามโดยที่ไม่จับปืนและฆ่าศัตรูเลยสักคน
  • Hell or High Water: เรื่องของสองพี่น้องที่ถูกตามล่าหลังทำการปล้นครั้งใหญ่ (ยังไม่ได้ดู)
  • Hidden Figures: เรื่องของผู้หญิงผิวสีที่ไม่มีใครรู้ว่าพวกเธอทำงานอยู่ในนาซ่า
  • La La Landเรื่องของหนุ่มสาวเมืองฮอลลีวู้ดผู้เปี่ยมไปด้วยความฝัน
  • Lion: เรื่องของเด็กอินเดียภายใต้การอุปถัมภ์ของครอบครัวออสเตรเลียที่ต้องการตามหาบ้านเกิดและครอบครัวของเขา
  • Manchester by the Sea: เรื่องของชายผู้สันโดษต้องมาเป็นผู้ปกครองของหลานตามพินัยกรรมของพี่ชายเขา
  • Moonlight: เรื่องราวสามช่วงชีวิตของเด็กชายผิวสีที่เป็นเกย์และเติบโตในย่านสังคมเสื่อมโทรม

 

ปีนี้ได้ดูหนังเข้าชิงออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเกือบครบทุกเรื่อง เหลือแต่ Hell or High Water ที่ตอนมันเข้าโรง เราไม่ยอมไปดู (ตอนนี้เมเจอร์ฯ เอามาฉายอีกวันละรอบ ก็ยังหาเวลาไปดูไม่ได้) กับอีกเรื่องคือ Fences ที่ยังไม่มีค่ายไหนซื้อเข้ามาฉายในไทย

ถ้าเรียงตามลำดับความชอบส่วนตัว (เฉพาะเรื่องที่ดูแล้ว) ก็เรียงยากมาก แต่คร่าว ๆ น่าจะเป็น Manchester by the Sea La La Land Arrival > Moonlight > Hidden Figures > Hacksaw Ridge Lion กระมัง

แต่หนังโปรดของเราไม่ได้แปลว่าจะเป็นหนังโปรดของเขา ถ้าให้เดาใจกรรมการออสการ์ โดยส่วนตัวคิดว่า Manchester by the Sea ของเราคงไม่ได้รางวัลนี้ น่าจะเป็น La La Land กับ Moonlight สองเรื่องนี้ที่ต้องเชือดเฉือนกัน

ถ้าต้องฟันธงจริง ๆ ก็ไม่ง่าย แต่ถ้าเลือกคงเลือกเทไปทาง La La Land มากกว่า เพราะเชื่อว่าการที่ La La Land เข้าชิงถึง 14 สาขานี้ย่อมไม่ใช่จู่ ๆ ก็ได้รับการเสนอชื่อฟลุ้ค ๆ เล่น ๆ หลายองค์ประกอบของหนังมันต้องสมบูรณ์แบบมาก ไม่งั้นเข้าชิงสาขาต่าง ๆ นั้นไม่ได้

ตัวเลขเข้าชิงสูงสุด 14 สาขาถือเป็นสถิติสูงสุดเทียบเท่าหนังในตำนานอย่าง Titanic และ All About Eve ซึ่งในปีนั้น ๆ ทั้ง Titanic และ All About Eve ต่างก็คว้ารางวัล Best Picture ด้วยทั้งสองเรื่อง

นอกจากนี้ La La Land ยังแมสกว่าและมีเนื้อหาเกี่ยวกับวงการภาพยนตร์หรือฮอลลีวู้ด ซึ่งดูจะตรงสเป็คกับกรรมการออสการ์ทีเดียว สังเกตจากเรื่อง The Artist, Argo, Birdman (ดูลิสต์หนังออสการ์สาขา Best Picture ทั้ง 88 ปี คลิก)

อย่างไรก็ดี เราก็ประมาทม้ามืดอย่าง Moonlight ไม่ได้ ปีนี้ออสการ์อาจให้ Moonlight ได้รางวัลใหญ่เพื่อกลบข้อครหาเรื่อง #OscarsSoWhite ก็เป็นได้ หรืออาจจะจู่ ๆ ประกาศจุดยืนต่อต้านประธานาธิบดี Donald Trump อะไรทำนองนี้ก็ได้ ใครจะรู้

 

BEST DIRECTING

 

สาขาผู้กำกับกับสาขาหนังยอดเยี่ยมมักมีความสัมพันธ์กัน ถ้าไม่เชิงได้ทั้งสองสาขา ก็คือแบ่งกันคนละสาขา (เช่น ยูเอา Best Picture ไปนะ เดี๋ยวไอเอา Best Directing ไป) เช่น Spotlight กับ The Revenant ปีล่าสุด ซึ่งส่วนใหญ่ที่ผ่านมามันเป็นอย่างกรณีหลังนี่แหละ

จริง ๆ ทั้งห้าคนดีงามหมด อย่าง Denis Villeneuve นี่ก็ผู้กำกับแห่งยุคที่อาจจะทำให้โลกลืมได้เลยว่าเรามี Nolan ป๋า Mel Gibson ก็คืนฟอร์มได้สวยงาม กลับมาปุ๊บทำหนังสงครามโลกครั้งที่สองได้ติด TOP 20 แห่งประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ได้เลยมั้ง เสียแต่มีกลิ่นอายความเชยเยอะไปหน่อย และเขาก็ยังมีประวัติไม่ดีติดตัวอยู่ บางคนในวงการอาจยังไม่พร้อมแยกแยะและให้อภัย ส่วน Kenneth Lonergran ดูไปเด่นด้านบทมากกว่าด้านกำกับสำหรับ Manchester by the Sea

ผู้กำกับที่เราเชียร์คือ Damien Chazelle อายุเขาน้อยสุดในบรรดาคู่แข่ง แต่เขาก็ใช้เวลาฟูมฟัก La La Land มาหลายปีดีดัก จนกำกับและนำพาแทบทุกองค์ประกอบของหนังเข้าชิงออสการ์ถึง 14 สาขาได้ แถมการที่ต้องกำกับทั้งส่วนของเพลงและส่วนของหนังหรือการแสดงอีกเนี่ย มันไม่ง่ายเลยนะ

Barry Jenkins ผู้กำกับ Moonlight ก็ดี แต่นาทีนี้ จากมุมมองของเรา เขาอาจชนะ Damien Chazelle ได้ด้วยเหตุผลเดียว นั่นคือปีนี้ฮอลลีวู้ดต้องการสนับสนุนหนังผิวสีและผู้กำกับผิวสี อยากให้ออสการ์มีผู้กำกับผิวสีคนแรกที่คว้ารางวัล Best Directing ให้ทั้งโลกฮือฮา

ดังนั้นปีนี้เราคิดว่า Damien Chazelle ​ณ La La Love จะสร้างปรากฏการณ์ เขาจะได้ทั้งรางวัล Best Picture และ Best Directing ไม่แบ่งใคร

 

BEST LEADING ACTOR

 

สาขานี้เราได้ดูแค่ Hacksaw RidgeManchester by the Sea La La Land ถ้าวัดแค่สามคนนี้เราเทใจให้ Casey Affleck จาก Manchester by the Sea ที่สุด

Andrew Garfield ใน Hacksaw Ridge แสดงดราม่าได้ดีเหนือความคาดหมายของเรา ครึ่งแรกเขาก็เป็นเด็กหนุ่มใส ๆ อินโนเซนต์ ก่อนจะค่อย ๆ แข็งกร้าวและถูก damaged มากขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับเพราะการฝึกทหารและสงคราม แต่บทของเขาก็ยังไม่ยาก ซับซ้อน หรือขยี้หัวใจอย่างที่ออสการ์ต้องการได้ (นี่ไม่นับความเคร่งศาสนาจัดของบทของเขานั่นอีกส่วนหนึ่ง)

ส่วน Ryan Gosling ณ La La Land ได้รับตำแหน่งนักแสดงนำชายสาขาหนังเพลงหรือคอเมดี้ยอดเยี่ยมจากลูกโลกทองคำเป็นรางวัลแห่งการฝึกซ้อมร้องเต้นเล่นเปียโนไปแล้ว (เช่นเดียวกับ Casey Affleck ที่ได้รางวัลนำชายยอดเยี่ยมของหนังดราม่า) ก็คงแค่นั้นแหละ ผ่านไป

บท Lee ของ Casey Affleck เหมาะสมที่สุด บทนี้ต้องเป็นคนมีปูมหลัง เจ็บปวดฝังลึก นิ่ง ๆ เก็บกด เหมือนจะง่าย แต่ไม่ง่ายนะ อารมณ์และคาแรกเตอร์มันซับซ้อน มีความไบโพลาร์อ่อน ๆ คือถ้าเล่นไม่ถึง มันจะเหมือนคนที่หน้าอั้นขี้ตลอดเวลา แต่ Affleck เขาทำได้ดี ไม่เบ่งขี้ นึกออกปะ และเขาเองก็ฟาดมาแล้วเกือบทุกเวที ถ้าได้ออสการ์อีกสักเวที ก็คงไม่มีใครคัดค้าน

แต่ Denzel Washington จาก Fences ก็มีความเป็นไปได้อยู่บ้างท่ีจะฟาด เขาได้รางวัลสาขาดังกล่าวจากเวที Screen Actors Guild Awards (SAG) ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ จัดโดยสมาคมนักแสดงอาชีพแห่งอเมริกา

ถึงกระนั้นก็ตาม Denzel Washington ก็เคยได้แล้ว ปีนี้ให้ Casey Affleck เขาเถอะ

 

BEST LEADING ACTRESS

 

เรายังไม่ได้ดู Loving กับ Florence Foster Jenkins จึงไม่รู้ว่าเรื่องนี้ Ruth Negga กับป้า Meryl Streep ท็อปฟอร์มขนาดไหน (แต่ปกติป้า Meryl Streep เขาก็ระดับตัวแม่เรียกพี่อยู่แล้ว) แต่ที่รู้ ๆ คือ แอบงงนิดหน่อยที่ไม่มี Taraji P. Henson จาก Hidden Figures กับ Amy Adams จาก Arrival (เขาว่า Amy Adams นี่เปรียบเสมือน Leonardo ฝ่ายนำหญิง นกแล้วนกอีก กับออสการ์เนี่ย)

ใน Jackie หญิงลีหรือ Natalie Portman นี่ก็แสดงดีเหมือน Jacqueline Kennedy มาเข้าร่างทรง สำเนียง กิริยาท่าทาง แทบเหมือนเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว ถ่ายทอดอารมณ์เจ็บปวดของหม้ายหมายเลขหนึ่งได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ แต่โอกาสที่จะได้ออสการ์ตัวที่ 2 ของเธอ (ตัวแรกคือ Black Swan) มันค่อนข้างริบหรี่ เมื่อเธอถูกเมินจากหลายเวที อย่างบนเวทีลูกโลกทองคำ ก็พลาดท่าเสียทีรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมสาขาหนังดราม่าให้กับป้า Isabelle Huppert ผู้เปลืองเนื้อเปลืองตัวกับบทสาวใหญ่แซ่บและจิตที่โดนข่มขืนคาบ้านใน Elle

บนเวทีลูกโลกทองคำเช่นกัน รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมสาขาหนังเพลงหรือคอเมดี้ตกเป็นของ Emma Stone ซึ่งต้องยอมรับว่าใน La La Land นางครบเครื่องและจัดเต็มทั้งร้องเล่นเต้นระบำชนิดจ้างร้อยเล่นล้าน อันนี้คือคู่แข่งตัวจริงประจำปีของป้า Isabelle Huppert

ถ้าต้องเลือกใครสักคน ระหว่าง Isabelle Huppert กับ Emma Stone อืม… ก็คงยืนยันคำเดิมอย่างที่เคยบอกในรีวิวเรื่อง ใน Elle คือเราเชียร์ Emma Stone มากกว่า เธอเล่นถึงหมดทั้งพาร์ทดราม่า คอเมดี้ และบทนักร้อง นักเต้น นักแสดง ไม่ได้แค่ดราม่าอย่างเดียว

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เอาใจช่วย Isabelle Huppert เพราะไม่บ่อยนักที่นักแสดงฝรั่งเศสในหนังฝรั่งเศสที่พูดภาษาฝรั่งเศสจะได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงออสการ์ และป้าแกก็อายุค่อนข้างเยอะแล้ว ในขณะที่ Emma Stone ยังสาว ยังสวย… ยังมีโอกาสเข้าชิงออสการ์ได้อีกหลายสิบปี

 

BEST SUPPORTING ACTOR

 

ถึงแม้ Aaron Taylor-Johnson ผู้ร้ายหน้าหล่อจาก Nocturnal Animals จะคว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากเวทีลูกโลกทองคำ แต่เหมือนเขายังบารมีไม่ถึงพอที่จะมาถึงออสการ์ Michael Shannon ที่เล่นเป็นคุณตำรวจจากเรื่องเดียวกัน ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์แทนเขา แต่กระแสตอบรับก็เงียบเป็นเป่าสาก

Dev Patel นี่ก็จริง ๆ บทไม่น้อยนะ เป็นนักแสดงนำชายยังได้ แต่เผอิญหนังตั้งใจแชร์ความสำคัญให้บท Saroo วัยเด็กด้วย Dev ก็เลยอยู่แค่สาขาสมทบชาย บางคนก็บอกว่าเด็กเล่นดีกว่า Dev อันนี้เราโนคอมเมนต์ แต่ก็ดีใจที่ Dev Patel ได้เข้าชิงออสการ์ เขาควรได้เข้าชิงตั้งแต่เรื่องก่อน ๆ แล้ว

ลึก ๆ ใจเราแอบพิศวาสนุ้ง Lucas Hedges ที่เล่นเป็นหลานชายคู่หูคู่กัดกับ Casey Affleck ใน Manchester by the Sea เคมีเข้ากัน ดีต่อใจยิ่งนัก แต่นั่นแหละ เชียร์แค่เพราะเด็กมันหน้าตาใส ๆ มีความกรุ้มกริ่ม และการแสดงค่อนข้างเหนือมาตรฐานเด็กวัยเดียวกัน ไม่ได้หวังว่าเด็กมันจะได้จริง ๆ หรอก (แฮ่~)

ตังเต็งสาขานี้น่าจะเป็น Mahershala Ali ที่มีบทบาทในหนังผิวสีทั้ง Moonlight และ Hidden Figures ถึงแม้บทคนค้ายาของเขาจะออกน้อยมากใน Moonlight แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเป็นตัวละครที่มีความสำคัญและเปลี่ยนชีวิตของ Little หรือเด็กที่เป็นตัวเอกอย่างมหาศาล ทั้งนี้ทั้งนั้น จำนวนซีนหรือวินาทีที่ออกในหนัง ไม่สำคัญ บางคนออกไม่กี่วินาที ได้รางวัลมาแล้วก็มีถมไป

นอกจากนี้ Moonlight เป็นหนังขวัญใจนักวิจารณ์ ไหน ๆ ได้เข้าชิงออสการ์ตั้ง 8 สาขา ก็ควรได้รางวัลใหญ่ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปบ้างสักสาขาก็ยังดี ถ้าชวด Best Picture กับ Best Directing ให้ La La Land ไปแล้ว ก็คงสาขานี้แหละที่เป็นไปได้ที่สุด

 

BEST SUPPORTING ACTRESS

 

ปีนี้น่าจดจำตรงที่ออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม มีหญิงผิวสีเข้าชิงถึง 3 คนจาก 5 คน ซึ่งหลายเวทีและสื่อหลายสำนักต่างประเทศยกนิ้วให้ Viola Davis จาก Fences เป็นเบอร์หนึ่ง แต่เนื่องจากเราไม่ได้ดู Fences จึงไม่รู้เลยว่าเธอมีดีมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเอาแค่ 4 คนจาก 4 เรื่องที่เราดู แต่ละคนก็สุดยอดกันทั้งนั้น เลือกยากมาก

แต่ถ้าตัดชอยส์ออก อาจขอตัด Octavia Spencer ออกคนแรก เพราะเธอเคยได้รางวัลสมทบหญิงจาก The Help แล้ว คิดว่าไม่น่าได้อีก ถ้าออสการ์อยากให้รางวัลผู้หญิงผิวสี คงไม่ให้คนเดิมซ้ำ ๆ ถี่ ๆ (มั้ง) อีกอย่างบทบาทใน Hidden Figures ของเธอ เราก็เฉย ๆ ชอบอีกสองสาวที่เป็นเพื่อนของเธอมากกว่า

Naomie Harris เล่นเป็นแม่ของเด็กตัวเอกใน Moonlight ทั้งสามช่วงอายุ เป็นหมดทั้งแม่ที่ดี๊ดี แม่ที่ติดยา แม่ที่เป็นโสเภณี เช่นเดียวกับ Ali บทของเธอเป็นตัวละครที่มีอิทธิพลกับชีวิตของเด็กที่เป็นตัวเอกอย่างยิ่ง แถมตอนเธอถ่ายทำ เธอก็ต้องรีบถ่าย เพราะจะติดงานอื่นด้วย วีซ่าจำกัดด้วยอะไรด้วย

ใน Lion นี่เราจำฉากที่ Nicole Kidman ดูเด็กกำพร้าที่รับมาเลี้ยงเปิดตู้เย็นบ้านเธอครั้งแรกกับซีนที่เธอบอกพระเอกว่าเอาเด็กกำพร้ามาเลี้ยงทั้งที่ตัวเองก็มีลูกได้เพราะอยากช่วยให้โลกดีขึ้นได้อยู่เลย

แต่คนที่ทำให้เราอินที่สุดและร้องไห้ตามได้คือ Michelle Williams นักแสดงผู้เข้าชิงออสการ์มาแล้วสามครั้ง (รวมครั้งนี้ก็ครั้งที่สี่) ใน Manchester by the Sea เธอรับบทเป็นแฟนเก่าของ Casey Affleck ถึงแม้บทเธอจะออกมาไม่เยอะเลย แต่อินเนอร์เธอมาเต็ม และเธอก็มีอิทธิพลต่อความรู้สึกและการตัดสินใจของตัวเอกเราอย่างยิ่งยวด

 

 

สาขาใหญ่ ๆ หมดไปแล้ว สาขาย่อย ๆ ที่เหลือ ขอใส่แต่ลิสต์ และทำตัวหนา (Bold) ให้กับเรื่องที่เราเดาว่าน่าจะได้รางวัลสาขานั้น ๆ แทนละกัน ไม่บรรยายที่มาที่ไปเยอะแบบข้างบนละ และก็อาจไม่ทายทุกสาขาด้วย มันเยอะเกิน เหนื่อยจ้า

BEST ANIMATED FILM 

Zootopia ดูมานานข้ามปีแล้ว แต่เชื่อว่ายังไงสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ก็มาวินสุด ให้คะแนนเต็มเรื่องความสร้างสรรค์โลด ประเด็น Diversity ก็มีสาระทันยุคทันสมัย แต่งานแอนิเมชั่นแบบ Stop-Motion กับการใช้เทคนิค 3D printing ของ Kubo and the Two Strings ก็น่าให้กำลังใจ ขานี้เข้าชิง Visual Effect ด้วยนะ

ส่วนเรื่องอื่น ไม่ได้ดูจ้า~

BEST CINEMATOGRAPHY – ถ่ายภาพยอดเยี่ยม

  • Arrival
  • La La Land (แค่ฉากเปิดที่ปิดถนนเต้นนั่นก็ชนะทุกสิ่งแล้วค่ะ)
  • Lion
  • Moonlight
  • Silence

 

BEST ORIGINAL SCREENPLAY – บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม

 

BEST ADAPTED SCREENPLAY – บทดัดแปลงยอดเยี่ยม

 

BEST FILM EDITING – ตัดต่อยอดเยี่ยม

 

BEST PRODUCTION DESIGN

 

BEST COSTUME DESIGN

 

BEST MAKEUP & HAIRSTYLING

 

 

BEST VISUAL EFFECT

 

BEST SOUND EDITING

 

BEST SOUND MIXING

 

BEST ORIGINAL SONG

อะไรที่เป็นเพลง ยกให้ La La Land เค้าเลยค่า

BEST ORIGINAL SCORE

อะไรที่เป็นเพลง ยกให้ La La Land เค้าเลยค่า

 

BEST FOREIGN LANGUAGE FILM

เคยดูเรื่องเดียว ก็เชียร์เรื่องนี้แหละ The Salesman โดยส่วนตัวชอบนะ ดีย์~ สะท้อนสังคมมุสลิมเกี่ยวกับประเด็นทางเพศและวิถีชีวิตชนชั้นกลาง บทดีงามและดีปมาก ส่วนการแสดงนี่ยอดเยี่ยมทั้งสองผัวเมีย เอามงไปเลย