“At some point you gotta decide for yourself who you’re going to be.”

อย่าเพิ่งบ่นว่าเบื่อแล้วกับหนังเกย์ ถ้าที่ผ่านมาคุณเคยดูแค่ซีรีส์เกย์ดาษดื่นของไทย หรือแค่หนังเพศที่สามประมาณ The Danish Girl หรือ The Imitation Game ซึ่งเป็น LGBTQs ผิวขาว และค่อนข้างมีหน้ามีตาหรือฐานะทางสังคม และอย่าเพิ่งบ่นว่าเบื่อแล้วกับหนังแนว Coming-of-Age หากยังไม่ได้ดู Moonlight ของผู้กำกับ/นักเขียนบท Barry Jenkins

เพราะ Moonlight เล่าถึงการเติบโตสามช่วงวัย (เด็ก / วัยรุ่น / ผู้ใหญ่) ของชายผิวสีที่ยากจน เติบโตมาในย่านเสื่อมโทรมที่สุดในไมอามี่ ไม่มีพ่อเป็น Role Model มีแต่แม่ที่เป็นโสเภณีขี้ยา ไม่ค่อยมีเพื่อนคบ แถมยังถูกเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนรังแกไม่เว้นแต่วัน เพราะมีแนวโน้มว่าเป็นตุ๊ดเป็นเกย์ (โอย ดราม่ากว่านี้มีอีกไหม)

 

 

Moonlight แบ่งออกเป็นสามพาร์ท พาคนดูไปสำรวจการเติบโตและทำความรู้จักกับความรักและการเลือกทางเดินชีวิตของเด็กชายผิวสีคนหนึ่งทั้งสามช่วงวัยตั้งแต่เด็กจนโต แต่ละพาร์ทตั้งชื่อตามชื่อต่าง ๆ ที่ตัวเอกถูกคนอื่นเรียก

เรื่องย่อ Moonlight พาร์ทแรก: LITTLE (เป็นชื่อของตัวเอกที่เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนตั้งให้)

พ่อค้ายารายใหญ่แห่งไมอามี่ Juan (Mahershala Ali จาก The Hunger Games: Mockingjay) ช่วย Little หรือ Chiron (Alex R. Hibbert) จากเพื่อน ๆ ที่ชอบ bully เขาไว้ ตอน Juan พา Little ไปส่งที่บ้าน เจอ Paula ผู้เป็นแม่ (Naomie Harris จาก Spectre) ก็ยิ่งเห็นใจเด็ก เขากับ Teresa แฟนสาวของเขา (Janelle Monáe จาก Hidden Figures) จึงเปรียบเสมือนเป็นพ่อและแม่คนที่สองของ Little ไปโดยปริยาย ที่โรงเรียน Little มีเพื่อนคนเดียวคือ Kevin (Jaden Piner) ผู้สอนให้เขาต่อสู้เวลาโดนรังแก

เรื่องย่อ Moonlight พาร์ทสอง: CHIRON (เป็นชื่อของตัวเอกที่แม่ตั้งให้โดยกำเนิด)

Chiron ในวัยรุ่น (Ashton Sanders) เริ่มมีความสับสนเรื่องเพศของเขาชัดเจนขึ้นเมื่อเพื่อนคนเดียวของเขา Kevin (Jharrel Jerome) ไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิง และ Chiron เองก็ถูกเพื่อนในโรงเรียนกลั่นแกล้งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม่ของเขาก็ติดยาหนักขึ้น

เรื่องย่อ Moonlight พาร์ทสาม: BLACK (เป็นชื่อของตัวเอกที่เพื่อนรักคนเดียวของเขาตั้งให้)

Chiron ในวัยผู้ใหญ่ ใช้ชื่อว่า Black (Trevante Rhodes) รูปร่างสูงใหญ่กำยำ ใส่ฟันทอง และเป็นพ่อค้าขายยาในแอตแลนต้า แทบไม่เหลือเค้า Chiron หรือ Little คนเดิมนอกจากแววตา เขากลับไปเยี่ยมแม่ของเขาที่ไมอามี่ และแวะพบ Kevin (André Holland) ซึ่งปัจจุบันเป็นเชฟร้านอาหาร และเป็นพ่อม่ายลูกติด

 

 

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ Moonlight

จะเห็นได้ว่าเรื่องราวในหนัง Moonlight ไม่มีอะไรหวือหวามากนัก ดูไม่ยากแต่ก็ไม่ได้บันเทิง พูดง่าย ๆ คือพล็อตอาจไม่เหมือนหนังตลาดดูสนุกทั่วไปที่คนดูคุ้นเคย เพราะมันเล่าเหมือนเล่าชีวิตสุดแสนดราม่าของเกย์ผิวสีคนนึงจริง ๆ ด้วยงานภาพที่สวยงามน่าค้นหาและสไตล์การเล่าที่ไม่ธรรมดา

หนังตั้งชื่อแต่ละพาร์ทตามชื่อต่าง ๆ ของตัวเอก โดยแต่ละชื่อล้วนแต่เป็นชื่อที่คนอื่น…คนที่มีความสำคัญไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่งในชีวิต…เรียกเขา กล่าวคือ Little ก็เป็นชื่อที่พวกเกเรที่โรงเรียนเรียกเขา, Chiron ก็เป็นชื่อที่แม่ตั้งให้เขา, Black ก็เป็นชื่อที่ Kevin เพื่อนคนเดียวในชีวิตของเขาตั้งให้เขา

ชายหาดและทะเลที่ไมอามี่เป็นสถานที่ที่เป็นจุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตของ Little / Chiron / Black กล่าวคือ ในวัยเด็ก Juan ก็สอนให้ Little ว่ายน้ำเป็นที่นี่ พอวัยรุ่น Kevin ก็จูบเขาครั้งแรกที่นี่

 

 

จริง ๆ แล้ว ตัวละคร Kevin เป็นตัวละครที่แสดงถึงความสนใจเกี่ยวกับเรื่องเพศและการแสดงออกทางเพศที่สะท้อนถึงการพยายามปกปิดสถานะทางเพศที่แท้จริงของเขาเอง กล่าวคือ ช่วงวัยเด็ก หนังก็จะมีซีนที่ Kevin วัดขนาดอวัยวะเพศของเขากับเพื่อนชายคนอื่นในห้องน้ำโรงเรียน พอพาร์ทวัยรุ่น Kevin ก็มาคุยโวว่าเขาโดนครูทำโทษเพราะไปมีอะไรกับเด็กผู้หญิงในโรงเรียน และยังเป็นคนที่สอน Chiron เรื่องเซ็กส์ แล้วสุดท้ายในพาร์ทผู้ใหญ่ เขามีลูกเร็ว แต่งงานเร็ว และแยกกันอยู่ตั้งแต่ลูกยังไม่ทันโต เพราะเข้ากับศรีภรรยาไม่ได้

ความสัมพันธ์ระหว่าง Kevin กับ Chiron อาจจะลึกซึ้ง แต่ด้วยความรู้สึกบางอย่างนั้นแสดงออกไม่ได้ ส่วนใหญ่เราจึงจะได้เห็นแค่ Kevin เป็นครูสอน Chiron เรื่อง “การพยายามทำให้คนอื่นยอมรับ” หรือ “การพยายามเป็นส่วนหนึ่งในสังคม”

 

 

แต่น่าเศร้า… การเป็นที่ยอมรับในสังคมแบบนี้หมายความว่าพวกเขาไม่สามารถเป็นตัวเองได้ โดยเฉพาะ homosexuality หรือการเป็นเกย์หรือเป็นตุ๊ดไม่เป็นที่ยอมรับ เพื่อนจะล้อว่าอ่อนแอ จะรังแกที่เขาแปลกแยก

และน่าเศร้ายิ่งกว่าที่ “ความรุนแรง” ดูจะเป็นคำตอบเดียวที่จะอยู่รอดและได้รับการยอมรับในสังคมนี้ แม้แต่ครูผู้หญิงยังบอกเลยว่า “ถ้าจะให้คนอื่นเลิกรังแก ต้องแสดงให้เขาเชื่อว่าเราเป็น a man แล้วจริง ๆ เราต้องสู้ ต้องตอบโต้” เหมือนจะสื่อประมาณว่า ถ้า you ไม่ cruel แปลว่า you ไม่ใช่ a man

 

 

Kevin ต้องยอมใช้ความรุนแรง ต่อยตีคนอื่น เพื่อให้เพื่อนผู้ชายยอมรับ ทั้งที่เขาก็ไม่โอเค พอโตมาอีก Kevin ก็ยังมีความพยายามจะทำตาม Social Norms หลงคิดว่า การแต่งงาน มีลูก และมีงานทำ คือชีวิตที่ Happy Ending ทั้งที่ลึก ๆ เขาก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ใช่ชีวิตที่เขาต้องการ

Chiron หรือ Black เองก็เช่นกัน เขาเติบโตมาพร้อมกับบาดแผลมากมาย ทั้งภายในและภายนอก ทั้งมองเห็นได้และไม่อาจมองเห็น เพื่อให้ไม่เกิดบาดแผลซ้ำ ๆ เขาลงทุนเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่าง ฟิตหุ่นจนเป็น Mike Tyson ชนิดที่ไม่มีใครกล้าแหยม และค้ายาเจริญตามรอย Juan ผู้เป็นเสมือนพ่อบุญธรรมของเขา โดยเห็นว่า Juan มีเงิน มีอำนาจ ใคร ๆ ก็ต้องมาง้อซื้อยาจากเขา

 

 

ซึ่งเอาจริง ๆ ตอนที่ Chiron หรือ Black ยังเป็นแค่เจ้า Little วัยเก้าขวบ Juan ไม่เคยสอนเขาให้โตมาเป็นแบบเขา ตรงกันข้ามเขาสอนให้ Little เลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง อย่าให้ใครมาตัดสินแทนเราได้ว่าเราจะเป็นหรือไม่เป็นอะไร ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะ Juan ก็รู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ ที่เป็นคนขายยาให้ Paula แม่ของ Little ทำให้ชีวิตครอบครัวของ Little ย่ำแย่อย่างทุกวันนี้

แต่สุดท้าย… อย่างที่เห็น ๆ กันอยู่ ด้วยสภาพแวดล้อมที่เขาเกิดและโตมา มันไม่ง่ายเลยที่จะเป็นตัวเองแล้วจะอยู่รอดปลอดภัยในสังคม มันไม่ง่ายเลยที่จะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองในเมื่อไม่ได้มีทางเดินที่สวยงามให้เลือกผ่านมากนัก

ที่นี่… เขาเป็นได้แค่ไม่กี่อย่าง… เป็นคนขายยาหรือคนซื้อยา… เป็นผู้ล่าหรือเป็นเหยื่อ… เป็นคนทำร้ายหรือคนถูกทำร้าย…

 

 

Moonlight ผลงานสร้างของบริษัท A24 และ PLAN B ของพระเอกซูเปอร์สตาร์ Brad Pitt ผู้ซึ่งก่อนหน้านี้เคยอำนวยการสร้างหนังคนผิวสีเรื่อง 12 Years a Slave จนคว้ารางวัลออสการ์ 3 สาขามาแล้ว

เป็นหนังขวัญใจนักวิจารณ์ เข้าชิงและกวาดรางวัลมาแล้วหลายสำนัก (นับ ๆ รวมแล้ว เยอะกว่า La La Land!) รวมถึงรางวัล “ภาพยนตร์ดราม่ายอดเยี่ยม” จากเวทีลูกโลกทองคำ อีกทั้งสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกให้กับหนังคนผิวสี (People of Color) โดยการเข้าชิงออสการ์ 8 สาขา รวมถึงสาขาสำคัญอย่างสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม กำกับยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงสมทบชายหญิงยอดเยี่ยม

 

 

Moonlight เข้าฉาย 9 ก.พ. 2017 นี้ในโรงภาพยนตร์

คะแนนตามความชอบส่วนตัว 8/10

Comments

comments