Leviticus เป็นหนังรักที่สยองขวัญไม่แพ้หนังผี เพราะความน่ากลัวของมันอยู่ที่สองคำถามง่าย ๆ แต่ตอบยากมาก นั่นคือ
- คนตรงหน้าหรือความรู้สึกที่เรามีต่อกัน มันจริงหรือไม่?
- บางครั้งแค่คนสองคนรักกัน ทำไมคนอื่นต้องจงเกลียดจงชังหรือหนักหัวเขาขนาดนั้น?
ในหนังเล่าเรื่องของ Naim (Joe Bird จาก Talk to Me) หลังจากสูญเสียพ่อ เขากับแม่ (Mia Wasikowska จาก Alice in Wonderland) มาอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่เคร่งศาสนาแห่งหนึ่ง ที่นี่เขาได้พบกับ Ryan (Stacy Clausen) เด็กหนุ่มที่ทำเป็นเมินเฉยเขาที่โรงเรียน แต่กลับแสดงความรู้สึกอีกแบบหนึ่งเมื่ออยู่กันแค่สองคน วันนึง Naim เกิดความหึงหวงและสับสน จึงไปฟ้องผู้ใหญ่ว่า Ryan กับ Hunter (Jeremy Blewitt) มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ทำให้ทั้งสองถูกจับเข้าพิธีไล่ความเป็นเกย์ออกจากร่าง และหลังจากนั้น พวกเขาก็เริ่มมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น
คอนเซ็ปต์ของหนังชวนให้นึกถึง It Follows แต่เปลี่ยนจากการมีเซ็กส์กับใครก็ได้ มาเป็นประเด็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งหรือซับซ้อนขึ้น รวมถึงความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน (homophobia)
หนังสยองขวัญที่มีปิศาจหรือสัตว์ประหลาดมักเป็นหนัง metaphor ซ่อนอยู่ สำหรับเรา ปิศาจในเรื่องอาจหมายถึงความกลัว ความปรารถนาที่ต้องซ่อนเร้น ความรู้สึกผิดบาปของคนที่ถูกสังคมตีตรา
ที่น่าสนใจคือ สิ่งเหล่านั้นจะปรากฏขึ้นเฉพาะกับตัวละครเกย์ที่ถูกสังคมจับได้หรือถูกประณามแล้ว และปิศาจที่กลายร่างเป็นคนที่เขาปรารถนาที่สุด ก็จะปรากฏตัวเฉพาะในช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่คนเดียวหรืออยู่ในที่ที่ลับตาคน
ถ้าเทียบกับ Obsession ที่เพิ่งดูไปเมื่อสัปดาห์ก่อน Leviticus อาจไม่ใช่หนังที่น่ากลัวมากนัก แต่ก็เป็นความน่ากลัวที่ใกล้ตัว เป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การบูลลี่ การทำร้ายร่างกาย ไปจนถึงการถูกสังคมและศาสนาตัดสินว่า ความรักของคนบางคนเป็นเรื่องผิดบาป หรือเป็นเพียงกิเลสตัณหาชั่วคราว
ความกลัวที่ชัดเจนในหนังก็คือ ในเมื่อสังคมบอกว่า มันไม่ถูกต้อง มันไม่ควรมีอยู่ เราก็เกิดความรู้สึกกังขาว่า ความรู้สึกที่เรามีต่อกันมันจริงหรือไม่ คนที่อยู่ตรงหน้ามันจริงหรือเปล่า