ถึงแม้ La La Land จะเงิบจากเหตุการณ์จดหมายผิดซองกลางเวที และพ่ายรางวัลใหญ่ที่สุดแก่ Moonlight แต่ La La Land ก็คว้าสูงสุด 6 รางวัลจากการเข้าชิงสูงสุดในประวัติศาสตร์ 14 สาขา ออสการ์แต่ละสาขาปีนี้ จะตกเป็นของใครบ้าง มาดูกัน! (ผู้อ่านสามารถ “กดคลิก ชื่อหนัง” แต่ละเรื่องเพื่อเข้าไปอ่าน “รีวิว” หนังเรื่องนั้น ๆ ของเราได้โดยตรงทันที(เกือบ)ทุกเรื่อง)

 

BEST PICTURE

  • Arrival: เรื่องของนักภาษาศาสตร์ที่ถูกส่งไปสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวผู้มาเยือน
  • Fences: เรื่องของชนชั้นกลางเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน (ยังไม่ได้ดู)
  • Hacksaw Ridge: เรื่องของชายที่สมัครไปเป็นแพทย์สนาม เขาเป็นวีรบุรุษสงครามโดยที่ไม่จับปืนและฆ่าศัตรูเลยสักคน
  • Hell or High Water: เรื่องของสองพี่น้องที่ถูกตามล่าหลังทำการปล้นครั้งใหญ่ (ยังไม่ได้ดู)
  • Hidden Figures: เรื่องของผู้หญิงผิวสีที่ไม่มีใครรู้ว่าพวกเธอทำงานอยู่ในนาซ่า
  • La La Landเรื่องของหนุ่มสาวเมืองฮอลลีวู้ดผู้เปี่ยมไปด้วยความฝัน
  • Lion: เรื่องของเด็กอินเดียภายใต้การอุปถัมภ์ของครอบครัวออสเตรเลียที่ต้องการตามหาบ้านเกิดและครอบครัวของเขา
  • Manchester by the Sea: เรื่องของชายผู้สันโดษต้องมาเป็นผู้ปกครองของหลานตามพินัยกรรมของพี่ชายเขา
  • Moonlight: เรื่องราวสามช่วงชีวิตของเด็กชายผิวสีที่เป็นเกย์และเติบโตในย่านสังคมเสื่อมโทรม

 

 

อย่างที่เราเคยบอกในบล็อก รวมรีวิวหนังออสการ์และทายผลออสการ์ 2017 ว่า La La Land อาจจะเต็งจ๋าก็จริง แต่ก็ประมาทม้ามืดอย่าง Moonlight ไม่ได้ เพราะปีก่อนเวทีนี้โดนครหาเรื่อง #OscarsSoWhite และปีนี้กระแสต่อต้านประธานาธิบดี Donald Trump ก็มาแรงเหลือเกิน

ในที่สุด La La Land ได้ขึ้นชื่อเป็น Best Picture อยู่ประมาณ 2 นาทีครึ่ง ก่อนที่จะถูกคั่นสปีชกลางเวที ชนิดเงิบกันทั้งโลก และสรุปคือ “จดหมายผิดซอง” ตัวจริงต้องเป็น Moonlight

 

BEST DIRECTING

 

Damien Chazelle กลายเป็นผู้กำกับที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัลออสการ์สาขาการกำกับ แต่เขาก็คู่ควรกับรางวัลจริง ๆ เขาฟูมฟัก La La Land มาหลายปีดีดัก จนกำกับและนำพาแทบทุกองค์ประกอบของหนังเข้าชิงออสการ์ถึง 14 สาขาได้ แถมการที่ต้องกำกับทั้งส่วนของเพลงและส่วนของหนังหรือการแสดงอีกเนี่ย มันไม่ง่ายเลยนะ

La La Land ก็เอาสาขานี้ไป ส่วนรางวัลใหญ่อย่าง Best Picture ก็ให้ Moonlight ไป ตามสูตรออสการ์ ที่ชอบเอาสองสาขานี้มาแบ่ง ๆ ถัว ๆ ให้กับตัวเต็งสองเรื่องของปีนั้น ๆ ให้เอากลับบ้านไปกันคนละรางวัล

 

BEST LEADING ACTOR

 

 

ไม่พลิกโผและไม่เสียแรงที่เชียร์ บท Lee ของ Casey Affleck ใน Manchester by the Sea ถึงแม้อีกหนึ่งตัวเต็งอย่าง Denzel Washington จาก Fences จะต้องชวดไป แต่สปีชบนเวทีที่ Casey Affleck พูดตอนรับรางวัล เขาก็ขอบคุณครู Denzel Washington ด้วยนะเออ

 

BEST LEADING ACTRESS

 

ถึงแม้หลายคนจะเชียร์นักแสดงสาวใหญ่จากฝรั่งเศส Isabelle Huppert ผู้ยอมลงทุนเปลืองเนื้อเปลืองตัวกับบทสาวใหญ่แซ่บและจิตที่โดนข่มขืนคาบ้านใน Elle แต่ Emma Stone ณ La La Land นางครบเครื่อง จัดเต็มทั้งร้องเล่นเต้นระบำชนิดจ้างร้อยเล่นล้าน บทก็มีหมดทั้งพาร์ทดราม่า คอเมดี้ และบทนักร้อง นักเต้น นักแสดง ฯลฯ จนชนะใจกรรมการยิ่งกว่าและคว้ารางวัลนำหญิงไปสวย ๆ

จริง ๆ เห็นใจ Isabelle Huppert นานทีออสการ์จะให้เข้าชิง และป้าแกก็อายุค่อนข้างเยอะแล้ว ไม่ได้ปีนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้อีกมั้ย ไม่รู้เลย

 

BEST SUPPORTING ACTOR

 

Mahershala Ali จาก Moonlight เป็นตัวละครที่มีความสำคัญและเปลี่ยนชีวิตของ Little หรือเด็กที่เป็นตัวเอกอย่างมหาศาล ถึงแม้จะออกน้อยมากก็ตาม

 

BEST SUPPORTING ACTRESS

 

ปีนี้น่าจดจำตรงที่ออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม มีหญิงผิวสีเข้าชิงถึง 3 คนจาก 5 คน ซึ่ง Viola Davis จาก Fences ก็คว้ารางวัลไป เช่นเดียวกับที่เธอก็คว้ามาแล้วจากหลายสำนัก (แต่เราไม่ได้ดู หนังมันไม่เข้าไทยยยยยย)

 

BEST ANIMATED FILM 

 

Zootopia นอนมาด้วยความสร้างสรรค์และสื่อประเด็น Diversity ซึ่งมีสาระทันยุคทันสมัยในวาระของทรัมพ์

 

BEST CINEMATOGRAPHY – ถ่ายภาพยอดเยี่ยม

 

La La Land นี่แค่ฉากเปิดที่ปิดถนนเต้นนั่นก็ชนะทุกสิ่งแล้วค่ะ เอาจริง

 

BEST ORIGINAL SCREENPLAY – บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม

 

เราชอบ Manchester by the Sea มากที่สุดในบรรดาหนังที่เข้าชิง Best Picture ปีนี้ เพราะเราเป็นคนชอบหนังที่บท แต่ก็เข้าใจว่าหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้พีคมากขนาดจะเป็นเจ้าของรางวัล Best Picture อย่างไรก็ดี ดีใจมาก ๆ ที่เขาได้สาขานี้ เพราะบทดีงาม ไร้ที่ติจริง ๆ

 

BEST ADAPTED SCREENPLAY – บทดัดแปลงยอดเยี่ยม

 

Moonlight ชนะก็ไม่แปลกใจ เพราะเขาดีปสุด สะท้อนหลายประเด็นมาก

 

BEST FILM EDITING – ตัดต่อยอดเยี่ยม

 

BEST PRODUCTION DESIGN

  • La La Land (เจ้าอื่นเค้าไปอนาคตหรือแฟนตาซี แต่เจ้านี้มาแนวย้อนยุคคุมโทน และวินด้วย)

 

BEST COSTUME DESIGN

 

BEST MAKEUP & HAIRSTYLING

  • Suicide Squad (งง ๆ ว่าชนะ Star Trek ได้ไงเหมือนกัน)

 

BEST VISUAL EFFECT

 

BEST SOUND EDITING

 

BEST SOUND MIXING

 

BEST ORIGINAL SCORE

อะไรที่เป็นเพลง ยกให้ La La Land เค้าเลยค่า

 

BEST ORIGINAL SONG

เป็นเพลงที่เหมาะที่จะเปิดหรือเล่นในงานออสการ์ที่สุดละ

 

BEST FOREIGN LANGUAGE FILM

The Salesman ของ Asghar Farhadi ผู้กำกับชาวอิหร่านได้รางวัลไปตามคาด ถึงแม้ Asghar Farhadi จะได้รับข้อยกเว้นให้มาร่วมงานออสการ์ได้ แต่เขาก็ไม่ยอมมา เพราะเขามองว่าไม่แฟร์กับเพื่อนร่วมเชื้อชาติ (รวมถึงอีก 6 ประเทศมุสลิม) ที่ถูกประธานาธิบดีแบน แน่ปะล่ะ