เพียงไม่กี่ปีมานี้ ค่าย Marvel ทำหนังซุปเปอร์ฮีโร่ออกมากว่าสิบเรื่อง และพาพวกเราไปรู้จักกับซูเปอร์ฮีโร่หล่อสวยหรือรวยมากกันมาแล้วนับสิบ ล่าสุดจักรวาล Marvel ได้ขยายขีดจำกัดของพลังวิเศษเหนือธรรมชาติไปที่อีกศาสตร์หนึ่ง… “เวทมนตร์”

 

เรื่องย่อ Doctor Strange

Dr. Stephen Strange (Benedict Cumberbatch จาก Sherlock และ The Imitation Game) เดิมเป็นหมอประสาทผู้มีสติปัญญาฉลาดล้ำเลิศ อีโก้สูง และใช้ชีวิตอย่างฟู่ฟ่าหรูหรา แต่แล้ววันนึงชีวิตของเขาต้องพลิกผันหลังจากประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำทำให้เขาไม่สามารถกลับมาเป็นหมอผ่าตัดและทำงานได้ดังเดิม

เมื่อศาสตร์แพทย์ตะวันตกไม่สามารถเยียวยาให้เขาหายขาดเป็นปกติได้ เขาจึงเดินทางไปเนปาลเพื่อพึ่งศาสตร์ตะวันออก ที่นั่นเขาได้เรียนรู้พลังจาก The Ancient One (Tilda Swinton จาก The Chronicles of Narnia และ Snowpiercer) และฝึกวิชากับ Mordo (Chiwetel Ejiofor จาก 12 Years a Slave) รวมถึงค้นคว้าหาวิชาเพิ่มเติมในห้องสมุดกับ Wong (Benedict Wong จาก The Martian) โดยทิ้งกิ๊ก Dr. Christine Palmer (Rachel McAdams จาก SpotlightAbout Time, ฯลฯ) ไว้ข้างหลัง

ในขณะเดียวกัน ที่สำนัก เขาก็ต้องช่วยเหล่ามาสเตอร์ต่อสู้กับจอมเวทย์ฝ่ายมืดซึ่งนำโดย Caecilius (Mads Mikkelsen จาก Hannibal) ผู้ประสงค์ชีวิตอันเป็นอมตะเหนือกาลเวลา

 

 

 

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ Doctor Strange

จริง ๆ ก็เห็นท่าตั้งแต่ในเทรลเลอร์แล้วว่า Dr. Strange เน้นโชว์แต่งาน Visual Effect หรือ CGI อันยิ่งใหญ่ตระการตาราคา Marvel แต่ตอนนั้นก็ไม่คิดว่าในตัวหนังเต็ม ๆ จะพล็อตธรรมดา ตัวละครไร้มิติ และดำเนินเรื่องหน่วงได้ขนาดนี้

เข้าใจว่า หนังต้องปูแบ็คกราวนด์ของ Dr. Strange เยอะหน่อย เพราะเป็นภาคแรกของเขา ถือเป็นตัวละครใหม่ อย่างในเรื่องนี้ก็แทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับฮีโร่ตัวอื่นใน The Avengers หรือของ Marvel ตัวอื่น ๆ เลย (ดังนั้น ไม่ต้องมีความรู้หรือเคยดู The Avengers มาเลย ก็ดูรู้เรื่อง) แต่ที่เบื่อคือพล็อตของ Dr. Strange ไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย

 

 

ตัวละครหลักในเรื่องมีเวทมนตร์ เพียงแต่ใคร ๆ ก็เป็นจอมเวทย์ได้ถ้าเรียนรู้และฝึกฝนอย่างถูกวิธีในสำนักเส้าหลินอย่าง Kung Fu Panda ต่างจากเวทย์มนตร์คาถาใน Harry Potter ที่ส่วนใหญ่พวกพ่อมดแม่มดมักจะมีพรสวรรค์นั้นแต่กำเนิดหรือโดยสายเลือด แล้วตัวร้ายก็เป็นอดีตนักเรียนเก่าของโรงเรียนที่ฝักใฝ่ด้านมืด ซึ่ง ณ ที่นี้คือความอมตะอยู่ยงคงกระพันชาตรี ทั้งนี้ยังไม่นับการบิดเบือนหรือการเล่นกับสถาปัตยกรรมอย่างใน Inception นั่นอีกเรื่อง

เนื้อเรื่องมีการสอดแทรกหลักธรรมะและกลิ่นอายตะวันออกที่นักแสดงกว่า 80% เป็นตะวันตก เช่น บท The Ancient One หรือหัวหน้าประจำสำนักเนี่ย จริง ๆ ต้องเป็นคนเอเชีย แต่หนังเรื่องนี้ก็ So White มาก ให้ Tilda Swinton เป็น The Ancient One ซะอย่างนั้น แต่ดีที่เจ๊ Tilda Swinton นางฝีมือระดับตัวแม่ เราเลยไม่กังขาอะไรกับบทของนางเท่าไหร่

 

Dr. Strange มีนิสัยและไลฟ์สไตล์คล้าย Tony Stark หรือ Iron Man ซึ่งเราคิดว่าคนดูหลายคนน่าจะชอบ เพราะจะได้เห็นพาร์ทนิสัยไม่ดี๊ไม่ดีของคนรวยคนเก่งกันอีกแล้วเจ้าค่ะ ส่วนการแสดงของ Benedict Cumberbatch นั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว โดยเฉพาะคาแรกเตอร์ที่มีมาดฉลาด อีโก้สูง คล้ายบท Sherlock + Alan Turing ที่เขาเคยสวมด้วยแล้ว ยิ่งสบายใหญ่ จะเสียก็แต่เคมีไม่ค่อยเข้ากับ Rachel McAdams ทำให้พาร์ทโรแมนติกดร็อปมาก

จะว่าไปแล้วก็เสียดายฝีมือของ Rachel McAdams เพราะเรื่องนี้นางกลายเป็นนางเอก Marvel ที่บทน้อยที่สุดคนหนึ่งในจักรวาลมาร์เวลเลยก็ว่าได้ คือบท Dr. Christine Palmer ในเรื่องนี้เนี่ยเป็นบทที่ไม่ต้องใช้คนฝีมือระดับ Rachel McAdams มาเล่นก็เล่นได้อะ หรือไม่ต้องมี Dr. Christine Palmer อะไรนี่ไปเลย เส้นเรื่องก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยนะ

ตัวละครตัวอื่น ๆ ก็เช่นกัน ตื้นเขินมาก ถ้าไม่นับ Benedict Cumberbatch กับ Tilda Swinton เราว่าหนังเรื่องนี้ใช้นักแสดงยังไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ ผ้าคลุมสีแดงของ Dr. Strange ยังได้ซีนซะกว่า

 

 

สิ่งที่ชูโรงของเรื่องก็เห็นจะเป็นงาน Visual และ CGI ที่ล้ำเลิศเหนือจินตนาการนี่แหละ เหมือนเอาฉากของ Nolan มาต่อยอดและเพิ่มความเว่อร์วังมากขึ้น ฉากสถาปัตยกรรมบิดเบือนพวกนี้เป็นไฮไลท์ก็จริงแต่ของแบบนี้ให้ดูรอบเดียวก็เบื่อแล้วแหละ เราว่าอย่างนั้น

โดยสรุป หนังไม่มีอะไรเลยนอกจากงาน Visual และ CGI และมุกตลกหรือความกวนตีนสไตล์มาร์เวลที่ยังคงทำได้ดี ดังนั้น ถ้าคิดซะว่าไปดูหนังตลกก็อาจจะฟีลกู๊ดขึ้นมาระดับหนึ่งก็ได้ อย่าไปคิดอะไรมาก เพราะเนื้อเรื่องไม่มีอะไร แฝงข้อคิดและสัจธรรม ซึ่งเราตามทันบ้างไม่ทันบ้าง ส่วนฉากบู๊แอ็คชั่นก็ไม่โดดเด้งแต่อย่างใด โดยเฉพาะช่วงท้าย… เฉยมาก

สุดท้ายนี้ก็ได้แต่หวังว่าภาคหน้า Dr. Strange จะมีอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ และน่าสนใจกว่านี้มาโชว์ของให้พวกเราดูมากขึ้น เพราะพลังของคุณหมอแปลกนี่ เอาจริง ๆ เลยนะ เจ๋งกว่าหลายตัวใน The Avengers เสียอีก

คะแนนตามความชอบส่วนตัว 7/10 เข้าฉาย 26 ต.ค. 2016 นี้

 

 

ป.ล. มี End Credit สองรอบ ควรดูจนจบ เพราะทั้งสองอันเป็นเครดิตที่ปูไปยังเรื่องต่อไปเรื่องอื่น ๆ ของจักรวาลเขา
ป.ล. (2) ปู่ Stan Lee ที่มาโผล่ในหนังมาร์เวลทุกเรื่องก็ยังคงโผล่มาเช่นเคย แต่ไม่ค่อยเนียนเท่าเรื่องก่อน ๆ สักเท่าไหร่นัก

 

 

อ่านเพิ่มเติม 10 สิ่งที่รู้ตอนนี้เกี่ยวกับ Doctor Strange หมอแปลกเปิดมิติแห่งจักรวาลมาร์เวล