หนัง “The Rock” ก็คือหนัง “The Rock” กล่าวคือ…

  • “The Rock” เป็นฮีโร่ เป็นคนอึดตายยาก มีสกิลการต่อสู้ เช่น เป็นทหารเก่า เป็น CIA เก่า
  • เป็นหนังวินาศสันตะโร หรือแนวเน้นแอ็คชั่น ผจญภัย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความเป็นหนังมิตรภาพและครอบครัว
  • บทบางเบาแบบแทบไม่มีอะไรเลย โอเว่อร์ ไม่สมเหตุสมผล แต่แม่งโคตรสนุก!

และนั่นคือนิยามของหนัง “The Rock”  ที่เหมือนจะ copy + paste เอามาใส่ในบทรีวิวหรือวิจารณ์ หนัง “The Rock”  ได้แทบทุกเรื่อง

ในเรื่องนี้ “The Rock” หรือ Dwayne Johnson รับบทเป็น Will Sawyer ที่ปรึกษาด้านระบบรักษาความปลอดภัยของตึก Pearl ตึกใหม่ที่สูงที่สุดในโลก ณ ใจกลางฮ่องกง โดย ณ ตอนนี้ตึกยังเปิดให้บริการแค่ส่วนล่างซึ่งเหมือนเป็นส่วนของศูนย์การค้า แต่ส่วนที่พักอาศัยยังไม่เปิดให้จับจองและเข้ามาอยู่ เพราะยังต้องรอผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยก่อน

เหตุเกิดขึ้นเมื่อมีผู้ก่อการร้ายชาวยุโรป Kores Botha (Roland Møller จาก Atomic Blonde) ลอบเข้ามาวางเพลิงชั้นที่ 96 และปิดระบบดับเพลิง ซึ่งทำให้ชั้นที่อยู่เหนือขึ้นไปนั้นถูกเพลิงลุกลามขึ้นไปด้วย โดย ณ ขณะนั้น ทั้งตึกมีผู้อยู่อาศัยอยู่คือ อภิมหาเศรษฐีอัจฉริยะ Zhao Long Ji (Chin Han จาก Ghost in the Shell) ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของตึก และบอดี้การ์ดของเขา กับครอบครัวของ Sawyer อันได้แก่ Sarah (Neve Campbell จาก Scream) ภรรยาของเขา และลูกเล็กอีก 2 คน

ณ ขณะนั้น Will Sawyer ยังอยู่ข้างนอก แถมยังอยู่ใส่ความว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เขาจึงต้องพยายามหนีการไล่ล่าและใน๘ขณะเดียวกันก็ต้องหาทางขึ้นไปบนตึก และช่วยพาครอบครัวของเขากลับลงมาโดยปลอดภัย

และ… สำหรับรีวิว เราก็คงต้องยกเอาที่กล่าวไปแล้วข้างต้น และที่เคยกล่าวไปแล้วคล้าย ๆ กันจากหนังเรื่องอื่น ๆ ของ “The Rock” ว่ามันเป็นหนังที่พระเอกมีความเก่งเว่อร์เกินมนุษย์ สกิลรอบด้าน โดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยี หรือกระทั่งปืนผาหน้าไม้ (ถ้า Avengers รับเขาเข้าทีมแต่แรก Thanos อาจมิสามารถเอาหินอิฟินิตี้ไปได้ครบ) เรื่องอื่นขับ ฮ. ได้ ขับเรือได้ เรื่องนี้เพิ่มเติมมาอีก บังคับเครนได้ และไต่ตึกได้แบบ Tom Cruise ใน Mission Impossible แถมตึกที่เขาต้องไต่นี่ก็ครีเอทได้ล้ำเว่อร์เหนือจินตนาการไปแสนลี้ เว่อร์ไปแล้ว ต้องเว่อร์ให้สุด สรุปความเว่อร์นี่ให้ 11/10 ไปเลย

ด้วยบทอันอ่อนด๋อยชนิดเด็กประถมมาเขียนยังเขียนได้ ทำให้บางทีเราก็หงุดหงิดในความเบาของบท ยังไม่นับตัวโกงที่บทจะเก่งก็เก่ง บทจะอ่อนก็อ่อน แต่ที่น่าหงุดหงิดกว่าคือ เราพบว่าตัวเราเองสนุก ลุ้น และมัน(ส์)ไปกับมัน ถึงแม้ปลายทางเราจะรู้ว่า “The Rock” จะชนะ จะรอด จะไม่ตกตึกตาย และครอบครัวของเขาจะอยู่รอดปลอดภัยทุกคนอย่างที่แล้วมา (“The Rock” ไม่ชอบทำหนังจบไม่สวย ขนาด Rampage เขายังบอกให้เปลี่ยนบทจากในเกมเลยว่า ลิงห้ามตาย) แต่เราก็จะยังตื่นเต้นและลุ้นระทึกไปกับเขาจนบางฉากก็แทบกลั้นลมหายใจ

สิ่งที่น่าชื่นชมคือ ด้วยโลเกชั่นที่อยู่บนตึกแทบทั้งเรื่อง และใช้สถานที่เพียงไม่กี่จุดภายในตึกใหญ่โตแห่งนี้ (เช่น เพนท์เฮ้าส์ห้องเจ้าของตึก ห้องของครอบครัวพระเอก ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และสวนส่วนกลางของตึก เป็นต้น) แต่แต่ละซีนก็มีฉากที่น่าจดจำและแตกต่างจากหนังแนวนี้เรื่องอื่น ๆ ได้อย่างดี (ยกเว้นฉากไต่ตึกที่ดัดแปลงมาจาก Tom Cruise ปีนตึกดูไบใน Mission Impossible อีกที) และเล่นเสียว ๆ กับตึกสูง ๆ ได้คุ้มอยู่สมกับชื่อเรื่อง

คะแนนตามความชอบส่วนตัว 7/10

รีวิว Skyscraper: เดอะร็อคไต่ระห่ำตึกเสียดฟ้า
หนังเดอะร็อคก็ยังเป็นหนังเดอะร็อค
Plot & Story5
Acting Performance7
Production8.5
6.8Overall Score

Comments

comments