“Sometimes, the thing you’ve been looking for your whole life, is right there beside you all along.”

เมื่อ 2-3 ปีก่อน จำได้ว่าเราไปดู Guardians of the Galaxy แบบไม่คาดหวังอะไรนอกจากความบันเทิงทั่วไปสไตล์มาร์เวล อย่างพระเอกนี่ก็นะ… ตอนนั้นคือใครวะ ไม่รู้จัก… แต่พอเอาเข้าจริง หนังสนุกและบันเทิงเกินคาดโคตร ๆ  Chris Pratt เองก็ถือว่าแจ้งเกิดเต็มตัวเลยก็ว่าได้

จากวันนั้นถึงวันนี้ หนังเปลี่ยนชีวิตของ Chris Pratt ก็เดินทางมาถึงภาคต่อในชื่อของ Guardians of the Galaxy Vol. 2 โดยภาคนี้สเกลใหญ่ขึ้น ตัวละครเยอะขึ้น และมีจุดเชื่อมต่อไปยัง Infinity War แห่งจักรวาลมาร์เวลต่อไป

 

 

เรื่องย่อ Guardians of the Galaxy Vol. 2

แก๊ง Guardians of the Galaxy ได้แก่ Peter Quill หรือ Star-Lord (Chris Pratt จาก Jurassic World และ Passengers), Gamora (Zoe Saldana จาก Avatar และ Star Trek), Drax (Dave Bautista จาก Spectre), Rocket (Bradley Cooper จาก American Sniper และ Silver Linings Playbook), และ Baby Groot (Vin Diesel จาก Fast & Furious และ xXx) ต้องรับมือกับ Sovereign ชนเผ่าตัวทองอร่าม ภายใต้การนำของราชินี Ayesha (Elizabeth Debicki จาก The Man from U.N.C.L.E.) และพวกของ Yondu (Michael Rooker จาก The Walking Dead) ผู้เป็นพ่อเลี้ยงตัวฟ้าของ Peter

ระหว่างการผจญภัย ก็มีบททดสอบความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกแก๊ง รวมถึงความสัมพันธ์ของ Gamora กับน้องสาวตัวแสบ Nebula (Karen Gillan จาก Oculus) และความสัมพันธ์ระหว่าง Peter Quill กับ Ego (Kurt Russell จาก The Hateful Eight และ Fast & Furious) ชายผู้อ้างว่าเป็นพ่อของเขา

 

 

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ Guardians of the Galaxy Vol. 2

ใครที่เคยดูหรือชื่นชอบ Guardians of the Galaxy ภาคแรกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รับประกันว่าจะต้องชอบภาคนี้เหมือนเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะอย่างน้อยเราต่างก็มีความผูกพันกับตัวละครและเข้าใจคาแรกเตอร์ของทุกคนอยู่แล้วว่า เออ… มันก็โง่ ๆ บ้า ๆ แบบนี้เนี่ยแหละ

ส่วนใครที่ไม่เคยดูภาคแรกก็ดูรู้เรื่องนะ เพราะแก่นหลักของภาคแรกมันก็แค่เน้นการฟอร์มทีมของเจ้าฮีโร่ทั้งห้า แต่ก็อาจจะมีบ้างบางมุกที่อาจเก๊ตหรือขำน้อยกว่าพวกที่เคยดูภาคแรกมาก่อน

สำหรับ Guardians of the Galaxy Vol. 2 ภาคนี้ เริ่มชัดเจนว่าได้รับแรงบันดาลใจจาก Star Wars มากขึ้น Peter Quill มีความเป็น Luke Skywalker ชัดขึ้น เช่น ยกตัวอย่างจากในเทรลเลอร์ ฉากที่ Ego (Kurt Russell) ลงมาจากยานแล้วบอกกับ Peter ว่า “กูเป็นพ่อมึง” นั่นแหละใช่เลย

โดยส่วนตัวเราชอบประเด็นใน GotG2 มากกว่าตรงที่เน้นประเด็นครอบครัวนี่แหละ แล้วทำได้ครบรส บทจะซึ้งก็ซึ้ง บทจะฮาก็ฮา และถ้าเปรียบเทียบกับ Fast 8 ที่เพิ่งดูไป เราชอบประเด็นครอบครัวใน GotG2 มากกว่า เพราะเขานำเสนอความหมายของครอบครัวในมิติที่ลึกซึ้งและหลากหลายกว่า ไม่ว่าจะครอบครัวในรูปแบบร่วมสายเลือดหรือนอกสายเลือด เขาก็ทำได้ลงตัว ไม่ดูยัดเยียดจนเกินงาม

อย่างไรก็ดี ประเด็นครอบครัวของ GotG2 นี่ก็เส้นเรื่องเยอะใช่เล่นอยู่ แถมพยายามแฝงเรื่อง racism ประมาณว่า คิดว่าชาติเชื้อของตัวเองสูงส่งหรือมีอารยะกว่าพวกอื่น ๆ เช่น พวกเผ่าตัวเงินตัวทองที่ทองอร่ามทั้งตัวนั่น เป็นต้น ทั้งหมดทั้งมวล พูดง่าย ๆ คือ เขาพยายามให้หนังมีอะไร พยายามเล่นสเกลที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งถ้าพูดตามตรง เขายังจัดการเส้นเรื่องและตัวละครได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก เช่น…

  • เราเสียดาย Nebula ตัวร้ายภาคก่อน ที่ภาคนี้ไม่ได้โชว์สกิลอย่างที่ควรจะเป็น เหมือนหนังเอาเธอมาเน้นความสัมพันธ์ sisterhood กับ Gamora เสียมากกว่า
  • หรือ Stakar (Sylvester Stallone จาก Rambo) ที่เหมือนมาเดินลอยไปลอยมามากกว่าจะเรียกว่าเปิดตัว
  • แล้วพระเอกอย่าง Chris Pratt ในภาคนี้นี่ไม่ค่อยเด่นและไม่ค่อยมีซีนน่าจดจำนะ เพราะโดนเพื่อนขโมยซีนหมด ถ้าอยากจดจำ Chris Pratt นี่ ไปดูเรื่อง The Magnificent Seven ยังมีฉากให้จดจำเขาซะมากกว่า

แล้วอีกอย่างคือ ฉากต่อสู้ช่วงไคลแมกซ์ เรายังรู้สึกว่า ทำไมตัวร้ายของ GotG2 มันโหดได้แค่นี้แหละ มันน่าจะสู้กันได้พีคกว่านี้อีกนะ คือถ้าเป็นพาร์ทแอ็คชั่นหลัก ๆ ของเรื่อง เราชอบใน Fast 8 มากกว่า แต่ไม่ใช่ว่า GotG2 บู๊ไม่สนุกนะ พูดจริง ๆ คือ สนุกเลย มันก็บันเทิงในแบบของมัน

แต่จุดอ่อนทั้งหลายเหล่านั้น เราก็มองข้ามและให้อภัยได้หมดนะ เพราะโดยภาพรวม มันยังสนุกและบันเทิงทั้งเรื่อง ตัวละครทุกตัวมีเสน่ห์ โดยเฉพาะ Baby Groot นี่น่ารักและขโมยซีนตลอด ทำเอาคนดูหลงรักได้ยัน End Credit (เออ End Credit มีทั้งหมด 5 ตัวนะ รอดูให้ครบ ไม่งั้นจะเหมือนดูหนังไม่จบ) มุกตลกหลายมุกนี่ก็ยอมใจเขาจริง ๆ มุกสามบาทห้าบาทมันก็กล้าเล่น เช่น มุกที่เรียกเจ้า Rocket เป็นสัตว์สารพัดชนิด มันก็เล่นอยู่นั่นแหละ เล่นจน Rocket จะเป็นสัตว์ทุกสปีชีส์ทั้งโลกหมดอยู่ละ มันก็จะเล่น (แล้วประเด็นคือ เราขำให้มันด้วยไง เอากับมันสิ)

สุดท้าย ที่เราชอบที่สุดใน GotG2 คือความครีเอทีฟ มันมีหลายซีนเลยที่น่าจดจำ อย่างเช่น การทำฉากต่อสู้ที่สมควรจะรุนแรงให้เป็นเรื่องที่ตลกหรือเรื่องคิวท์ ๆ ได้ คือถ้าให้จัด genre ให้หนังเรื่องนี้ เราไม่จัดเข้าหมวด Action  หรือ Sci-Fi แล้วนะ เราจะจัดเข้าหมวดหนัง Comedy 555+

คะแนนตามความชอบส่วนตัว โดยสรุป ให้ 8.5/10

ใครเส้นลึกหรือไม่ชอบหนังฮีโร่อย่างไร เราว่าอย่างน้อยมาดูแล้วก็ต้องเต้นตามเพลงยุค ’70-’80 ของเขาบ้างล่ะ ยอมใจในความกล้าเล่นของหนังเขาบ้างล่ะ หรือไม่ก็ใจอ่อนให้กับความน่ารักของ ‘I am Groot’ กันบ้างล่ะ เอาเป็นว่า เราเชียร์ให้ไปดูหนังเรื่องนี้กันทุกคน มันเป็นหนังฮีโร่ไร้สาระที่มีสาระ (งงป่ะ?)

Guardians of the Galaxy Vol. 2 เข้าฉาย 26 เมษายน 2017 ในโรงภาพยนตร์