ในวันที่ dating apps ทำให้ขวัญเชื่อในความรักน้อยลง โดยเฉพาะในวันที่เพิ่งเจอคนไม่ดีใน dating apps มา จนอยากจะดีท็อกซ์ตัวเองจากผู้ชายและความสัมพันธ์ใดใด การเปิด Netflix และได้มาดูหนังใหม่เรื่อง Voicemails for Isabelle มันทำให้ขวัญกลับมาเชื่อในความรักอีกครั้ง… แต่ก็ยังไม่ใช่ความรักจาก dating apps
ปีที่ผ่านมา ขวัญเหมือน Jill (Zoey Deutch จาก Set It Up) นางเอกของเรื่องเลย ไปเดทกับผู้ชายมาหลายคน และแต่ละคนก็ให้ความรู้สึกว่า “กูอยู่คนเดียวก็ดีอยู่แล้ว” และพอบังเอิญเจอคนที่เหมือนจะใช่ พอเราเปิดใจ มันก็กลายเป็นการทำลายความเชื่อในความรักอีกครั้ง และในขณะที่ Jill บำบัดตัวเองโดยการวอยซ์เมลหาน้องสาวผู้ล่วงลับ ขวัญเองก็เขียน journal ระบายหรือฮีลกับหน้ากระดาษเช่นกัน ขวัญจึงรู้สึกว่า นี่เป็นหนังของฉัน และชอบมันมาก ๆ
อย่างไรก็ตาม Voicemails for Isabelle เป็นหนัง romcom ค่อนไปทาง dramady ที่ทันยุคทันสมัย ผู้หญิงไม่ได้มีแต่ด้านความรัก แต่ชีวิตของ Jill ในหนัง ยังเน้นที่ครอบครัว และเส้นทางอาชีพที่ความฝันที่จะเป็นเชฟของเธอถูกบล็อกโดยระบบครัวชายเป็นใหญ่ กว่าเธอจะได้เจอกับ Wes (Nick Robinson จาก Love, Simon) พระเอกตัวจริง ก็ปาไปแล้ว 45 นาที หรือเกือบครึ่งเรื่อง
ความสัมพันธ์ระหว่าง Jill กับ Wes คล้าย You’ve Got Mail ฉบับรีบูต ในวันที่ชีวิตการงานและการเดทของ Jill ไม่เป็นดั่งใจ เธอพยายามโทรและส่งข้อความเสียงหา Isabelle (Ciara Bravo) น้องสาวของเธอที่เพิ่งจากไปด้วยโรคร้าย โดยหารู้ไม่ว่า เบอร์โทรนั้นได้กลายเป็นเบอร์ใหม่ของ Wes ไปแล้ว ซึ่ง Wes คอยตามฟังข้อความเสียงของ Jill ตามไปส่องไอจีของ Jill และเริ่มรู้สึกสนใจในตัว Jill จึงตัดสินใจบินไปเพื่อพบกับเธอที่ซานฟรานซิสโก
:max_bytes(150000):strip_icc()/Voicemails-for-Isabelle-Nick-Robinson-Zoey-Deutch-062226-f94686e117d84352961b001c33038736.jpg?resize=1160%2C773&ssl=1)
ถึงตรงนี้ บางคนอาจจะรู้สึกว่าพระเอก creepy หรือฉวยโอกาส แอบฟังสิ่งที่นางเอกพูดกับน้องสาว เก็บข้อมูลเอามาจีบเธอหรือกระทั่ง stalk มาเจอเธอที่ม้านั่งที่เธอชอบมาเป็นประจำ แต่หนังมีความตระหนักรู้ถึงความสุ่มเสี่ยงข้อนี้ดี และวาง boundary อย่างระมัดระวัง เช่น หนังก็มีซีนที่ Wes พยายาม text บอก Jill แต่แรกแล้วว่าคุณส่งผิดเบอร์ หรือกระทั่งตอนพบกันครั้งแรก เขาก็อยากจะบอก แต่จังหวะและบริบทมันไม่ได้
เราเองก็เคยอยู่ในจุดที่… อยากไปเจอกับคนคนนึง เพื่อพูดอะไรสักอย่าง แต่พออยู่ต่อหน้าเขาจริง ๆ ก็ไม่กล้าพูด และเถไถไปเรื่องอื่นแทน เรื่องพวกนี้มันจึงมี timing ด้วย เหมือนกับการเจอคนที่ใช่หรืองานที่ใช่ มันก็มีเวลาที่เหมาะสมของมัน เราไม่สามารถ force หรือทำอะไรตามที่เราคิดไว้ได้ 100% อยู่แล้ว
สังคมโซเชียลฯ เต็มไปด้วยชาวเน็ตที่พร้อม educate คนอื่นและสถาปนาตัวเองว่าเป็นผู้ตื่นรู้ บางทีคนเหล่านี้อาจลืมไปว่าโลกมันก็ไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ สิ่งที่พระเอกทำ ถ้าใช้ไม้บรรทัดอันนึงตัดสิน มันก็อาจจะมองเป็น creepy หรือ stalker อย่างที่เขาว่าก็ได้ แต่สำหรับเรา เรามองว่า มันก็อยู่ที่เจตนา และวิธี approach มากกว่า
ก่อนที่โลกจะมี dating apps หรือกระทั่ง social media เวลาที่เราแอบชอบหรือสนใจใครสักคน คนเราก็มักจะไปสืบไม่โดยวิธีใดก็วิธีหนึ่งว่า คนคนนั้นชอบกินอะไรหรือชอบไปที่ไหน แล้วเราก็จะพยายามไปที่แห่งนั้น และก็พยายามเข้าหาเขาโดยการทำเป็นพูดถึงสิ่งที่เขาสนใจ ให้รู้สึกว่าเราชอบเหมือนกัน เราเป็นพวกเดียวกัน
การเจอกันของพระนาง หรือวิธีการ approach ของพระเอก อาจไม่ถูกใจสายขาวสายดำ แต่ไม่ว่าอย่างไร มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า แรกเริ่ม Wes สนใจ Jill ทั้งที่ยังไม่เคยเจอหน้า เพราะความเป็นธรรมชาติและความเป็น Jill ล้วน ๆ ความรู้สึกและการกระทำต่าง ๆ ที่ Wes มีต่อ Jill นั้น… มันจริง… ทั้งยังเป็นความสัมพันธ์ที่จริงและเฮลตี้มากกว่าความสัมพันธ์ที่ได้จากผู้ชายที่ขอเบอร์ Jill ในร้านกาแฟ ผู้ชายจากที่ทำงานที่เข้าหาและชวนไปเดทตรง ๆ โต้ง ๆ และผู้ชายอีกมากมายที่ปัดได้จาก dating apps ซึ่ง 99.99% เลือกปัดขวาจากหน้าตา
ในมุมของเรา วิธีการจีบและวิธีการเข้าหาของ Wes มันค่อนข้างคลาสสิก ผู้ชายที่บินข้ามประเทศมาเพื่อเจอเรา ผู้ชายที่ตกหลุมรักเราเพราะตัวตนของเราจริง ๆ ผู้ชายที่ไม่ได้เข้ามาเพื่อเป็นผู้นำหรือเสนอตัวมาเพื่อรักษาหรือเซฟเรา แต่เพื่ออยู่ข้าง ๆ เรา และใช้ชีวิตด้วยกันไปกับเรา
บางคนอาจจะบอกว่า หนังรอมคอมทำให้ผู้หญิงบาร์สูงขึ้น หนังรักโรแมนติกทำให้ผู้หญิงเพ้อฝันถึงผู้ชายในฝันมากเกินไปจนไม่อยู่กับความเป็นจริง แต่ความเป็นจริงก็คือ ผู้ชายอย่าง Wes คือ bare minimum ผู้ชายอย่าง Wes คือคนที่ผู้หญิงทุกคนคู่ควรที่จะรัก และควรจะ อยู่ด้วยจริง ๆ
ถ้าน้อยไปกว่านี้ หรือถ้าผู้ชายมันไม่ใช่ อย่างคนอื่น ๆ ที่ Jill เจอในเรื่อง ก็ไม่ต้อง settle… ปัดต่อไป… keep swiping… หรือแค่โฟกัสกับความสุข กับพาร์ทอื่น ๆ ของชีวิต ไม่ว่าจะเพื่อน ครอบครัว หรือการงาน แล้ววันนึงคนที่ใช่มันจะมาเองในเวลาที่เหมาะสม…
ท้ายที่สุด Voicemails for Isabelle จึงไม่ใช่แค่หนังรักโรแมนติก แต่เป็นหนังที่ย้ำเตือนว่า ความสัมพันธ์ที่มีความหมายไม่ได้เกิดจากการแมตช์กันด้วยอัลกอริธึม แต่มาจากการที่คนสองคนได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน ความจริงใจ ทั้งกับอีกฝ่ายและกับความรู้สึกของตัวเอง และการได้พบกัน… ในเวลาที่เหมาะสม นั่นเอง