ดู X-Men มาตั้งแต่เด็ก ดูทุกภาค ดูแต่ละภาคมากกว่าหนึ่งรอบ มีความผูกพันและค่อนข้างอินกับมนุษย์กลายพันธุ์ (Mutants) และพลังของพวกเขาอย่างยิ่ง ตั้งแต่ X-Men ภาคแรก (2000), X2 (2003), X-Men: The Last Stand (2006), X-Men Origins: Wolverine (2009), X-Men: First Class (2011), X-Men: Days of Future Past (2014), จนถึง X-Men: Apocalypse (2016)

คือแต่ละภาคมันก็ไม่ใช่หนังดีเด่อะไรหรอก บางภาคจัดว่าเกือบแย่ก็ว่าได้ แต่รวม ๆ มันก็ยังพอมีความสนุกบ้าง และเราก็ยังแอบมีความคาดหวังว่า ภาคหลัง ๆ มันควรจะดีขึ้น เพราะ 1. ดาราแม่เหล็กเบอร์ใหญ่แน่นจอ ทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็ก 2. ยุคสมัยเปลี่ยนไป บทและ CGI หรือเอฟเฟ็กต์ต่าง ๆ น่าจะพัฒนาขึ้น 3. สมัยนี้คนดูมีหนัง Marvel & DC มาให้เปรียบเทียบมาตรฐานความสนุก 4. Days of Future Past ทำมาดีมาก เหมือนให้ความหวังกับแฟน ๆ ไว้ว่า มันยกเครื่องจักรวาลใหม่นะ มันต้องมีอะไรสนุก ๆ หรือใหม่ ๆ มาให้เราตื่นเต้นแน่ ๆ

แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายเราก็ผิดหวังกับ Apocalypse ในทุก ๆ ด้าน ยกเว้นเรื่องแคสต์ที่เราโอเค โดยเฉพาะคู่ของ Cyclops กับ Jean Grey ที่ได้นักแสดงรุ่นใหม่ที่เราชื่นชอบทั้งคู่มาสวมบทบาท ซึ่งสองคนนี้ รวมถึงนักแสดงคนอื่น ๆ และความผูกพันที่เรามีต่อมนุษย์กลายพันธุ์ทั้งหลายในเรื่อง ประกอบกับมันเปรียบเสมือนบทสรุปหรือภาคจบของเฟสด้วย ทำให้ไม่ว่าจะดีจะร้ายยังไง (ไม่ว่าคะแนนจากต่างประเทศจะออกมาย่ำแย่แค่ไหน) เราก็ยังอยากดู X-Men: Dark Phoenix อยู่ดี

สำหรับ Dark Phoenix คนที่ขึ้นมาเด่นที่สุดคือ Jean Grey (Sophie Turner จาก Game of Thrones) เปิดเรื่องมาก็เป็นปี 1975 จุดพลิกผันที่ Jean ในวัย 8 ขวบต้องมาอยู่กับ Professor Charles Xavier (James McAvoy จาก Split) แล้วก็ข้ามมา 1992 ตอนที่ทีม X-Men ต้องไปช่วยนักบินอวกาศ แล้วมี accident ทำให้ Jean ได้รับพลัง Dark Phoenix มา ทำให้เธอสตรองขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็คอนโทรลตัวเองไม่ได้บ่อยขึ้น

พอ Jean เริ่มเป็นตัวอันตราย เธอก็เป็นตัวแปรทำให้เกิด Civil War ขึ้น

  • ทีมแรกคือทีมที่ยังเห็นเธอป็น Jean อยู่ และต้องการพาเธอกลับบ้าน (หมายถึงรร.นั่นแหละ) ได้แก่ Charles,  Raven หรือ Mystique (Jennifer Lawrence จาก The Hunger Games), Scott Summers หรือ Cyclops (Tye Sheridan จาก Ready Player One), Storm (Alexandra Shipp จาก Love, Simon), Kurt Wagner หรือ Nightcrawler (Kodi Smit-McPhee จาก Dawn of the Planet of the Apes), และ Peter Maximoff หรือ Quicksilver (Evan Peters จาก Kick-Ass)
  • ส่วนอีกทีมคือฝั่งที่อยากจะทำลาย Jean และพลัง Dark Phoenix ในตัวเธอ นำโดย Erik Lensherr หรือ Magneto (Michael Fassbender จาก Steve Jobs) และ Hank McCoy หรือ Beast (Nicholas Hoult จาก Warm Bodies)
  • และนอกจากเหล่า X-Men แล้ว ยังมีเอเลี่ยนในร่างมนุษย์อีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการพลัง Dark Phoenix ที่อยู่ในตัว Jean แก๊งนี้นำโดย Vux (Jessica Chastain จาก Zero Dark Thirty)

 

 

ความน่าผิดหวังคือ พลังของ Jean Grey เค้าเยอะมาก ยิ่งบวกพลังจากนอกโลกนั่นเข้าไปอีก ยิ่งโคตรเยอะของโคตรเยอะ ยังไม่รวมพลังของคนนู้นคนนี้อีก คือถ้าอยู่ในมือของผู้กำกับที่เหมาะสม เราว่ามันจะปังได้ไมายาก แต่นี่อะไรไม่รู้ Simon Kinberg กำกับหนังไม่สนุกเลย หนังทำออกมาได้รู้สึกแผ่วเบามากอย่างน่าเสียดาย ก็ไม่อยากจะเปรียบเทียบกับ Avengers เลย แต่เพื่อให้เห็นภาพ ก็ขอพูดนิดนึงเถอะว่า Scarlet Witch ปล่อยพลังแม่ไม่กี่วินาทียังทรงพลังและตื่นตาตื่นใจกว่า Jean Grey ปล่อยของในเรื่องนี้ทั้งเรื่องเสียอีก

ส่วนบทก็น่าผิดหวังเช่นกัน จะพาไปสำรวจปมหรืออดีตของ Jean มันก็ไปไม่สุด จะชงเคมีของ Scott กับ Jean ก็ทำได้ไม่อิน จะเพิ่มมิติให้ Charles กับ Eric ก็ทำได้ไม่ดี (ภาคนี้ Magneto ก็ยังเป็นไบโพลาร์เหมือนเดิม) จะสร้าง conflict ให้ Jean กับ Charles มันก็ทำได้ไม่ลึกซึ้งพอ ทำซะเหมือน Jean ไม่ได้เป็นอะไร Jean เป็นแค่มนุษย์เมนส์ ตอนโกรธก็โกรธบ้านแตก ตอนครั้นจะหายโกรธก็หายง่ายจนคนดูงง (Vux หรือ Jessica Chastain ที่ยืนจังก้าอยู่ในซีนนั้น ก็คงงงกับมนุษย์​เมนส์มันไม่แพ้กัน แต่กล้องไม่แพนไปให้ดูหน้าเจ๊แกในตอนนั้น) ฯลฯ นี่ถ้าทั้งหลายเหล่านี้ไม่ใช่นักแสดงที่เราชื่นชอบ มันก็เซ็งกว่านี้มากนะ พูดเลย

ในส่วนของฉากแอ็คชั่น ซึ่งควรจะเป็นความหวังหรือจุดเด่นของแฟรนไชส์ มันก็ยังไม่สุด กำกับคิวบู๊ได้ราคาถูกมาก ไม่สมกับเป็นหนังฟอร์มยักษ์ ถ้าไม่ใช่ว่าดูใน IMAX ก็คงจะเซ็งมากอีกเช่นกัน (อย่างที่บอก Jean มีพลัง 200 แต่ผู้กำกับทำให้เห็นได้แค่ 20) และนี่ได้ Jessica Chastain มาเป็นตัวร้ายของเรื่อง ก็ชะตากรรมเช่นเดียวกับ Oscar Isaac ใน Apocalypse คือรู้สึกเสียดายของ

ภาคอื่น ๆ ยังพอมีซีนน่าจดจำ เช่น ยกสนามกีฬา หรือเขื่อนแตกสาแหรกขาด ฯลฯ แต่สำหรับภาคนี้ ซีนน่าจดจำแทบไม่มี ซีนการตายของตัวละครสำคัญก็มี แต่ตายได้อย่างไม่น่าจดจำ ตอนตาย เราก็ “อ้าว ตายงี้เลยหรอ” (นี่ไม่ได้รีวิวแบบสปอยล์นะ เพราะ official เค้าก็ปล่อยมาอยู่แล้วว่ามีคนตาย) อืม มีประโยคพลังหญิงที่ Jen Law พูดกับ Charles อันนึงที่เรารู้สึกจำได้ และก็มีช่วงองก์สุดท้ายที่สู้บนรถไฟที่พอให้ผ่านได้อยู่ แต่ก็ยังรู้สึกว่าแกรนด์น้อยไปอยู่ดีสำหรับฉากไคลแมกซ์ของหนังฟอร์มนี้

ตอนดูจบก็รู้สึกว่า “จบแล้วหรอ” ซึ่งเป็นความรู้สึกที่แตกต่างจาก Avengers ภาคล่าสุดนะ อันนั้นเรารู้สึกไม่อยากให้จบ แต่อันนี้มันงง ๆ แบบว่า นี่จะจบแบบนี้จริง ๆ แล้ว ทำไมมันยังไม่อิ่ม ทำไมมันไม่รู้สึกคอมพลีท

ย้ำนะว่า เราไม่ได้บอกว่าหนังมันแย่ เพราะมันมีหลายเรื่องที่แย่จริง ๆ และแย่กว่านี้ แล้วเรื่องนี้จึงไม่ถึงกับแย่ขนาดนั้น แต่เราแค่ผิดหวังก็แค่นั้น โดยเฉพาะพลังของ Jean Grey ที่เราคาดหวังจะเห็นแบบจัดหนักจัดเต็มมากกว่านี้ แต่ถ้าใครไปดูแบบไม่คาดหวัง มันก็เพลิน ๆ โอเค สนุกเป็นฉาก ๆ หรือคิดซะว่า มาดูดารา ก็คุ้มค่าตั๋วแล้วแหละ (Jean สวยมาก) ยิ่งใครเป็นแฟนหนัง ดูมาทุกภาค ยังไงมันก็ยังต้องไปดูอะนะ พลาดได้ไง

คะแนนตามความชอบส่วนตัว 6.5-7/10 (ปัดเศษก็ให้ 7 อะ)

ป.ล. ไม่มี end credit จ้า

รีวิว X-Men: Dark Phoenix
Plot & Story5.5
Acting Performance7.9
Production7.2
6.9Overall Score