นับตั้งแต่ Iron Man เข้าฉายเมื่อปี 2008 จนถึงวันนี้ที่ Avengers: Endgame กำลังบุกถล่มโรงหนังทั่วทั้งประเทศ (และทั่วโลก) ก็นับได้เป็น 11 ปีพอดี โดยตลอดทศวรรษที่ผ่านมา Marvel Studio ได้สร้างภาพยนตร์ในจักรวาลรวมทั้งสิ้น 21 เรื่อง และเนรมิตตัวละครอีกหลายสิบชีวิตที่มัดใจคนดูทั่วทั้งจักรวาล สำหรับเรา เราภูมิใจนะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของยุคนี้ของค่ายนี้ เพราะนี่ถือเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ pop culture และการปฏิวัติวงการภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งเลยก็ว่าได้

เราอาจจะไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ แต่ก็ตามดูหนังทุกเรื่องในจักรวาลตลอดมาอย่างครบถ้วน สำหรับบางเรื่อง เราดูมากกว่าหนึ่งรอบขึ้นไป ดังนั้น เมื่อการเดินทางของฮีโร่เหล่านี้มันมาถึงจุดสิ้นสุด เราก็รู้สึกใจหาย เหมือนจากลามิตรสหายที่เคยมอบความสุขและความผูกพันกับเรามาเป็นสิบปี

Avengers: Endgame ภายใต้การกำกับของสองพี่น้องรุสโซ่ Anthony และ Joe Russo เป็นเสมือนบทสรุปของมหากาพย์ที่สร้างโดยแฟนมาร์เวลเพื่อแฟนมาร์เวลอย่างแท้จริง ตลอดความยาว 181 นาที ไม่มีพาร์ทไหนที่น่าเบื่อ ถึงแม้ฉากแอ็คชั่นจัดเต็มมันจะมาช่วง 30 นาทีสุดท้าย แต่ทุกพาร์ทของหนังตั้งแต่นาทีแรกของเรื่องล้วนมีความสำคัญและสะเทือนอารมณ์ และถึงแม้บทบาทของตัวละครแต่ละตัวจะไม่ได้ถูกแบ่งหรือกระจายอย่างเท่าเทียมกัน แต่ก็ถือว่าหนังจัดสรรปันส่วนบทบาทของตัวละครต่าง ๆ ได้อย่างบาลานซ์ ลงตัว และเหมาะสมที่สุด

โดย Avengers: Endgame เป็นเรื่องราวต่อจาก Avengers: Infinity War หลังจากที่ Thanos (Josh Brolin จาก Only the Brave) ตามหา Infinity Stones ได้ครบทั้งหกเม็ด (ได้แก่ Mind, Soul, Time, Power, Space, และ Reality) และได้ใช้พลังของมัน เสกครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งสิ้นในจักรวาลให้สูญสลายกลายเป็นเถ้าผงธุลีแค่เพียงดีดนิ้ว

Avengers ที่หลงเหลืออยู่ ส่วนใหญ่เป็นรุ่นบุกเบิก ได้แก่ Tony Stark / Iron Man (Robert Downey Jr.), Steve Rogers / Captain America (Chris Evans), Thor (Chris Hemsworth), Bruce Banner / Hulk (Mark Ruffalo), Natasha Romanoff / Black Widow (Scarlett Johansson), Clint Barton / Hawkeye (Jeremy Renner) พ่วงด้วย James Rhodes / War Machine (Don Cheadle), Nebula (Karen Gillan), Scott Lang / Ant-Man (Paul Rudd), Carol Danvers / Captain Marvel (Brie Larson), และ Rocket (Bradley Cooper) ซึ่งทุกคนต่างก็สูญเสีย และพยายามหาทางพาอีกครึ่งหนึ่งของพวกเขากลับมา

ช่วงแรก ๆ ของหนัง หนังเล่าชีวิตของเหล่าฮีโร่หลังจากพ่ายสงคราม จนถึงการฟอร์มทีมใหม่ ประชุมใหม่ วางแผนใหม่ และลองผิดลองถูก พร้อม ๆ กับการสำรวจจิตใจและขยายเรื่องราวของตัวละครต่าง ๆ ซึ่งก็อย่างที่บอกไปแล้วข้างต้น มันไม่มีตรงไหนน่าเบื่อเลย ในฉากเหล่านี้ เราได้ซึมซับความรู้สึกและได้เรียนรู้-เติบโตไปพร้อม ๆ กับตัวละครทุกคน โดยเฉพาะในเรื่องของการรับมือกับความล้มเหลวหรือข้อผิดพลาด การก้าวข้ามผ่านปัญหา การปล่อยวางกับอดีตที่แก้ไขไม่ได้ การเผชิญหน้าอยู่กับความเป็นจริง จนถึงความกล้าหาญที่จะออกจากคอมฟอร์ตโซนและออกไปสู้เพื่อส่วนรวมหรือเพื่อความถูกต้อง ฯลฯ

จริงอยู่ที่ฉากแอ็คชั่นแบบจริงจังมันมาก็นู่นเลย… ช่วงองก์สุดท้ายทีเดียวเลย แต่ฉากไคลแมกซ์ที่สู้กันนี้ มันก็สนุกสมการรอคอยอย่างยิ่ง มีทั้งฉากที่เรารอคอย และฉากที่เหนือความคาดหมาย เอาเป็นว่า “ฟิน!” ถึงแม้ลึก ๆ เราก็แอบรู้สึกนะว่ายังไม่จุใจเลย แต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าเค้าให้มาน้อยอะไร เป็นเราเองนี่แหละที่ยังอยากดูอีก ยังไม่อยากให้จบ (รู้สึกสามชั่วโมงผ่านไปไวมาก) แต่สุดท้าย ก็รู้สึกอิ่มนะ ก็รู้สึกพึงพอใจในบทสรุป ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเค้าเขียนบทและกำกับได้ดีจริง ๆ

ในความรู้สึกของเรา สิ่งที่ดีที่สุดในหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องนี้ ไม่ใช่ฉากแอ็คชั่นหรือ CGI ซึ่งมันอาจจะเป็นได้แค่ความประทับใจชั่วครั้งชั่วคราวสำหรับคนดูทั่วไป หากแต่เป็นเสน่ห์และเรื่องราวของตัวละครต่างหาก ที่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของหนัง พวกเขาต่างมีสตอรี่ของตนเอง ที่ทำให้คนดูรัก ผูกพัน และอยากจะติดตามชีวิตของพวกเขาไปจนถึงปลายทาง

คะแนนตามความชอบส่วนตัว 8.5/10

SEE MORE: https://www.marvel.com/movies/avengers-endgame

 

รีวิว Avengers Endgame: เผด็จศึก (ไม่สปอยล์)
Plot & Story8.4
Acting Performance8.1
Production8.6
8.4Overall Score

Comments

comments