The Witch ได้รับรางวัล Best Director จากเทศกาล Sundance สร้างมาจากตำนานแม่มดที่มีเค้าโครงจริงจากเรื่องเล่าพื้นบ้านของ New England ช่วงปี 1630s โดยหนังเข้าโรงฉายเพียงแค่ 25 ประเทศทั่วโลก ซึ่งในเอเชียมีเข้าโรงฉายแค่ประเทศไทยกับสิงค์โปร์เท่านั้น (และแน่นอนว่า ในไทยเอง ก็ฉายจำกัดโรงมาก ๆ เช่นกัน)

 

เรื่องย่อ The Witch

ครอบครัวของ William และ Katherine (Ralph Ineson และ Kate Dickie จาก Game of Thrones) อพยพจากอังกฤษมาทำฟาร์มอยู่ New England พร้อมกับลูก ๆ อีก 5 คน ได้แก่ Thomasin (Anya Taylor-Joy), Caleb (Harvey Scrimshaw), ฝาแฝด Mercy – Jonas (Ellie Grainger – Lucas Dawson), ทารก Samuel

ทุกคนอยู่กันอย่างลำบากแร้นแค้น และทุกอย่างยิ่งแย่ลง เมื่อหน้าแล้งกำลังมา และจู่ ๆ วันหนึ่ง Samuel ลูกชายคนเล็กวัยแบเบาะก็อันตรธานหายไป โดยเชื่อว่าครอบครัวของตัวเองกำลังถูกต้องคำสาปของแม่มดร้าย

 

 

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ The Witch

The Witch เป็นหนังเกี่ยวกับแม่มดที่หลอนและเป็นความเหนือธรรมชาติที่สมจริงมาก ภาพและโปรดักชั่นดีไซน์ รวมไปถึงการใช้ภาษา อย่างกับหลุดเข้าไปอยู่ในยุค 1630s จริง ๆ อย่างไรอย่างนั้น (เช่น เขาใช้คำว่า thou แทนคำว่า you นะ โบราณมาก)

สิ่งแรกที่ต้องยกนิ้วให้สำหรับ The Witch คือทุกองค์ประกอบของหนังทำออกมาได้ดีงามไร้ที่ติ ไม่ว่าจะเป็นการแสดง (เล่นดีทุกคนเลย แม้แต่นักแสดงใหม่แกะกล่อง) การกำกับ (การันตีด้วยรางวัล Sundance) การจัดแสง (ส่วนใหญ่เน้นแสงธรรมชาติซะด้วย) การถ่ายภาพ เสียงซาวนด์ดนตรีประกอบ โปรดักชั่นดีไซน์ การตัดต่อ และตัวบทภาพยนตร์

ดังนั้น ใครที่เป็นคอหนังคุณภาพหรือเป็นคนที่อยู่ในแวดวงคนทำหนังล่ะก็ตีตั๋วเข้าไปดูเทคนิคของเขาได้เลย คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

 

 

ในส่วนของความน่ากลัวนั้น The Witch ไม่ใช่หนังภูติผีปีศาจแบบตุ้งแช่ แล้วแม่มดไม่ได้ออกเยอะนะ แต่หลอนมาก เขาสร้างบรรยากาศหลอนดีเว่อร์ ยิ่งดูยิ่งหลอนขึ้นเรื่อยๆ คือหลอนมากกกก (ก.ไก่ล้านตัว) ยิ่งตอนจบก็ยิ่งพีคแล้วพีคอีก

และหนังก็จะมี messages เช่น แพะดำ (Black Phillip), กระต่ายป่า สื่อถึงความโลภ ความเห็นแก่ตัว การหลงในทางโลกหรือทางกาม, แอปเปิ้ล อาจสื่อถึงแอปเปิ้ลของ Adam กับ Eve ฯลฯ ให้ตีความลึกล้ำคล้าย ๆ กับแนว It Follows กับ The Babadook ซึ่งในส่วนของการตีความนั้น The Witch ก็ไม่ใช่หนังอาร์ตหรือติสต์มากมายถึงขั้นดูยากเข้าใจยากอะไรนัก

แม่มดใน The Witch คือพวกนอกรีต ไม่ศรัทธาในพระเจ้าหรือคริสตศานา และเชื่อกันว่าสื่อสารกับซาตานได้ ดังนั้นถ้าจะมาดูแม่มดใน The Witch ควรลืมแม่มดใน Harry Potter, The Last Witch HunterHansel and Gretel, หรือแม่มดขี่ไม้กวาดใด ๆ หรือแม่มดป้า ๆ ในเทพนิยายดิสนีย์ไปได้เลย เพราะเรื่องนี้พระคริสต์มาเต็ม ขนาดนางเอก ซึ่งแค่เกิดมาเป็นลูกสาวแม่ไม่รักก็ซวยพอแล้ว ยังชื่อว่า Thomasin ซึ่งมีคำว่า “sin” (แปลว่า “บาป”, “ชั่วร้าย”, “อกุศล” ) อยู่ด้วยอีก

Thomasina or Thomasine is the feminine form of the given name Thomas, which means "twin".

 

 

โดยส่วนตัว เราไม่ค่อยอินกับการอ้อนวอนหรือสวดมนต์ถึงพระเจ้าอย่างครอบครัวในหนังเท่าไหร่ แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่ศรัทธาและสวดให้พระเจ้ามากมายขนาดนั้น ยังดูมีบาปหนา กิเลสหนา และไร้สติกันอย่างบอกไม่ถูก เช่น พ่อนางเอกที่ดูมีทิฐิและชอบมุสา แม่นางเอกที่ยึดติดอยู่กับอดีตและชังน้ำหน้าลูกสาว หรือลูกชายคนโตที่ชอบแอบมองนมพี่สาวในไส้ของตัวเอง

อย่างไรก็ดี เรามีความเข้าใจและเห็นใจในวิถีชีวิตของคนสมัยก่อนนะ เข้าใจว่าปากท้องต้องขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอนของลมฟ้าอากาศ งมงายกับสิ่งเหนือธรรมชาติ และยึดติดอยู่กับความเชื่อหรือพระเจ้าเกินพอดี

กล่าวคืออะไรดีก็ว่าพระเจ้าประทาน อะไรไม่ดีก็ว่าเป็นบททดสอบของพระเจ้า หรือถ้าอะไรที่แย่หนักมาก ๆ ก็ว่าถูกแม่มดหรือผีห่าซาตานสาปส่ง แทนที่จะคิดว่าที่ชีวิตดีหรือแย่นั้นก็เพราะตัวเองแท้ ๆ เออ แล้วหากเป็นแบบนี้ พอสุดท้ายชีวิตไม่เป็นอย่างที่หวังหรือที่สวดขอไว้มาก ๆ เข้า จะโทษพระเจ้ามั้ยว่าพระเจ้าไม่รัก? จะเบือนหนีจากศาสนาแล้วไปเข้าหาศาสตร์มืดหรือความชั่วมั้ย?

 

 

โดยสรุป The Witch หลอนมากกกกก น่ากลัวกว่าหนังผี และเป็นหนังที่ดีงามทุกองค์ประกอบ หากแต่ไม่ใช่หนังสำหรับทุกคน แต่ถ้าใครที่ชอบแนว It Follows กับ The Babadook เช่นเรา จัดเลย

คะแนนตามความชอบส่วนตัวของเรา เราให้ 9/10

 

 

The Witch เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ที่เอสพลานาด รัชดา, SF World, House RCA, และ LIDO ตั้งแต่ 5 พ.ค. 2016 เป็นต้นไป