ช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีหนังสยองขวัญทั้งทุนสูงและทุนต่ำจำนวนมากถูกนำเข้ามาฉายในบ้านเรา บ้างก็โดนวิจารณ์สับเละยิ่งกว่าหน้าผีในหนัง เช่น Ouija, Annabelle หรือบ้างก็ได้รับเสียงตอบรับชื่นชมอย่างล้นหลาม เช่น The Babadook, The Conjuring

It Follows เป็นหนังสยองขวัญเรื่องล่าสุด ที่ได้รับกระแสตอบรับ โดยเฉพาะในต่างประเทศ ออกมาในเชิงบวกถึงบวกมาก และจากการที่เราได้ลองไปดูในรอบสื่อมาแล้วเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2015 เราจึงขอมาเขียนบล็อกรีวิวการันตีอีกเสียงหนึ่งว่า It Follows เขาดีและสนุกสมราคาคุยนักวิจารณ์เมืองนอกเขาเลยจริงๆ

 

 

เรื่องย่อ It Follows

คืนหนึ่ง สาวมหา’ลัยคนสวย Jay (Maika Monroe) มีเซ็กส์ครั้งแรกกับแฟนหนุ่ม Huge (Jake Weary) และต้องพบกับ “มัน” ที่จะเดินช้าๆ เหมือนซอมบี้ คอยตามหลอกหลอนเธอไปทุกที่ ในรูปแบบของมนุษย์เกือบปกติ ทั้งเปลือยเปล่า เป็นโรค หรือแก่ชรา ซึ่ง “มัน” สามารถแปรรูปเป็นใครก็ได้ได้ทุกเมื่อ คือ “มัน” อาจจะแปลงเป็นคนแปลกหน้า คนรู้จัก หรือคนรักของเธอก็ได้ แต่ที่น่ากลัวที่สุดก็คือ เธอจะเป็นเพียงคนเดียวที่เห็น “มัน” และเป็นคนเดียวที่ “มัน” จะตามฆ่า

โดย Huge บรีฟกติกาง่ายๆ ให้ Jay ฟังว่า เธอต้องหนีอย่าให้ “มัน” โดนตัวหรือเข้าถึงเธอได้ ถ้า “มัน” ฆ่าเธอสำเร็จ “มัน” ก็จะย้อนกลับมาตามฆ่าเขาไปอีกเรื่อยๆ ทางเดียวที่เธอจะหลุดพ้นจากการตามของ “มัน” ได้ก็คือ เธอจะต้องมีเซ็กส์กับใครก็ได้ เพื่อส่งต่อมันไปยังคนอื่นต่อไป

Jay กลัวและไม่รู้จะพึ่งใครนอกจากน้องสาวคนเดียวของเธอ Kelly (Lili Sepe) และเพื่อนสนิทแต่วัยเยาว์อีกสองคน Paul (Keir Gilchrist) กับ Yara (Olivia Luccardi) ก็มาช่วยนอนเฝ้าและอยู่เป็นเพื่อนที่บ้านของสองพี่น้อง รวมถึงเพลย์บอยหนุ่มบ้านตรงข้าม Greg (Daniel Zovatto) ก็มาช่วยพา Jay วิ่งหนีจาก “มัน” อีกแรง

 

 

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ It Follows

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า หนังผีฝรั่งเขาจะไม่เหมือนหนังผีไทย ผีไทยมักเป็นผีที่เคยเป็นคนมาก่อน เพราะศาสนาพุทธเราเชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด ส่วนหนังผีฝรั่งมักเป็นผีจำพวกปิศาจ ซาตาน หรือลัทธิเหนือธรรมชาติต่างๆ อย่างใน It Follows ก็เป็นหนังสยองขวัญอีกเรื่องที่ไม่มีผีเป็นตัวเป็นตนแบบแม่นาคพระโขนง และไม่รู้ด้วยว่า “มัน” เป็นปิศาจที่มีที่มาที่ไปมาจากไหน

จะว่าไปแล้ว It Follows ก็มีความคล้ายกับหนังเรื่อง The Babadook ที่เข้าฉายในบ้านเราเมื่อปีที่แล้ว The Babadook เป็นหนังสยองขวัญที่เล่นกับจิตของคนที่เป็น single mom เลี้ยงลูกชายคนเดียว ส่วน It Follows ก็หลอนกับจิตของวัยรุ่น สะท้อนปัญหาของวัย coming of age ที่เครียดกับภาวะที่กำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ รวมถึงเรื่องราวการทารุณกรรมทางเพศ การไม่ได้รับการเอาใจใส่จากพ่อแม่ การเสพติดเซ็กส์หรือภาพโป๊ การกลัวอ้วน การอยากมีอิสรภาพจากผู้ใหญ่ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ฯลฯ

อย่างในฉากต้นๆ ที่ Jay เล่นเกมกับ Huge และ Huge บอกกับ Jay ว่า เขาอยากเป็นเด็กชายตัวน้อยๆ อีกครั้ง เพราะชีวิตเขายังดูสวยงาม อีกยาวไกล และจะทำอะไรตอนไหนก็ได้ บ่งบอกให้เห็นว่าเขาเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่หวาดกลัวกับการเป็นผู้ใหญ่ (ในเรื่องเขาอายุ 21 ปี) หรือหวาดกลัวความตายที่จะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หรือไม่ก็หวาดกลัวมันทั้งสองอย่างเลย

 

 

สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดที่สุดว่า It Follows นำเสนอกับคนดูคือ เรื่อง Life after (first) sex อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า sex ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับวัยรุ่นอเมริกัน หนัง It Follows จึงเลือกเล่น “การซั่มเป็นลูกโซ่” เป็นธีมคำสาปของเรื่อง คนดูจะได้เห็นว่าการมีเซ็กส์ด้วยอารมณ์เพียงไม่กี่นาทีนั้นอาจส่งผลอันตรายตามเราไป ดีไม่ดีก็อาจถึงแก่ความตาย

ทั้งนี้ เพราะเวลาเรามี sex กับใคร บางทีมันเหมือนว่าเราก็ได้สัมผัสทางอ้อมกับคนอื่นๆ ที่คนคนนั้นเคยหลับนอนมาด้วยมาก่อน เชื้อโรคมันก็อาจจะลามกันเป็นทอดๆ ไม่รู้จบ ต่อให้เราเอาเชื้อไปแพร่ให้คนอื่นแล้ว เชื้อในตัวเราก็ยังคงอยู่ ความตายก็ยังคงติดตามเราอยู่อยู่ดี

 

 

จากในหนัง หลังจากที่ Jay นางเอกของเรื่อง มี sex กับแฟนหนุ่มคนใหม่ที่เพิ่งรู้จักและคบกันได้ไม่กี่วัน ชีวิตของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เธอถูก “มัน” ตามหลอกหลอนไปทุกทุกที่ที่เธอไป แต่สังเกตว่านางเอกไม่ได้แบ่งพื้นที่มาให้แม่ของเธอหรือผู้ใหญ่คนไหนเข้ามาช่วยแก้ไขต่อสู้กับปัญหาดังกล่าว เธอแทบไม่ได้เล่าให้แม่ฟังเลยด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น ตามประสาวัยรุ่น เธอเลือกที่จะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิทและน้องสาวเท่านั้น

นอกจากนี้ เราเชื่อว่าคนทำหนังก็คงอยากให้เด็กวัยรุ่นระวังให้มาก และคิดให้รอบคอบก่อนจะมี sex กับคนที่เพิ่งรู้จัก หรือทางที่ดีที่สุด ก็ควรเลี่ยงการมี sex ก่อนวัยอันควรไปเลย โดยเฉพาะสำหรับเด็กผู้หญิง บางครั้ง virgin ของผู้หญิงก็มีค่ามาก ถ้าเราเสียครั้งแรกไปแล้วครั้งหนึ่ง คุณค่าของเราจะลดน้อยลง ผู้ชายคนอื่นที่เขารู้ว่าเราไม่ซิงแล้ว เขาจะยิ่งคิดว่าเราได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

 

อย่างในเรื่องเราจะเห็นว่า Greg ยินดีที่จะรับการส่งต่อจาก Jay เพราะเขาเป็นเสือผู้หญิงผู้ช่ำชองเรื่อง sex เขาจึงไม่กลัวเรื่องพวกนี้ และเขากับ Jay เองก็เคยมี sex กันมาก่อนแล้วตั้งแต่สมัยมัธยม ดังนั้นถ้าจะเอากันอีกครั้งก็คงไม่ใช่ a big deal อะไร

ส่วนอีตา Paul ก็อีกคน แอบชอบ Jay มานานแสนนาน แต่ต้องอยู่ใน friendzone อย่างเงียบๆ จนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้น เขาจึงพยายามตะล่อมเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เพื่อให้ได้ Jay ตามปรารถนา

อย่างไรก็ตาม Jay ไม่ได้เครียดว่าต่อไปจะต้องมี sex กับใคร เพราะเธอก็ไม่ได้อยากให้มีใครมารับเคราะห์แทนเธอซะทีเดียว เธอเป็นผู้หญิงแต่เธอก็มีสิทธิเลือกที่จะทำหรือไม่ทำกับใครก็ได้ (พูดอีกแง่ก็คือมีสิทธิสมยอม หรือปฏิเสธหลีกเลี่ยงฝ่ายชายได้เสมอนั่นแหละ)

 

 

The only thing scarier than an actual monster is the monster that no one else can see.

ความเครียดจริงๆ ของ Jay ก็คือ พอมี “มัน” ตามมาหลอนไปทุกที่ แบบจะมาเมื่อไหร่ก็ไม่บอก จะหน้าตาแบบไหนก็ไม่รู้ล่วงหน้า แถมเธอยังเป็นคนเดียวที่เห็น “มัน” อีก จะช่วยก็ช่วยได้ไม่สุด เพราะคนอื่นไม่ได้เห็น “มัน” เหมือนเธอ ประกอบกับมุมกล้องและการแพนกล้อง 360 องศา หนังจึงไม่ได้สร้างแต่ความ paranoid ให้แก่ตัวละครในเรื่องเท่านั้น หากแต่ยังคุกคามมาถึงสมองของคนดูอย่างเราๆ อีกด้วย กล่าวคือหนังพาให้เราหวาดระแวงบรรดาตัวประกอบที่เดินไปเดินมาในฉากไปกับพวกนางตลอดเวลา

เอาจริงๆ It Follows มันไม่ได้ถึงกับน่ากลัว ไม่ได้ตะลุงตุ้งแช่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพวกเราที่เกิดและโตมาพร้อมกับตำนานผีไทยและหนังผีไทยกว่าร้อยเรื่อง แต่ความพีคของ It Follows คือมันหลอนมาก ดูแล้วเครียดตามนางเอก มันกดดัน และมันชวนให้ลุ้นตามตลอด ไม่ว่าจะเป็นซีนที่นางเอกเห็นแล้ว react กับ “มัน” หรือเป็นซีนที่นางเอกไม่เห็น แล้ว “มัน” กำลังค่อยๆ คืบคลานมาข้างหลังนาง บางซีนนี่ลุ้นแทบจิกเบาะ แอบอยากจะแหกปากตะโกนบอกนางทะลุจอไปว่า “ระวังข้างหลัง! อีโง่!”

 

 

แล้วตามสไตล์หนังผีฝรั่งหลายเรื่องที่จะชอบทำบ้านให้เก่าๆ ขลังๆ ดูหลอนๆ ใน It Follows เขาทำแกรนด์กว่านั้น เขาเอาหลอนระดับ village หรืออาจจะระดับ city เลยด้วยซ้ำ เขาทำให้บรรยากาศหมู่บ้านชานเมือง (suburb) ให้ออกมาทึมๆ หดหู่ แนวเรโทร ผสมผสานกับดนตรีที่ทั้งน่ากลัวและทั้งโมเดิร์นในเวลาเดียวกัน ถือเป็นการครีเอทที่ลงตัว และสามารถบิลด์อารมณ์คนดูได้มากเลยทีเดียว

แต่ที่เราชอบก็คือ งานภาพของเขา คือนอกจากจะใช้มุมกล้องและแพนกล้องได้อย่างมีสไตล์แล้ว หนังเขายังจัดองค์ประกอบภาพได้สวย ถือเป็นหนังสยองขวัญที่อาร์ตมาก มีหลายซีนที่ถ่ายออกมาได้สวยสมมาตร ประหนึ่งว่ากำลังดูหนังผีของ Wes Anderson ผู้กำกับฯ มือดีมีรสนิยมจาก The Grand Budapest Hotel ยังไงยังงั้น

 

 

ถ้าดูง่ายๆ จากฉากต่างๆ ทั้งจากการที่ตัวละครไม่ใช้ Mac หรือ iPhone จนไปถึงทีวีจอขาวดำ รถยนต์วินเทจเก่าๆ และเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบเก่าๆ ซึ่งดูล้าหลังกว่าของสมัยใหม่อยู่หลายปีโข พอจะคาดการณ์คร่าวๆ มั่วๆ ได้ว่าไทม์ไลน์ของหนังน่าจะอยู่ในช่วงยุค 70′ – 80′ (หรือช่วงไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ยุค 2000++ แน่นอน)

แต่ก็ไม่รู้เป็นความผิดพลาดหรือความตั้งใจเหมือนกัน เพราะในท่ามกลางข้าวของเครื่องใช้และสภาพแวดล้อมที่ดูโบราณคร่ำครึไปซะหมดนั้น Yara หนึ่งในเพื่อนของนางเอก กลับใช้ Kindle หอยสุดโมเดิร์นกิ๊บเก๋อ่านนิยาย (ใครตีความนัง Kindle หอยนี่ได้ รบกวน DM มาบอกเราด้วยนะ 555)

 

 

นิยายที่ Yara อ่านใน Kindle หอยเป็นนิยายของ Dostoevsky เรื่อง The Idiot ซึ่ง key passage ของความทรมานที่สุดในนิยายเล่มนี้คือท่อนที่ Yara อ่านออกเสียงให้เพื่อนฟัง […] But here I should imagine the most terrible part of the whole punishment is, not the bodily pain at all—but the certain knowledge that in an hour,—then in ten minutes, then in half a minute, then now—this very instant—your soul must quit your body and that you will no longer be a man—and that this is certain, certain! […] แต่เราไม่เคยอ่าน The Idiot มาก่อน จึงไม่สามารถวิเคราะห์ได้โดยละเอียดว่าต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

 

 

ความเจ็บปวดทรมานที่สุดในก้นบึ้งลึกๆ ของ Jay นั้น โผล่ออกมาในช่วงองก์สุดท้าย เมื่อ “มัน” แปลงร่างเป็นคนที่ Jay ไม่อยากพบเจอมากที่สุดในชีวิต นั่นก็คือพ่อของเธอเอง (รับบทโดย Ele Bardha) ตอนน้องสาวและเพื่อนๆ ถามว่า Jay เห็น “มัน” รึยัง “มัน” รูปร่างหน้าตาเป็นยังไง เธอดูไม่อยากจะตอบและดูสะพรึงกว่าตอนที่เจอ “มัน” ตัวไหนๆ ที่เคยเจอมา ซึ่งตลอดทั้งเรื่อง เราจะไม่เจอพ่อของเธอเลย ทั้งบ้านมีแต่สองพี่น้องอยู่กับแม่ คนดูจะเจอพ่อของเธอก็ต่อเมื่อกล้องแพนไปที่กรอบรูปตั้งโต๊ะในบ้านก็เท่านั้น ตรงนี้อาจจะมีนัยยะแฝงว่า เธอมีความทรงจำอันเลวร้ายกับพ่อของเธอมาก่อน (อาจจะเป็นเรื่อง sex ก็เป็นได้ เดาเอา)

แม้แต่ Greg เอง เขาก็ต้องเจอ “มัน” ในรูปแบบที่เขาขมขื่นที่สุดไม่แพ้กันกับ Jay เมื่อ “มัน” แปลงร่างเป็นแม่บังเกิดเกล้าของเขา (รับบทโดย Leisa Pulido) ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่า ตั้งแต่พ่อตาย แม่ของ Greg แทบไม่เคยสนใจไยดีเขาเลย ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่เขากลายเป็นเด็กมีปัญหา ต้องการความรักจากเพศแม่ และมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงไปทั่วไปเรื่อยๆ

จากที่เรากล่าวมาข้างต้น คงจะเห็นได้ว่าตัวละครหลัก Jay, Greg, และ Paul จะค่อนข้างมีมิติ โดยเฉพาะบท Jay นั้น ส่งให้นางเอกสาว Maika Monroe ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่สุดๆ แล้วเธอก็แสดงได้ดีเสียด้วย

แต่ยังน่าเสียดายที่ Kelly กับ Yara ยังเป็นตัวละครที่แบนราบ ไม่มีพัฒนาการ และดูไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรกับเส้นเรื่องเท่าไหร่นัก อย่างบางทีเราก็แอบคิดว่า Kelly แอบชอบ Greg นะ แต่สุดท้ายหนังก็ดูหลงลืมประเด็นนั้นไป (หนู Kelly คงซวยจริงๆ ที่เกิดมามีพี่สาวสวย)

 

 

นอกจากเรื่องเซ็กส์ๆ และปัญหาวัยรุ่นวุ่นวายแล้ว หนัง It Follows ยังแฝงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเมือง Detroit เอาไว้ด้วยนิดหน่อย (เรื่องราวในหนังเกิดขึ้นที่เมือง Detroit) โดยในช่วงองก์สุดท้ายของหนัง ที่ Jay แอนด์เดอะแก๊งขับรถไปสระว่ายน้ำสวยหรูแห่งหนึ่ง โดยผ่านถนน 8 Mile ไปยังทางใต้ของอีกฝั่ง ตามที่ตัวละครตัวหนึ่งพูดว่า “When I was a little girl my parents wouldn’t let me go south of 8 mile.” และ Jay ก็บอกว่าแม่ของเธอก็สั่งไว้เช่นนั้นเช่นกัน

ส่วนตัวเราเองก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องถนน 8 Mile เท่าไหร่นัก รู้แต่ว่ามันเคยถูกทำเป็นหนังเรื่อง 8 Mile (2002) ที่มีแร็พเปอร์ชื่อดัง Eminem แสดงนำ แต่จากที่บล็อกเกอร์ฝรั่งเขียนกัน เราพอจะจับสาระสำคัญได้ว่าถนน 8 Mile ถือเป็นเส้นที่แบ่งระหว่างความรวยกับความจน หรือความเป็นเมืองกับความเป็นชานเมือง หรือแม้กระทั่งแบ่งเขตคนขาวกับคนดำ ดังนั้นจึงมีสัญลักษณ์ทั้งเชิงเศรษฐกิจและเชิงวัฒนธรรม

 

 

สำหรับในหนังเรื่อง It Follows เราก็ไม่รู้แน่ชัดหรอกว่าคนทำหนังเขาต้องการจะให้ ถนน 8 Mile ที่พวกตัวละครขับรถผ่านในช่วงเปิดองก์ที่ 3 นี้ เป็นเส้นคั่นแบ่งระหว่างอะไรกับอะไร อาจจะเป็นการก้าวผ่านระหว่างความเป็นเด็กกับความเป็นผู้ใหญ่ ตามที่ตัวละครกล่าวว่า ตอนเด็กๆ ถูกพ่อแม่ห้าม ต้องใช้อุบายโกหกเพื่อให้ได้แอบมาที่นี่ได้ แต่ “Now that we’re old enough,” หรืออาจจะเป็นนัยยะแฝงอื่นๆ ที่เราอาจจะคิดไม่ถึงก็เป็นได้

Read More: ENCYCLOPEDIA OF DETROIT

จริงๆ แล้ว ในหนังยังมีสัญลักษณ์อีกมากมายที่เราไม่ทันสังเกตบ้างหรือตีความไม่ออกบ้าง เช่น สระน้ำห่วงยาง, เส้นหญ้าวางเรียงกัน 4-5 เส้น, เด็กถ้ำมองข้างบ้าน ฯลฯ ถ้าใครได้ไปดูแล้ว กลับมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ จะคิดเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้ คิดว่าคุยกันเล่นๆ ไม่มีผิดมีถูก สนุกๆ ค่ะ :)

 

 

โดยสรุป It Follows เป็นหนังชื่อง่ายๆ แต่ข้างในไม่ธรรมดา หนังโคตรหลอน เครียด กดดัน คาดเดาได้ยาก ลูกเล่นแพรวพราว มีสัญลักษณ์เยอะมาก มีความครีเอทสูง ดนตรีและภาพชวนติดตาม ชอบมุมกล้องสุด เป็นหนังสยองขวัญที่อาร์ตมาก

(นี่ดูจบแล้ว หวาดระแวงมนุษย์รอบด้านไปเลย มอง 360 องศาตลอดเวลา และคิดระวังมากขึ้นก่อนจะมีเซ็กส์กับคนอื่น หลอนจริงหลอนจัง)

อาจจะไม่ใช่หนังสำหรับทุกคน แต่อย่างไรก็ตามคอหนังแนวนี้ควรดูอย่างยิ่ง โดยส่วนตัวเราให้คะแนน 8.5/10

 

It Follows หนังสยองขวัญชั้นดีแห่งปี ฉายรอบพิเศษ 12-21 มิ.ย. 2015 และฉายจริง 25 มิ.ย. นี้

 

 

ป.ล. ไม่กล้าจริง อย่าดูคนเดียว!

Comments

comments