หนัง Star Wars สองเรื่องที่ดูล่าสุด ก็คือ The Rise of Skywalker กับ Solo ทำให้เราไม่คาดหวังอะไรกับ The Mandalorian and Grogu มากนัก แต่ไม่รู้เพราะเราไม่คาดหวังเลยไม่ผิดหวัง หรือเพราะดิสนีย์เขาปรับปรุงแล้วจริง ๆ The Mandalorian and Grogu มันจึงออกมา “โอเค” กว่าที่เราคิด
หนังได้ Jon Favreau ผู้สร้างซีรีส์ The Mandalorian และผู้กำกับ Iron Man มากุมบังเหียน ดิสนีย์อาจคาดหวังว่าผู้กำกับคนนี้จะมาสร้างมิราเคิลให้จักรวาลหนัง Star Wars ได้บ้างอย่างที่เขาเคยช่วยกอบกู้จักรวาลหนังมาร์เวลมาแล้วเมื่อ 18 ปีก่อน
เปิดมาฉากแรก เขาก็เสิร์ฟฉากแอ็คชั่นจัดหนักเลย ให้เห็นว่า พระเอก (Pedro Pascal จาก The Fantastic Four และ Materialists) เป็นนักล่าค่าหัวที่มีสกิลโหดขนาดไหนและมีชื่อเสียงเลื่องลือในจักรวาล Star Wars และก็มีคู่หูคู่ใจเป็นน้อง Grogu หรือ Baby Yoda สุดคิวท์ ที่ไม่ว่าจะออกมาซีนไหนก็คิวท์ สำหรับคนที่ไม่เคยดูซีรีส์ The Mandalorian มาก่อนเลยอย่างเรา ถือว่านี่เป็นฉากเปิดที่ปูแบ็คกราวนด์ตัวละคร ความสัมพันธ์ และเรื่องราวได้น่าประทับใจ
ด้วยความเป็นหนังดิสนีย์ที่ตั้งใจสร้างมาขายคนทุกเพศทุกวัย หนังก็จะบาลานซ์ทั้งความน่ารักตะมุตะมิของน้อง Grogu กับฉากแอ็คชั่นขั้นเทพของ The Mando ซึ่งก็มีหลายซีน นอกจากฉากเปิด ก็จะมีฉากต่อสู้แบบแกลดิเอเตอร์, ฉากซิ่งไล่ล่า, และอีกหลายฉาก พร้อมฉากสเกลขยายพิเศษเพื่อประสบการณ์ในโรง IMAX โดยเฉพาะ แต่หนังก็ไม่ค่อยมี space scenes นัก และไม่ค่อยเน้นธีมการเมืองเท่ากับ Star Wars ยุคดั้งเดิมด้วย เรื่องราวในเรื่องนี้ไม่ได้ซับซ้อนมากนัก ก็คือไปทำภารกิจล่าหัวตัวร้ายจากฝั่งจักรวรรดิ และระหว่างทางก็ต้องเจออุปสรรคต่าง ๆ รวมถึง Rotta the Hutt (Jeremy Allen White จาก The Bear) ลูกชายของ Jabba the Hutt

โดยภาพรวม ถึงแม้ The Mandalorian and Grogu อาจจะเป็นหนัง Star Wars ที่ดีที่สุดในทศวรรษ แต่ก็ยังยากที่จะกลับไปเป็นหนังในตำนานหรือสร้างปรากฏการณ์ได้อย่างที่บรรพบุรุษเคยทำไว้ แต่อย่างที่ Rotta the Hutt กล่าวในหนังเรื่องนี้… มันไม่ง่ายที่จะเติบโตภายใต้เงาของพ่อผู้ยิ่งใหญ่ และเขาอยากสร้างทางของเขาเอง…
ดังนั้น แฟนเดนตายของ Star Wars อาจต้องละทิ้งความคาดหวังที่มันจะเป็นไปตามครรลองที่พวกเขาคุ้นเคย แล้วมองโลกใหม่ในวิถีของน้องเบบี้โยดา