Colony เป็นหนังซอมบี้ที่สนุกที่สุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ Train to Busan โดยผู้กำกับ Train to Busan เอง
Colony มีความสดใหม่ แตกต่างจาก Train to Busan และหนังซอมบี้เรื่องอื่น ๆ ตรงที่แทนที่หนังจะเน้นขายฉากแอ็คชั่นหรือดราม่า หนังเลือกขายความฉลาดแทน ทั้งความฉลาดจากฝั่งนางเอก อาจารย์ควอนเซจอง (รับบทโดย จอนจีฮยอน จากยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม), จากฝั่งตัวร้ายหลัก ซอยองชอล (รับบทโดย คูคโยฮวัน จาก DP), และจากฝั่งซอมบี้ที่มีวิวัฒนาการยุค 7.0 สามารถสื่อสารกันได้และทำงานกันเป็นทีมเหมือนมด ทำให้หนังมีเรื่องมาเซอร์ไพรส์หรือชวนตื่นเต้นแทบทุกนาที
ในส่วนพล็อตหลัก หนังยังเดินตามสูตรสำเร็จ ที่ยังสำเร็จอยู่ เช่น มีตัวละครที่ถูกบรีฟมาให้ทำหน้าที่ “น่ารำคาญ” หรือน่าตบให้คนดูอินจัดตั้งแต่ต้น ๆ เรื่อง ตัวละครที่มีเงื่อนไขหรือมีอะไรที่ทำให้คนดูต้องคอยตามเอาใจช่วย จนถึงการใช้พื้นที่ปิดมาเพิ่มความกดดัน แต่จากเดิมเป็นขบวนรถไฟ ขยับมาเป็นตึกห้างสรรพสินค้า ที่ ณ วันนั้น นางเอกกับแฟนเก่ามาร่วมงานสัมมนาเทคโนโลยีชีวภาพ ก่อนที่จะเกิดเหตุก่อการร้าย ทำให้ไวรัสกลายพันธุ์และแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในตึกนี้ ผู้รอดชีวิตจึงต้องพยายามหาทางออกจากตึก

สิ่งที่เป็นซิกเนเจอร์อีกอย่างของผู้กำกับคนนี้ นอกจากการรู้จังหวะที่จะเล่นอารมณ์กับคนดูแล้ว ยังเป็นการออกแบบซอมบี้ให้มีคาแรกเตอร์พิเศษและมีซีนที่ต้องตราตรึงหรือเป็น talk of the town และถึงแม้มันจะไม่ได้เน้นดราม่าเท่า Train to Busan แต่หนังก็ชวคนดูตระหนักคิดได้ดีถึงพลังของการสื่อสาร โดยเฉพาะในยุคดิจิตัล ที่ผู้คนต่างแห่กันเสพและเชื่อข่าวต่าง ๆ หรือทำอะไรตาม ๆ กันอย่างพวกไร้สมอง
ทีมแคสต์นักแสดงถือว่าเต็มไปด้วยตัวท็อปยิ่งกว่าสมัย Train to Busan เรียกได้ว่า คุ้นหน้าแทบทุกคน และเล่นได้ดีมาก ๆ โดยเฉพาะตัวร้ายหลักอย่าง คูคโยฮวัน ที่เป็นตัวจี๊ดมาแต่ไหนแต่ไร แสดงหนังเก่งมาก และมีความสามารถในการออกแบบการแสดงของตัวละครของตัวเองที่คนดูต้องจดจำ
Colony มันดี สนุก และฉลาดมากจริง ๆ หลังจากที่เราก็เริ่มเบื่อและผิดหวังกับ k-zombie มาหลายปี วันนี้เรากล้าพูดว่า นี่จะต้องเป็นหนังที่สร้างปรากฏการณ์ทำให้ k-zombie กลับมาบูมอีกครั้งแน่นอน