ทุกคนที่เคยดู Toy Story ล้วนบอกว่า Toy Story แต่ละภาคล้วนเป็นหนังแอนิเมชั่นที่ดี และภาค 3 ก็เป็นภาคที่เล่าเรื่องราวได้จบสวยงามลงตัวดีมากแล้ว… ซึ่งมันก็จริง… เราก็เห็นด้วยว่า ภาค 3 (2010) ที่จบลงที่ Andy เอาของเล่นทั้งหมดไปให้กับเด็กคนใหม่ก่อนที่เค้าจะไปเข้ามหา’ลัย ถือเป็นบทสรุปที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบมากแล้วสำหรับ Andy กับ Woody

แต่ในชีวิตจริง Every ending is a new beginning เสมอ ประกอบกับว่า มันก็ยังมีเรื่องราวของ Woody ที่หนังทั้งสามภาคก่อนหน้านี้ยังบอกเล่าคนดูไม่สมบูรณ์อยู่ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ ด้านความรัก (ในภาค 3 ตุ๊กตาที่เป็นกิ๊กของ Woody หายไปเลย หายแบบ…เหมือนไม่เคยมีอยู่จริง) ดังนั้น ใน Toy Story 4 (2019) จึงเป็นเรื่องราวหลังจากที่ Woody และของเล่นตัวอื่น ๆ มาอยู่กับหนูน้อย Bonnie แล้ว และการ reunion กันในรอบเก้าปีของ Woody กับ Bo Peep

เรื่องของเรื่องคือ Woody (Tom Hanks) ในภาคนี้รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าลง เพราะจากที่เคยเป็นของเล่นตัวโปรดของ Andy (Jack McGraw / John Morris) กลับต้องกลายมาเป็นตุ๊กตานอกสายตาที่ Bonnie (Madeleine McGraw) แทบไม่เคยหยิบหรือแตะ

ส่วน Bonnie เองก็กำลังอยู่ในช่วงต้องปรับตัวกับการเข้าเรียนชั้นอนุบาลปีแรก ที่โรงเรียนนั้นเอง เธอได้ made เพื่อนใหม่ขึ้นมาจากขยะในถังขยะ ตั้งชื่อว่า Forky (Tony Hale) และเธอก็รักมันมาก แต่ Forky ยังยึดติดคิดว่าตนเองเป็นขยะ ไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นของเล่นอย่างที่ Bonnie มอง ทำให้ Woody ต้องมาคอยดูแลให้ Forky อยู่ในที่ในทาง (ไม่หนีกลับไปอยู่ในถังขยะ) แต่จนแล้วจนรอด Forky ก็หนีไปได้ระหว่างที่ทั้งครอบครัว (ทั้งคนและกองทัพของเล่น) กำลังออก road trip

แน่นอนว่า พระเอกของเรากระโดดตาม Forky ที่พุ่งออกไปจากรถ และนั่นทำให้เค้าได้บังเอิญกลับไปเจอกับ Bo Peep (Annie Potts) คนรักเก่าที่พลัดพราก และเจอกับ Gabby Gabby (Christina Hendricks) ตุ๊กตาไม่สมประกอบในร้านขายของเก่าที่เฝ้ารอความรักจากเด็กหญิงสักคน (คือเป็นตัวร้ายมีปมที่น่าสงสาร)

มิตรภาพเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ แต่ละภาคก็มีแก่นแตกแขนงแตกต่างกันออกไปตลอด 24 ปีที่ผ่านมา แล้ว Pixar เค้าเก่งเรื่องการเล่าเรื่องและถ่ายทอด message อย่างมีชั้นเชิงอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี Toy Story 4 ยังคงเต็มไปด้วยเหล่าของเล่นที่น่ารักที่เราผูกพัน แต่ก็มาพร้อมกับบทเรียนใหม่ ๆ การเปลี่ยนแปลง และการเติบโตของตัวละคร ที่เราจะได้เรียนรู้กันไปพร้อม ๆ กัน…

สิ่งหนึ่งที่ภาคนี้ชัดเจนกว่าภาคอื่น ๆ คือ การมีชีวิตของเหล่าของเล่น… ทำไมพวกเขาจึงมีชีวิต… และมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร… รวมถึงนิยามของคำว่า “ของเล่น” และ “ขยะ”

อย่าง Forky เดิมเป็นแค่ส้อมที่ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะ จนกระทั่ง Bonnie เก็บขึ้นมาและเนรมิตให้มีตา จมูก แขน ขา ฯลฯ แต่เราว่าเพียงแค่เอาอวัยวะตัดแต่งเหล่านั้นมาติดมาแปะเฉย ๆ มันไม่น่าจะใช่สาเหตุสำคัญที่ทำให้ Forky มีชีวิตอะไรหรอก หากแต่เป็นเพราะ Bonnie เธอให้ความรักและให้ความสำคัญกับ Forky ต่างหาก มันเลยทำให้ Forky ไม่ได้เป็นขยะอีกต่อไป

ในขณะที่ Woody ซึ่งถึงแม้ว่าแต่เดิมทีจะถูกผลิตมาเพื่อเป็นของเล่นของเด็ก ๆ และเพื่อมอบความสุขให้เด็ก ๆ แต่พอเค้าไม่ถูกเล่น เค้าก็รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าที่ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเอง คือแอบรู้สึกว่าตัวเองเป็นขยะมากกว่า Forky เสียอีก เค้าจึงต้องพยายามทำวิธีอื่นเท่าที่จะทำได้ที่จะทำให้เด็กของเค้ามีความสุข

อีก message นึงที่แฝงอยู่ในหนังคือ second chance หรือโอกาสที่สอง เช่น ตัวละครใหม่อย่างตุ๊กตาสตั๊นท์แมน Duke Caboom (Keanu Reeves) ที่เคยถูกละทิ้งจากเด็กของเค้า เนื่องจากเค้าไม่สามารถขี่มอเตอร์ไซค์กระโดดได้ไกลเท่าที่เด็กคาดหวัง เค้าก็เสียศูนย์ เสียความมั่นใจ และเช่นเดียวกับ Woody… เค้ารู้สึกว่าตัวเองด้อยค่าลง และต่อมา Duke Caboom, Woody, และตัวละครอีกหลาย ๆ ตัว ก็จะได้รับโอกาสที่สองของตัวเอง ได้เลือกก้าวข้ามผ่านความผิดหวังเสียใจในครั้งนั้น เพื่อที่จะทำครั้งที่สองมันให้ดีกว่าเดิม

อย่าง Woody… เมื่อเค้าได้มาพบกับ Bo Peep อีกครั้ง เค้ามีโอกาสที่สองที่จะเริ่มต้นใหม่กับเธอ พร้อมกับเริ่มต้นเป็นคนใหม่ในแบบที่เค้าอยากจะเป็น เลือกชีวิตของเค้าเองกับคนที่เค้ารัก เพราะเราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับบริบทของสภาพแวดล้อมหรือสังคมคนรอบข้างด้วยเสมอ ไม่มีใครควรจะเป็นคนเดิมเหมือนเดิมแบบเดิมไปตลอดชีวิต

ซึ่ง Bo Peep ก็เป็นตัวละครที่ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากภาคก่อนหน้า จากตุ๊กตาผู้หญิงลุคเจ้าหญิงหวาน ๆ เรียบร้อย ๆ กลายเป็นถอดกระโปรงบาน ๆ ออก และกลายเป็นสาวสตรองผู้ชำชองกับทางโลกภายนอก เธอได้เลือกที่จะเป็นตัวเองและใช้ชีวิตข้างนอกของเธอเองอย่างมีเป้าหมายที่เธอลิขิตเอง แทนที่จะเป็นตุ๊กตาแสนหวานตามที่โรงงานสร้างและอยู่ติดกับโคมไฟในห้องนอนเด็กหญิงเล็ก ๆ ไปตลอดชีวิต

สุดท้าย ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ ไม่ว่าคุณจะโตมากับ Toy Story หรือไม่ก็ตาม คุณจะเห็นตัวเอง หรือเจออะไรบางอย่างที่ relate กับตัวคุณเอง อยู่ในตัวละครต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้ รู้ตัวอีกที คุณอาจจะน้ำตาคลอโดยไม่รู้ตัวก็ได้

คะแนนตามความชอบส่วนตัว 8/10