ภาพยนตร์ Romantic-Comedy เรื่อง Me Before You สร้างจากนิยายขายดีจากอังกฤษเรื่อง Me Before You (2012) ของ Jojo Moyes ซึ่งมีพล็อตคล้ายกับ The Fault in Our Stars ของ John Green เอามาก ๆ

 

เรื่องย่อ Me Before You

Lou Clark (Emilia Clarke จาก Game of Thrones และ Terminator Genisys) ได้รับการว่าจ้างจากครอบครัวมหาเศรษฐีผู้ดีเก่า ให้ไปดูแล Will Traynor (Sam Claflin จาก The Hunger Games และ Love, Rosie) ที่เป็นอัมพาตทั้งตัวจากอุบัติเหตุรถชน

 

 

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ Me Before You

Me Before You เป็นหนังรอมคอมผสมเมโลดราม่าเยี่ยงละครหลังข่าว ดูง่าย เบาสมอง ฟีลกู้ด จึงไม่เป็นการเซอร์ไพรส์เลยที่หนังจะได้รับความสนใจอย่างมากในหมู่คนไทย และมีคนแห่แหนไปดูเต็มโรงตั้งแต่รอบ sneak preview

สองนักแสดงนำที่กำลังรุ่งและโด่งดัง อย่าง Emilia Clarke และ Sam Claflin พ่วงด้วย Matthew Lewis (Neville Longbottom จาก Harry Potter) เป็นแม่เหล็กสำคัญของหนัง ทำให้คนสนใจมาดูโดยที่ไม่สนใจว่าพล็อตหนังไม่ได้ใหม่หรือเลอค่าตราตรึงอะไรเลย

 

 

โดยรวม Me Before You มีความคล้าย The Fault in Our Stars ที่ช่วยแจ้งเกิดให้กับ Shailene Woodley และ Ansel Elgort ไปเมื่อปี 2014 แตกต่างกันที่พระนางใน The Fault in Our Stars ป่วยหนักกันทั้งสองคน แต่ Me Before You มีแค่พระเอกที่ป่วยหนัก แล้วนางเอกมาเป็นคนดูแล

อย่างไรก็ดี เราไม่ได้หมายความว่า Me Before You ก๊อปปี้ไอเดียจาก John Green เพราะต้นฉบับนิยายทั้งสองเรื่องต่างก็ตีพิมพ์ไล่เลี่ยกันเมื่อช่วง มกราคม 2012 แต่สิ่งที่เราสนใจคือ เนื้อหาของหนัง The Fault in Our Stars ทำได้ดี กินใจ และเรียกน้ำตาได้มากกว่ามาก (นี่ขนาดหนังเรื่องนี้เขาก็ทำไม่ได้ดีเท่าในหนังสือแล้วนะ)

 

 

ความดีงามของ Me Before You เท่าที่เราเห็น นอกเหนือจากรูปร่างหน้าตาของนักแสดงนำแล้ว ก็เห็นจะมีแต่แฟชั่นและความโก๊ะของนางเอกก็เท่านั้น มุกตลกหลายมุกที่ดูเหมือนตลก เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้ตลกนะ โดยเฉพาะถ้าคนพิการหรือคนเป็นอัมพาตได้ดู ก็คงไม่ตลกด้วยแน่ ๆ เพราะมุกส่วนใหญ่เป็นมุกที่เสียดสีความทุพพลภาพของพระเอก แต่ความตลกเปิ่นฮาของนางเอกนี่พอรับได้

เราชอบไอเดียที่ว่า เราเปลี่ยนแปลงตัวตนใครไม่ได้ (เราเปลี่ยนแปลงรสนิยมนางเอกไม่ได้ เราเปลี่ยนแปลงความพิการของพระเอกไม่ได้) แต่เราให้ความรักและกำลังใจเขาได้ และถ้าฟังดูเผิน ๆ เราก็เกือบชอบไอเดียที่ว่า เรายอมตายดีกว่ามีชีวิตอยู่อย่างไม่เป็นตัวเอง แต่พอมาดูการนำเสนอไอเดียกังกล่าวในเรื่องแล้ว… เฮ้ย! มันใช่หรอวะ?

 

 

เราเข้าใจพระเอกนะ เขาเคยประสบความสำเร็จ เพียบพร้อม และทำอะไรก็ได้ แล้วต้องมาทนอยู่ในสภาพแบบนี้ แต่มันก็ไม่จำเป็นต้องทำให้พระเอกเห็นว่าการไม่มีชีวิตอยู่ดีกว่าทนอยู่เยี่ยงคนพิการไม่ใช่หรือ? เราควรสนับสนุนให้คนทั่วไปยอมรับคนพิการ และให้คนพิการปรับตัว มีความสุข และใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาได้ไม่ใช่หรือ?

แต่เอาก็เอาเถอะ ถ้าดูแบบไม่คิดอะไรมาก ในความรู้สึกของเรา Me Before You ก็ไม่ได้แย่ มันก็ฟีลกู้ดดี แต่ก็ไม่ได้ดีถึงขั้นเทียบชั้น About Time, The Internหรือแม้กระทั่งหนังที่มีพล็อตคล้ายกันอย่าง The Fault in Our Stars ได้เลย

โดยสรุป ความชอบส่วนตัว 7/10

 

 

Me Before You ฉายรอบ sneak preview (รอบหลัง 20:00 น.) ตั้งแต่ 28 พ.ค. 2016 และเข้าฉายจริง 2 มิ.ย. 2016 

Read More: Me Before You makes having a disability seem worse than death by Michaela Hollywood

Comments

comments