Captain America: Civil War หนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องล่าสุดแห่งจักรวาล Marvel กำกับโดยสองพี่น้องรุสโซ (Anthony Russo & Joe Russo)

 

เรื่องย่อ Captain America: Civil War

รัฐมนตรี Thaddeus “Thunderbolt” Ross (William Hurt) เรียกร้องให้ทีม Avengers เซ็น Sokovia Accords เพื่อที่จะได้ไม่ใช้พลังตามใจชอบเหนือกฎหมายจนทำร้ายคนบริสุทธิ์อีก

Tony Stark หรือ Iron Man (Robert Downey Jr.) และ Natasha Romanoff หรือ Black Widow (Scarlett Johansson) เห็นด้วยและเดินทางไปร่วมเซ็นสัญญาที่ U.N. ในขณะที่ Steve Rogers หรือ Captain America (Chris Evans) และ Sam Wilson หรือ Falcon (Anthony Mackie) ไม่เห็นด้วย ส่วน Wanda Maximoff หรือ Scarlet Witch (Elizabeth Olsen) ก็ถูก Vision (Paul Bettany) กักตัวไว้ที่บ้าน

ที่ U.N. เกิดระเบิดใหญ่ คร่าชีวิตกษัตริย์แห่ง Wakanda (John Kani) ทำให้ผู้ต้องสงสัย Bucky Barnes หรือ Winter Soldier (Sebastian Stan) ถูกไล่ล่าตามจับ แต่ต่อมาหมอปริศนา Helmut Zemo (Daniel Brühl) ก็พา Bucky หลุดออกไปได้

Steve Rogers ต้องการช่วย Bucky เพื่อนรักจากการจับกุม และยืนหยัดที่จะไม่เซ็น Sokovia Accords ทำให้ Tony Stark ต้องมาตามคิดบัญชีกับ “อดีต” เพื่อนรัก

 

 

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ Captain America: Civil War

ในส่วนของฉากบู๊ของ Civil War นั้น คงไม่ต้องพูดเยอะ มันระเบิดระเบ้อ ฉากบู๊มีเยอะ แต่ละฉากก็สวยงามสะใจ อันนี้ชื่นชมสองพี่น้องรุสโซนะ คนอะไรกำกับตัดต่อคิวบู๊ได้เก่งขนาดนี้ ภาพและเสียงฟินมาก แล้วฮีโร่แต่ละคนปล่อยของกันสุดฤทธิ์ มีเซอร์ไพรส์นอกจากในเทรลเลอร์เยอะอยู่ คอหนังแนวนี้ได้คุ้มค่าราคาตั๋วแน่นอน

อย่างไรก็ดี โดยส่วนตัว เรารู้สึกว่า Civil War มีความเป็นเรื่อง The Avengers มากกว่า Captain America เพราะชนวนของเรื่องราวมันค่อนข้างเชื่อมโยงกับภารกิจของทีม Avengers ที่ปะทะ Loki (Tom Hiddleston) ณ New York City กับที่ปะทะ Ultron ใน Sokovia ประกอบกับใน Civil War ยังเป็นการงานรวมญาติฮีโร่มากมาย แต่แค่ Captain America เป็น center ของเรื่อง แล้วฮีโร่แต่ละตัวมาปล่อยของกันสุดฤทธิ์ เรียกว่ามาเต็มยิ่งกว่าในหนัง The Avengers จริงๆ เสียอีก

 

 

The Avengers ทีมเดิมมามีบทบาทใน Civil War กันเกือบครบ ยกเว้น Thor (Chris Hemsworth) กับ Hulk (Mark Ruffalo) ที่ได้ร่ำลากันไปเคลียร์แล้วตั้งแต่ Avengers: Age of Ultron โดยใน Civil War จะแบ่งเป็นสองทีม เป็น Captain America v Iron Man ตามที่เห็นในเทรลเลอร์ – ซีนสนามบิน

ทีมแรกคือ #TeamCaptainAmerica (Chris Evans) ได้แก่ Bucky Barnes (Sebastian Stan), Falcon (Anthony Mackie), Scarlet Witch (Elizabeth Olsen), Hawkeye (Jeremy Renner), และ Ant-Man (Paul Rudd)

ทีมสองคือ #TeamIronman (Robert Downey Jr.) ได้แก่ Black Widow (Scarlett Johansson), Vision (Paul Bettany ), War Machine (Don Cheadle), Black Panther (Chadwick Boseman) และ Spider-Man หรือ Peter Parker (Tom Holland)

โดย Black Panther กับ Spider-Man ถือเป็นตัวละครใหม่ของหนัง Marvel ซึ่งถือว่าเปิดตัวใน Civil War ได้เริ่ดมาก โดยเฉพาะ Spider-Man เนี่ย เกิดสุดๆ น่ารัก ฮา ขโมยซีนสุดๆ น้อง Tom Holland ไม่ทำให้ป้าๆ ผิดหวังเลยจริงๆ (ปักหมุดรอดูภาคแยกด่วนๆ)

 

 

เนื่องจากตัวละครยั้วเยี้ยะมาก และดีเทลยิบย่อยเยอะมาก ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องขอชื่นชม Civil War คือการเขียนบทและการกระจายบทให้ตัวละครต่างๆ เพราะเขาส่วนนี้ได้ดีมาก ดีกว่าบท Marvel แทบทุกเรื่องที่เคยมีมา

กล่าวคือ ตัวละครมีมิติขึ้น ทุกตัวดูมี story แต่เขาก็กระจายบทบาทได้ดี ทุกตัวมีความสำคัญเหมาะสม ใช้พลังแต่ละคนได้คุ้มค่า บทก็ซับซ้อนขึ้น  แต่โดยรวมลงตัวกลมกล่อม เชื่อมโยงดีมาก ไม่มั่วไม่งง มีที่มาที่ไปที่สมเหตุสมผล มุกตลกสไตล์มาร์เวลเขาก็ไม่ทิ้ง ไดอะล็อกแต่ละประโยคก็บอกเล่าเรื่องราวได้มากมาย

เช่น ประโยคที่ Hawkeye พูดว่า “ส่วนหนึ่งก็เพราะยังเป็นหนี้บุญคุณเธอ (Scarlet Witch)” เป็นประโยคสั้นๆ ที่ยิ่งใหญ่ ทำให้นึกถึง Quicksilver (Aaron Taylor-Johnson) พี่ชายฝาแฝดของ Scarlet Witch ที่ช่วยชีวิต Hawkeye ไว้ในสงคราม Ultron

แล้ว Scarlet Witch นี่เป็นหนึ่งในตัวละครที่เราชอบเลยนะ ใน Civil War นี้ ซึ่งไม่มีพี่ชายอยู่ด้วยแล้ว นางดู strong มากขึ้น หรือเติบโตขึ้น ในแง่การจัดการทางอารมณ์ โดยเฉพาะความกลัว แล้วมีประโยคนึงที่นางพูดที่เราประทับใจมากๆ เลยเช่นกัน (พูดอะไรนั้นไม่บอก ต้องไปดูเอง)

 

 

เราชอบที่ตัวละครฮีโร่ล้วนมีแบคกราวนด์ครอบครัว เพื่อน หรือคนรักของตัวเอง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไรเพื่อส่วนรวม เช่น Captain America ก็ทำทุกอย่างเพราะเพื่อนรักของเขา ทั้งที่เขามีสิทธิที่จะอยู่เฉยๆ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือหาเหาใส่หัวก็ได้ (แหม ก็เพื่อนใคร ใครก็รัก แถมนี่ยังรู้จักกันมาเป็นร้อยปีอะ จริงมั้ย)

ประเด็นนี้ทำให้เรานึกถึงสามเหลี่ยมมาสโลว์ (Maslow’s Hierarchy of Needs) ที่ชั้นล่างสุดจะเป็น ความต้องการทางกายภาพ ชั้นสองจะเป็น ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย ส่วนชั้นที่สามที่เหนือไปกว่านั้นคือ ความรักหรือความสัมพันธ์ ซึ่งได้แก่ เพื่อน คนรัก และครอบครัว

 

 

ส่วนประเด็นเรื่องการเป็นฮีโร่มันเหนือกฎหมายหรือทำร้ายคนบริสุทธิ์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรนั้น ผิวๆ Captain America v Iron Man ก็คล้ายใน Batman v Superman นั่นแหละ แต่ Batman v Superman เขาเน้นไปทาง justice ของสังคมมากกว่า และเล่าสนุกน้อยกว่า แต่ Civil War มันไม่เชิงเน้นไปทาง justice ของสังคม แบบ Batman v Superman หากแต่เน้นไปในแง่ความคิดหรือการตัดสินใจของปัจเจกมากกว่า

กล่าวคือ ไม่ว่า Captain America กับ Iron Man จะเลือกอะไร ไม่ว่าใครจะเลือกอยู่ข้างไหนทีมไหน (เช่น เราอยู่ #TeamSpiderMan นะรู้ยัง) มันก็เป็นการตัดสินใจของเขาที่มาจากพื้นฐานชีวิตหรือประสบการณ์ของเขา ต่างคนก็แตกต่างกัน ดังนั้นมันไม่มีถูกผิดที่คนเราจะคิดต่างกันบ้าง ตรงกันข้าม นั่นเป็นเรื่องที่ดีเสียอีก คือดี…ที่อย่างน้อยคนคนนั้นก็ได้คิดเองและเลือกเอง

แต่ main idea ที่พีคที่สุดสำหรับเราในเรื่องนี้คือ ความแตกแยกหรือความพังทลายของสิ่งสิ่งหนึ่ง กล่าวคือ ถ้าสิ่งนั้นมันพังยับเยินแค่ภายนอก เช่น ตึกถล่ม มันก็ยังสร้างใหม่ได้ไม่ยาก แต่ถ้าสิ่งนั้นมันแตกสลายจากภายใน เช่น ความสามัคคีของคนในทีม Avengers นี้เอง ที่แตกไปแล้ว ก็คงจะกลับมาต่อกันให้ติดใหม่เหมือนเดิมยากแท้สมบูรณ์

 

 

Captain America: Civil War เข้าฉาย 27 เมษายนเป็นต้นไป คะแนนตามความชอบส่วนตัว 8.5/10

ป.ล. (I) มี end credit สองอัน รอดูให้จบนะจ๊ะ คือดี

ป.ล. (II) ส่วนปู่ Stan Lee ก็ยังมาแจมเหมือนเดิมโรงเรียนมาร์เวล~

ป.ล. (III) เรื่องนี้หนีไปดูเอง (ดู IMAX 3D ด้วยเออ) เพราะค่ายไม่เชิญไปรอบสื่อ T^T

 

 

READ MORE: 6 สิ่งที่คุณจะได้เห็นใน Captain America: Civil War