อย่าร้องไห้ในวันนี้ให้กับเมื่อวาน

Along with the Gods: The Two Worlds เป็นโปรเจคต์ยักษ์สานต่อปรากฏการณ์ของ Train to Busan ภาพยนตร์เกาหลีที่ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งรายได้เปิดตัวของ Along with the Gods: The Two Worlds นี้มาแรงแซงโค้งทุกโบกี้เสียด้วย เพราะสร้างรายได้ถล่มทลายกันลืมภพลืมโลกกันเลยทีเดียว

Along with the Gods: The Two Worlds เป็นเรื่องของวิญญาณ “คิมจาฮง” (Tae-hyun Cha จาก My Sassy Girl) นักดับเพลิงหนุ่มที่เพิ่งเสียชีวิต กลายเป็น “วิญญาณคนดี” ที่ต้องผจญภัยฝ่า ***นรก 7 ขุมกับพระเจ้า 7 องค์ในแดนปรโลก*** ภายใน 49 วันเพื่อจะได้กลับไปเกิดใหม่ โดยมียมทูตผู้พิทักษ์สามองค์ ได้แก่  “คังลิม” หัวหน้าทีมยมทูต (Jung-woo Ha จาก The Handmaiden), “เฮวอนเมก” รองหัวหน้าทีมยมทูต (Ji-hun Ju จาก Antique), และ “ดัคชุน” ยมทูตเด็กน้อย (Hyang-gi Kim จาก Thread of Lies)

***นรกแห่งบาปทั้ง 7 ได้แก่  นรกบาปฆาตกรรม, นรกบาปเกียจคร้าน, นรกบาปหลอกลวง, นรกบาปอยุติธรรม, นรกบาปทรยศ, นรกบาปความรุนแรง, นรกบาปอกตัญญู และสิ่งที่รอคอยวิญญาณคนชั่วอยู่ที่นรกแต่ละขุมคืออันตรายซ่อนเร้นที่น่าสะพรึงกลัว อาทิ ป่าใบมีด, หุบเขาน้ำแข็ง, แม่น้ำกินคน หรือนักรบทะเลทราย (ข้อมูลจากเว็บไซต์ majorcineplex)

นอกเหนือจากการฝ่านรก 7 ด่านของคิมจาฮงและสามยมทูตแล้ว ยังมี Subplot เกี่ยวกับครอบครัวของคิมจาฮง อันได้แก่แม่ผู้แก่ชราและเป็นใบ้ กับ Soo-hong น้องชายของเขา (Dong-wook Kim จาก Take Off) ซึ่งจะเป็นต้นเหตุสำคัญแห่งพาร์ทดราม่าของหนัง ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่สนุกครบรส ทั้งผจญภัย สืบสวน ดราม่า แอ็คชั่น และคอเมดี้ (ขาดก็แต่โรแมนติกแบบหนุ่มสาวนี่แหละมั้ง)

ความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย บาปบุญคุณโทษ หรือนรกหลายขุมของเกาหลีไม่ได้แตกต่างจากของคนไทยมากมายเท่าไหร่ (แต่เท่าที่เห็น ไม่เห็นต้นงิ้วหรือกระทะทองแดง ที่คนไทยคุ้นเคยนะ) การท่องนรกในหนังทำให้เรานึกถึง “ไตรภูมิพระร่วง: นรกภูมิ” ที่เคยเรียนสมัยยังเป็นนิสิตนักศึกษา แต่เราไม่ใช่คนอินกับเรื่องความเชื่อเหล่านี้เท่าไหร่ มันจึงเป็นหนังที่ดูเพลิน ๆ ทั่วไปสำหรับเรา ไม่ได้อินอะไรมากนัก

อย่างไรก็ดี เนื้อหาที่หนังพยายามสอนคนดูและสะท้อนเรื่องความดีความชั่วของมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่ดี อาจทำให้คนกลัวการทำผิดทำบาปได้บ้าง โดยที่มีความบันเทิงตามยุคสมัยมากกว่า “ไตรภูมิพระร่วง” (ถ้าของจริงมีนรก 7 ขุมที่พิพากษากันแบบนี้ รับรองว่าคงไม่มีใครได้ไปเกิดใหม่ โลกคงประชากรมนุษย์น้อยลงสมใจแล้วล่ะ) ถึงแม้สำหรับเรา “ไตรภูมิพระร่วง” ซึ่งดูเรียลกว่า จะทำให้คนกลัวนรกได้มากกว่าหนังแนวแฟนตาซีจ๋าอย่าง Along with the Gods: The Two Worlds ก็ตาม

นอกจากทำให้คนกลัวการทำบาปหรือการทำผิดแล้ว ยังนำเสนอความผิดชอบชั่วดีอย่างมีมิติ ทำให้เราเห็นกันว่า การกระทำล้วนมีมากกว่าด้านเดียว จะดีจะชั่วก็อาจต้องพิจารณาถึงเจตนาของผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ (เช่น การโกหกขาว หรือ White lies ที่ต้องทำเพื่อให้ฝ่ายผู้ฟังสบายใจหรือมีกำลังใจ) รวมถึงบริบททางสังคม ณ เวลานั้นประกอบกันด้วย อย่าตัดสินใครจากข้อมูลเพียงด้านเดียวหรือแค่จากประสบการณ์ของตัวเองเท่านั้น

แต่ถ้าพูดตรง ๆ ประเด็นเกี่ยวกับการแก้ต่างหรือค้านความผิดของพระเอกโดยใช้เจตนาที่ดีนี่นั่นมาอ้างจึงฟังดูเฉยๆ คาดเดาได้ และค่อนข้างจำเจแล้วสำหรับเรา ไม่ได้ฟังแล้วรู้สึก wow หรือมีชั้นเชิงอะไร แต่สุดท้าย เราก็ชื่นชมอยู่ดีนะ ที่เขาตั้งใจทำหนังสอนคนดูได้ดีจริง ๆ

ในส่วนของโปรดักชั่นและงาน CGI อาจจะล้น ๆ ไปเสียหน่อย แต่โดยรวมก็ต้องยกนิ้วให้อยู่ดีสำหรับมาตรฐานเอเชีย และคิดว่างานภาพยนตร์ของแดนกิมจิจะไปได้ไกลกว่านี้อีกเป็นแน่

โดยส่วนตัวยังชอบ Train to Busan มากกว่ามากทั้งในส่วนของความสนุกและความดราม่า ทั้งนี้อาจเพราะเราชอบเรื่องจิกกัดทุนนิยมหรือชนชั้นวรรณะมากกว่าเรื่องความดีความเลวของมนุษย์เป็นการส่วนตัวก็เป็นได้ (มีนักแสดงจาก Train to Busan มาแจมรับเชิญด้วย แต่ไม่มีโอปป้ากงยู เศร้า…)

คะแนนตามความชอบส่วนตัว 7.5/10

Comments

comments