ผู้กำกับฯ Shunji Iwai (จาก All About Lily Chou-Chou) กลับมากำกับภาพยนตร์ขนาดยาวอีกครั้ง กับอะนิเมะเรื่อง The Case of Hana & Alice (花とアリス殺人事件) ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะทิ้งห่างจากวงการไปกว่า 10 ปี แต่ฝีมือก็ยังคงดีไม่ตก เพราะล่าสุด The Case of Hana & Alice ได้เข้าชิงรางวัล “ภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่­ยม” ในเทศกาลภาพยนตร์เซียงไฮ้มาสดๆ ร้อนๆ

The Case of Hana & Alice เป็นการนำคาแร็คเตอร์สองสาวมัธยมน่ารักสุดแสบ ฮานะ และ อลิซ จาก Hana and Alice ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่เขาเคยกำกับไว้ในปี 2004 มาสร้างเป็นเวอร์ชั่นการ์ตูนอะนิเมะ โดยเวอร์ชั่นนี้จะเล่าเรื่องราวก่อนที่สองสาว ฮานะ และ อลิซ จะมาเป็นเพื่อนสนิทกัน (พูดง่ายๆ คือฉบับการ์ตูนอันนี้เป็น prequel ของฉบับหนังคนเล่นอันเก่า)

ทั้งนี้ยังได้สองสาว Anne Suzuki และ Yû Aoi นักแสดงตัวจริงเสียงจริงจากเวอร์ชั่นต้นฉบับ กลับมาให้เสียงพากย์เป็น ฮานะ และ อลิซ อีกด้วย

 

 

เรื่องย่อ The Case of Hana & Alice

หลังจากพ่อแม่แยกทางกัน Alice สาวน้อยวัย 14 ต้องตามแม่ย้ายมาอยู่ที่เมืองบ้านนอกแห่งหนึ่ง ตามประสาเด็กใหม่ Alice ไม่ค่อยได้รับการต้อนรับขับสู้ที่ดีจากเพื่อนร่วมชั้นเท่าไหร่นัก แถมเพื่อนในห้องยังกล่าวหาว่าเธอมาทำลายอาถรรพ์ เพราะไปนั่งทับที่ที่เคยเป็นของ Yuda เด็กชายที่คนเชื่อกันว่าถูกฆ่าตายไปเมื่อปีที่แล้ว

Alice เริ่มสืบสวนเรื่องคดีฆาตกรรมของ Yuda โดยเริ่มจากการไปถาม Hana เพื่อนบ้านตรงข้ามที่เอาแต่เก็บตัวไม่ยอมไปรร.มาเป็นปีๆ ซึ่ง Hana ก็ตัดสินใจร่วมด้วยช่วย Alice เพราะ Yuda เคยเรียนอยู่ห้องเดียวกันกับเธอก่อนจะเกิดเรื่อง แล้วการผจญภัยสุดน่ารักของสองสาวสุดโก๊ะจึงเริ่มต้นขึ้น!

“I won’t forget this pain as long as I live.”

 

 

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ The Case of Hana & Alice

ไม่ใช่ทั้งคอหนังญี่ปุ่น และไม่เคยดู Hana and Alice ฉบับคนแสดงมาก่อน แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะ The Case of Hana & Alice มันเป็น prequel ของฉบับคนแสดง นั่นแปลว่ามันจะมานับหนึ่ง introduce เรื่องราวของสองสาวให้เราใหม่แต่ต้นอยู่ดี ดังนั้นไม่ว่าจะเคยดูหรือไม่เคยดูยังไงก็ตามเรื่องทัน

เราเองก็ไม่ใช่คอหนังอะนิเมะ การ์ตูนญี่ปุ่นที่เคยดูก็มีแต่ประมาณโดราเอมอนและการ์ตูนพื้นฐานที่คนที่เคยมีชีวิตวัยเด็กทั่วไปต้องเคยดูประหนึ่งเป็นวิชาบังคับ แต่กระนั้นก็ยังพอพูดได้เต็มปากว่า The Case of Hana & Alice เป็นอะนิเมะที่ภาพสวย ลายเส้นและการใช้โทนสีน้ำมันดูฟุ้งๆ อบอุ่นอบอวลอย่างบอกไม่ถูก ตัวละครและสิ่งต่างๆ เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ โดยที่ฉากหลังแทบไม่ไหวติง เสมือนดูละครเวทีที่ขยับแต่คนแสดง

นอกจากนี้ดนตรีประกอบยังไพเราะเสนาะหู โดดเด่นจนลืมไปเลยว่ากำลังดูหนังการ์ตูน

 

 

ด้วยความเป็นการ์ตูน ตัวละครในเรื่องจะค่อนข้างโอเวอร์แอ็คติ้งทั้งทางสีหน้า แววตา ท่าทาง และน้ำเสียง ซึ่งนั่นแหละคือความบันเทิงและความน่ารักที่ชวนขันตลอดเรื่อง แต่มันก็ไม่ได้ตลกตะลึ่งตึ่งโป๊ะจนเยอะเกินงามน่ารำคาญอะไร เพราะสองสาวตัวละครหลักมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันมาก Hana จะดูเป็นสาวนิ่งๆ ลึกลับ เก็บตัว และดูมีสติ แต่ Alice จะเป็นสาวโก๊ะ รั่ว ก๋ากั่น และดู alert ซึ่งพอถูกจับมาอยู่คู่กันมันเลยค่อนข้างลงตัวพอดี๊พอดี

แต่เออ… ขอบ่นก่อนว่า ตอนแรกอ่านชื่อเรื่อง นี่นึกว่าเป็นหนังทริลเลอร์ แต่ปรากฏพอเข้าไปดูจริง โอ้โห นี่มันหนังตลกแนวฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมวแถมยังมีกลิ่นอายแจ่มใสเบาๆ อีกต่างหาก คุณหลอกดาวววว~

อย่างไรก็ตาม ความตลกที่สอดแทรกอยู่ในเส้นเรื่องนั้นน่ารักดี อย่างมุกตลกเสียดสีเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนานี่เราว่ามันก็ดูเรียลดีนะ การงมงายหรือหลงเชื่ออะไร โดยเฉพาะสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ โดยไม่ใช้สติวิจารณญาณไตร่ตรองเนี่ย เป็นอะไรที่วัฒนธรรมบ้านเราก็มีให้เห็นกันอยู่ทุกวัน อันนี้เราชอบ ฮาจริง

 

 

The Case of Hana & Alice สะท้อนให้เห็นการข้ามผ่านช่วงวัยรุ่นแรกแย้มของเด็กสาว เรื่องแรกคือสังคมที่โรงเรียน เพราะชีวิตกว่า 1/3 ของเด็กมัธยมจะอยู่ที่โรงเรียน การพยายามเป็นที่ยอมรับในหมู่เพื่อนจึงเหมือนเป็นเรื่องสำคัญโลกแตกของพวกเธอ; ทำอย่างไรให้มีคนคบ ทำอย่างไรให้ไม่ถูกเพื่อนรังแก ทำอย่างไรให้เพื่อนจำได้ ทำอย่างไรให้เรา look cool ในสายตาคนอื่น ฯลฯ

 

 

เรื่องต่อมาคือสถาบันครอบครัว เด็กบางคนเขินอายเพื่อนในสิ่งที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองของตนเองเป็น กลัวเพื่อนล้อ กลัวเรตติ้งตก จึงพยายามผลักไสหรือขีดเส้นกั้นแบ่งอาณาเขตระหว่าง “โลกของหนู” กับ “โลกของท่าน”

ในขณะที่คนเป็นพ่อเป็นแม่เขาอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราและเฝ้าดูการเติบโตของเราอย่างใกล้ชิดไม่เคยเปลี่ยนแปลง (แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งที่เรามีปัญหาหนักจริงๆ พวกท่านก็จะเป็นคนแรกที่เรานึกถึงอยู่ดี)

 

 

เรื่องต่อมาคือเรื่องความฝัน หลายคนมี “สิ่งที่ทำได้ดี” กับ “สิ่งที่ชอบทำ” คนละสิ่งกัน เช่น Alice ที่วิ่งแข่งได้ดี แต่เธอก็ชอบเต้นบัลเล่ต์ แน่นอนว่าสิ่งที่เธอชอบย่อมทำให้เธอมีความสุข แต่สิ่งที่เธอทำได้ดีอาจนำพาให้เธอเป็นที่ยอมรับในสังคมและเข้ากับเพื่อนได้ (บนโลกนี้ คนที่โชคดีที่สุดจึงเป็นคนที่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักและทำมันได้ดีจนประสบความสำเร็จ – ไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตนไม่ได้รัก)

Alice เรียนบัลเล่ต์มาแต่เด็ก เต้นมาเจ็ดปีจนรักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ แต่พอโตขึ้นและที่บ้านเริ่มมีปัญหาทางการเงิน เธอจึงคิดแทนแม่ไปเองว่า เธอเรียนบัลเล่ต์ต่อไม่ได้หรอก ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่อยากเห็นลูกมีความสุข ทุกคนล้วนพร้อมสนับสนุนให้ลูกได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบทุกๆ ทางอยู่แล้ว ขอแค่เปิดอกคุยกับพ่อแม่เขาตรงๆ ว่าเราต้องการอะไร เราไม่ต้องการอะไร และทำไมจึงคิดเช่นนั้น

 

 

หลังจากการเท้าความชีวิตที่เวิ่นเว้อเว่อวังไปพอสมควร จุดที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ช่วงของการผจญภัยและการสืบสวนคดีฆาตกรรมของ Hana กับ Alice ซึ่งถือเป็นหัวใจของเรื่อง องก์นี้เป็นส่วนที่เพลินที่สุดและน่ารักที่สุดของเรื่อง เพราะในขณะที่ทั้งสองกำลังคลี่คลายคดีของ Yuda นั้น ความสัมพันธ์หรือมิตรภาพของทั้งสองก็ค่อยๆ แน่นแฟ้นขึ้นโดยที่พวกเธอเองก็ไม่รู้ตัว

 

 

Hana กับ Alice อาจจะไม่ใช่เพื่อนที่นั่งเรียนด้วยกันมาก่อน แต่พอทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกันจริงๆ บ้าบอไปด้วยกัน เติบโตไปด้วยกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมี “เป้าหมายร่วมกัน” นั่นก็ทำให้พวกเธอสนิทกันไว และสนิทกันมากกว่าเพื่อนร่วมชั้นที่เจอกันทุกวันแต่ต่างคนต่างเรียน

ระหว่างทางในการสืบสาวเรื่องราวของพวกเธออาจจะเปิ่นๆ โก๊ะๆ และเพี้ยนไปอยู่บ้าง แต่มันก็ทำให้เราเห็นว่า ชีวิตวัยรุ่นผู้อ่อนต่อโลก…อ่อนประสบการณ์…มันก็อย่างนี้แหละ เด็กๆ เต็มไปด้วยความผิดพลาด อาจจะหลงทางบ้าง ตามคนผิดคนถูกบ้าง หรือตกรถไฟบ้าง แต่สุดท้ายมันก็เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่ทำให้เด็กเติบโต เรียนรู้ และข้ามผ่านวัยเด็กนี้ไปได้อย่างสวยงาม…

แล้วหนังตอกย้ำให้เราเห็นคุณค่าวัยเยาว์เข้าไปอีกตอนที่เอา Alice ไปอยู่กับคุณลุงวัยไม้ใกล้ฝั่ง มันทำให้เราเห็นว่าวัยเด็กเป็นวัยที่สนุกสุดละจริงๆ มีแต่ความทรงจำที่แฮปปี้และล้ำค่า เราควรเก็บเกี่ยวมันไว้ให้ได้มากที่สุด ใช้ชีวิตให้คุ้มก่อนที่จะแก่ตัว ซึ่งถึงตอนนั้นแล้วจะเดินเหินก็ลำบาก โรคภัยไข้เจ็บถามหา

 

 

นอกจากความทรงจำวัยเด็กโดยทั่วไปแล้ว The Case of Hana & Alice ก็ทำให้เราได้ระลึกถึงความรัก puppy love ในวัยเยาว์ด้วยอีกเรื่อง เพราะในเรื่องนี้ รักครั้งแรกของสาวๆ มันเปิ่นเสียเหลือเกิน จนนี่ต้องรีบย้อนระลึกชาติของตัวเองเลยว่า ตอนนั้นเราทำอะไรบ้าๆ แบบพวกนางรึเปล่า

ผลออกมาคือ… โอ้โห… ให้มานั่งนึกภาพรักในวัยเรียนของตนเองตอนวัยเบญจเพสตอนนี้นี่คือแบบ… ตอนนั้นฉันทำอะไรลงไป…น่าอับอายกว่ามีคุณแม่หอบเสื่อหอบแซนด์วิชมาปิกนิกนั่งเชียร์เราวิ่งข้างสนามกีฬาโรงเรียนอีก อย่าให้พูดถึง… LOL

 

 

 

โดยสรุป The Case of Hana & Alice น่ารักมาก คะแนนตามความชอบส่วนตัว (ในฐานะที่ไม่ใข่คอหนังญี่ปุ่นและอะนิเมะ) ให้ 7.5/10

หนังเข้าฉาย 17 กันยายนนี้ แต่ฉายเฉพาะที่โรงภาพยนตร์ ควอเทียร์ ซีเน อาร์ต, เฮ้าส์ อาร์ซีเอ และ ลิโด้ เท่านั้น