เราเป็นคนนึงที่ชอบดูหนังฮีโร่ แต่ไม่ใช่แค่พวกซูเปอร์ฮีโร่ที่ต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ผู้ร้าย หรือชนเผ่าต่างดาวเท่านั้น หากแต่รวมถึงฮีโร่ที่เป็นคนธรรมดาสามัญ ฮีโร่ท้องถิ่น หรือฮีโร่ของครอบครัวด้วย

นักผจญเพลิงหรือนักดับเพลิงในบ้านเรา เราก็ทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นอาชีพที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย และมีหน้าที่ช่วยชีวิตผู้คนที่กำลังประสบกับเพลิงไหม้ แต่ส่วนใหญ่เพลิงไหม้ในไทยที่เราคุ้นเคย มักจะเป็นไฟไหม้อาคารหรือตึกรามบ้านช่อง (หรือไม่คนไทยอาจจะคุ้นเคยกับน้ำท่วมซะบ่อยกว่า) ในขณะที่ในประเทศสหรัฐอเมริกา นักผจญเพลิงของเขาเป็นอาชีพที่เสี่ยงตายยิ่งกว่าและบ่อยครั้งกว่า เพราะเป็นประเทศที่เกิดไฟป่าอยู่บ่อยครั้ง มรการตั้งทีม Hotshot ซึ่งเปรียบเสมือนหน่วยซีลแห่งวงการนักผจญเพลิงด้วย

Only the Brave เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของฮีโร่…กลุ่มนักผจญเพลิง 20 ชีวิต… ที่เสียสละเวลาครอบครัว มาเสี่ยงชีวิตเพื่อดับเพลิงป่าครั้งใหญ่เมื่อปี 2013 ที่ Arizona’s Yarnell Hill ซึ่งครั้งนั้นถือเป็นการสูญเสียธรรมชาติครั้งยิ่งใหญ่ กินอาณาเขตป่าไม้ถึง 2,400 เอเคอร์

ทีม Granite Mountain Hotshots นำโดย Eric Marsh (Josh Brolin ผู้เข้าชิงออสการ์จาก Milk) ซึ่งช่วงเริ่มเรื่องมา เขากำลัง recruit ลูกทีมเพิ่ม และเทรนลูกทีมอย่างหนัก เพื่อจะทำให้ทีมได้รับการเลื่อนขั้นเป็นทีม Hotshots ประจำชุมชน โดยมีนายอำเภอ Duane Steinbrink (Jeff Bridges นักแสดงออสการ์จาก Crazy Heart) คอยช่วย

หนึ่งในเด็กใหม่ที่เขารับมาคืออดีตเด็กขี้ยา Brendan “Donut” McDonough (Miles Teller จาก Whiplash) ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้แฟนสาวได้เห็นว่าเขาสามารถเป็นพ่อที่ดีและดูแลลูกสาวที่เพิ่งเกิดใหม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน อาชีพนักดับเพลิงที่เขาเลือกก็ต้องทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และเวลาแทบทั้งหมดไปกับการเทรนและการดับไฟเช่นกัน ซึ่งนั่นก็เป็นปัญหาระหว่าง Eric กับภรรยาของเขา Amanda (Jennifer Connelly นักแสดงออสการ์จาก A Beautiful Mind) สะสมมาหลายปี

ความเด่นของบทเขากระจายกันอย่างทั่วถึง ไม่มีใครเด่นไปกว่าใครจนถึงขนาดจะชิงออสการ์สาขาการแสดงได้ อย่างไรก็ดี นักแสดงนำทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีและเข้าถึงบทบาทอย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะคนที่รับบทเป็นนักผจญเพลิงทั้ง 20 ชีวิต พวกเขาต้องเก็บตัวที่ค่ายของหน่วย Hotshot บนเขาสถานที่จริงในเมืองซานตาเฟ่ รัฐนิวเม็กซิโก เพื่อเข้าถึงบทบาทของนักผจญเพลิงป่าอย่างถึงแก่นถึงราก

Miles Teller ยังคงประทับใจเราได้กับบทบาทคน loser หรือ underdog ที่เป็น fighter ในแบบฉบับของเขา ในช่วงท้ายของเรื่อง เราเสียน้ำตาให้กับเขา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ที่นั่งดูมาตลอดทั้งเรื่อง เราไม่คิดมาก่อนเลยว่า หนังเรื่องนี้จะทำให้เราเสียน้ำตาหรือสะเทือนใจได้มากมายขนาดนี้

ผู้กำกับ Joseph Kosinski (จาก TRON: LegacyOblivion) มากำกับหนังยาวที่สร้างจากเรื่องจริงเรื่องแรก สำหรับเราเราคิดว่าเขาสอบผ่าน เพราะอย่างที่บอก ตอนแรกเขาก็ดูทำออกมานิ่ง ๆ เรื่อย ๆ แต่ในช่วงท้าย เขากลับทำได้สะเทือนใจน้ำตาไหลไม่ทันตั้งตัวเหมือนกัน คือเขาใช้ภาพเล่าเรื่อง เล่าความรู้สึก โดยไม่ต้องให้ตัวละครพูดไดอะล็อกใดใดสักคำ แต่มันสะเทือนใจโคตร ๆ

ฟีลมันเหมือนเราไปเจอภัยพิบัติหรือมหันตภัยทางธรรมชาติ ซึ่งมันอาจจะไม่มีสัญญาณมาก่อนอย่างชัดเจน หรืออาจจะมีสัญญาณล่วงหน้าไม่นานแล้วจู่ ๆ ก็ถาโถมประดังมาอย่างรวดเร็วอย่างที่เราตั้งตัวหรือเตรียมใจรับไว้ไม่ทัน

Only the Brave เป็นหนังฮีโร่ที่เราควรดู ควรเข้าไปทำความรู้จัก เชิดชูในความกล้าหาญและความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของพวกเขาที่ช่วยรักษาชีวิตหลายครัวเรือนและรักษาปอดของทุกคนเอาไว้ เข้าฉาย 9 พ.ย. 2017 ในโรงภาพยนตร์

คะแนนตามความชอบส่วนตัว 8/10