Don’t judge a movie by its poster and trailer.

 

หลังจาก Matthew Vaughn ผู้กำกับฯ คนเก่ง ได้สร้าง Kick-Ass และ X-Men: First Class ให้ประสบความสำเร็จทั้งกระแสและรายได้มาแล้วทั่วโลก ในปีนี้เขากลับมาวาดฝีไม้ลายมืออีกครั้งใน Kingsman: The Secret Service หนัง Action-Comedy เรื่องใหม่ล่าสุด ที่มีการล้อเลียนหนังสปายหรือสายลับดังๆ ตามขนบอย่าง James Bond 007 ตั้งแต่อาวุธ การแต่งกาย ผู้หญิง หรือกระทั่งการดื่มเครื่องดื่มมาร์ตินี่

และนอกจาก James Bond แล้ว ใน Kingsman: The Secret Service ยังมีกลิ่นอายของ My Fair Lady (จับคนธรรมดามาดันเป็นชนชั้นสูง), Kick-Ass (วัยรุ่นสุดเกรียนเปลี่ยนมาเป็นฮีโร่), X-Men: First Class (เอาเด็กๆ เจนใหม่มารวมกันและเทรนให้เป็นฮีโร่โปรเฟสชันนัล), Noah หรือ 2012 (ผู้ถูกเลือกได้รับเชิญมาขึ้นเรือในวันโลกาวินาศ) ฯลฯ

แหม เรียกได้ว่าดูหนังเรื่องเดียว เหมือนได้ระลึกชาติถึงหนังหลายๆ เรื่องกันเลยทีเดียว

 

 

เรื่องย่อ Kingsman: The Secret Service

หลังจาก Kingsman องค์กรสายลับระดับโลก สูญเสียสมาชิกไปหนึ่งคน Arthur หัวหน้าองค์กร (Michael Caine จาก The Dark KnightThe PrestigeInceptionNow You See MeInterstellar ฯลฯ) จึงประกาศวาระคัดสรรสมาชิกใหม่มาดำรงตำแหน่งและรับผิดชอบภาระหน้าที่ Lancelot ต่อจากคนเก่าผู้วายชนม์

สมาชิก Kingsman แต่ละคนมีหน้าที่เป็น mentor ไปเสาะหาเด็กที่เหมาะสมมาคนละหนึ่งคน เพื่อเอามาแข่งขันชิงเก้าอี้ Lancelot คนใหม่ โดย Harry “Galahad” Hart  (Colin Firth จาก The King’s Speech) เลือกเด็กเกรียน Gary “Eggsy” Unwin (นักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ Taron Egerton) มาเป็น candidate เข้าชิงตำแหน่งดังกล่าว เพราะ Eggsy เป็นลูกชายของอดีตสมาชิกผู้ที่เคยสละชีพของตนเข้าช่วยชีวิตเขาไว้หลายปีก่อน

ตำแหน่ง Lancelot มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เด็กๆ ทุกคนต้องเข้ารับการเทรนและเทสต์แต่ละด่านๆ โดย Merlin (Mark Strong จาก Kick-AssSherlock Holmes ฯลฯ)  และแน่นอนว่าพระเอกของเรา Eggsy ก็เป็นม้ามืดตัวเต็งตามสไตล์ โดยมีสาวน้อย Roxy (Sophie Cookson) และหนุ่มไอวีลีก Charlie (Edward Holcroft จาก Vampire Academy) เป็นคู่แข่งคนสำคัญ

ในขณะเดียวกัน Harry ก็มีภารกิจต้องจัดการกับ Richmond Valentine (Samuel L. Jackson จาก Star WarsThe AvengersCaptain AmericaDjango Unchained ฯลฯ) มหาเศรษฐีอัจฉริยะไอทีที่ฉลาด รวย และเลวมาก กับลูกสมุนมือขวาของเขา Gazelle (Sofia Boutella นางเอก StreetDance 2) นักฆ่าสาวขาโหด ผู้มีขาเทียมอันแหลมคมเป็นอาวุธ

 

 

รีวิว วิจารณ์ Kingsman: The Secret Service

ในความรู้สึกของเราแว้บแรก Kingsman: The Secret Service เป็นหนังที่ไม่น่าดูหรือดึงดูดเลย เพราะโปสเตอร์ เทรลเลอร์ และพล็อตที่ดูเชย โบราณ และดูจำเจไม่มีอะไรสดใหม่ แต่พอหลงเข้าไปดูแล้ว ก็ทำให้ตระหนักได้ว่า เราไม่ควรด่วนตัดสินหนังใดๆ จากเพียงโปสเตอร์หรือเทรลเลอร์ของมัน

พอได้ดูจริงๆ เราจึงได้เข้าใจว่าหนังเขามีความตั้งใจที่จะทำให้หนังมีกลิ่นอายของความคลาสสิคแบบหนังสายลับรุ่นเก่าๆ โปสเตอร์ เทรลเลอร์ รวมถึงฉากเปิดตัวหนังในเรื่อง จึงดู “Indiana Jones” มากๆ แต่พอดูไปเรื่อยๆ เราจะได้เห็นความสร้างสรรค์และความสดใหม่อย่างที่เราไม่เคยจินตนาการถึงล่วงหน้าจากหนังเรื่องนี้ เขามีอะไรมาเซอร์ไพรส์เราได้ตลอดเลยจริงๆ

ความสร้างสรรค์อย่างแรกขององค์กร Kingsman คือการใช้สมญานามแทนสมาชิกตามชื่อของเหล่าอัศวินโต๊ะกลม (Knights of the Round Table) ตั้งแต่ King ArthurLancelot, และ Galahad แต่ตัวพล็อตก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวามาก ค่อนข้างเป็นไปตามสูตรสำเร็จเสียด้วยซ้ำ ทั้งคาแรกเตอร์ตัวละครที่แบนราบมิติเดียว หรือการหักมุมเบาๆ ที่เดาได้ไม่ยาก หากแต่ยังดีที่ Kingsman: The Secret Service เดินตามสูตรอย่างสร้างสรรค์ และเก็บรายละเอียดทุกเม็ดอย่างน่าเซอร์ไพรส์ ถือเป็นสูตรสำเร็จสูตรใหม่ที่น่าสนใจเลยทีเดียว

ความประทับใจคือ Kingsman: The Secret Service มีฉากบู๊ที่สนุก มัน ติดตลก มีเสน่ห์ และสร้างสรรค์ ยิ่งประกอบกับดนตรีที่มันกระหึ่ม ยิ่งเพิ่มอรรถรสให้คนดูอย่างมาก ผลคือ เราจดจำฉากบู๊กระจายใน Kingsman: The Secret Service ได้ทุกฉาก โดยเฉพาะฉากที่ Colin Firth บู๊กระจายในโบสถ์นี่อีพิคมาก ไม่คิดว่าพระเอกรุ่นเดอะเจ้าของตุ๊กตาทองสายดราม่าอย่าง Colin Firth จะพลิกบทบาทมาพะบู๊ได้เนียนเท่ไม่แพ้ลุง Liam Neeson เลยนะจะบอกให้

 

 

ส่วนพระเอกน้องใหม่แกะกล่องอย่าง Taron Egerton ก็จัดว่า “แจ้งเกิด” และ “เอาอยู่” เลยทีเดียวกับบทสายลับมือใหม่สุดเกรียน ถึงแม้เขาจะไม่หล่อเหลาเอาการ และไม่ได้มีรูปร่างสูงสมาร์ท แต่หน้าของเขากวนตีนและฉลาดโดยไม่ต้องพยายาม มองแล้วทำให้เรานึกถึง Joseph Gordon-Levitt ในบางบริบท แล้วในขณะเดียวกัน เวลา Taron Egerton เขาใส่แว่น เราว่าโครงหน้าเขามีเค้าโครงคล้าย Colin Firth มาก และมีความน่ารักในแบบเฉพาะของเขา คิดว่าอนาคตของเขาคนนี้น่าจะยังไปได้อีกไกล ดังนั้น Kingsman ควรมีภาคต่อให้ Taron Egerton อีกสักตั้งสองตั้ง

(READ MORE: Meet Taron Egerton: 12 Things to Know About the ‘Kingsman’ Breakout)

ฉากการแข่งขันระหว่างการเทรนนิ่งของเด็กๆ ก็สนุกไม่แพ้ฉากต่อสู้กับตัวร้าย แต่ละด่านๆ มีความตื่นเต้นและความกดดันแตกต่างกัน ถึงแม้จะรู้ว่ายังไงๆ พระเอกของเราก็ไม่ตกรอบ แต่ดูแล้วก็ยังอดลุ้นตามทุกลมหายใจไม่ได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว บทพระเอกที่แรกๆ เกรียนๆ หรือเงอะงะกว่าคนอื่นแต่เสือกแจ้งเกิดเป็นพระเอกในตอนท้ายได้เนี่ย ถือเป็นพล็อตที่โหลมากนะ แต่หนังเขาก็สามารถทำออกมาได้น่ารักน่าติดตามได้ เออ อันนี้ชื่นชมจริงๆ

 

 

บุคคลที่ขโมยซีนที่สุดก็คงเป็นฝั่งตัวร้าย Valentine กับ Gazelle เพราะทั้งสองมีคาแรกเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์และชัดกว่าฝั่งตัวเอก โดยเฉพาะ Samuel L. Jackson ที่ดูเกรียนได้ใจ แถมยังฉลาดระดับดีกรี MIT ความร้ายกาจของเขาจึงน่ากลัวและตลกในคราเดียวกัน ชอบที่เขาเป็นผู้ร้ายที่ไม่ยอมให้มือตัวเองเปื้อนเลือดเลยสักครั้ง (ไม่ยอมแม้แต่เห็นเลือดสักหยดเลยด้วยซ้ำ) แต่ใช้สติปัญญาของเขาเป็นอาวุธ คอยสั่งการและคอนโทรลให้คนอื่นใช้อาวุธหรือความุรนแรงแทนตัวเอง

แล้วนอกจากนี้ หนังยังมีซับพล็อตเป็นดราม่า (ปนคอเมดี้) ปมชีวิตและครอบครัวของ Eggsy อีกด้วย แต่สุดท้ายแล้ว ผลออกมามันก็ไม่ได้ดูเยอะหรือดูมั่วเลยนะ นี่คงเป็นอีกเรื่องที่ต้องชม หนังทำเรื่องเยอะๆ ให้เอามาวุ่นวายอย่างลงตัวและสนุกสุดโต่งมันทุกซีนได้ ผู้กำกับฯ และคนเขียนบทเขาเก่งระดับพระกาฬเลยจริงๆ

 

 

โดยสรุป อย่าให้ฉากหน้าหนังและเทรลเลอร์ที่ดูเกรียนๆ ของ Kingsman: The Secret Service มาทำให้คุณพลาดหนังสนุกๆ เรื่องนี้ไปโดยเด็ดขาด สำหรับเรา Kingsman: The Secret Service อาจจะไม่ใช่หนังดีเด่นอะไร แต่มันตอบโจทย์ความบันเทิงครบรสได้อย่างเต็มสิบ บู๊สนุก ดนตรีมัน ตลกสร้างสรรค์ มีความเกรียนแบบผู้ดี ไปดูเถอะ ไม่เสียดายตังค์แน่นอน

อย่างเราเนี่ย ตอนแรกเราก็ไม่ได้ตั้งใจจะดู เพราะดูเทรลเลอร์หลายรอบแล้วก็ไม่เคยมีความอยากดูเลยแม้แต่น้อย แต่พอได้เข้าไปดูแล้วเท่านั้นแหละ “โอ้! ว้าว!” อย่างมาก ออกจากโรงมาแล้วอยากเชียร์ให้ทุกคนเข้าไปดูด้วยทันที

ถ้าไปดูแล้ว จงดูตั้งแต่ต้นจนถึงช่วง End Credit เลยนะ เพราะหนังเขามีของแถม ดีงาม พูดเลย (9/10)

 

manners maketh man.” (สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล)