Join Waitlist We will inform you when the product arrives in stock. Just leave your valid email address below.
Email Quantity We won't share your address with anybody else.
Movie / April 1, 2015

รีวิว Fast and Furious 7 : คิดถึงพอลหนักมาก

เกือบจะไม่ได้ฉายในประเทศไทยเสียแล้ว สำหรับ Fast and Furious 7 ที่มี จา พนม หรือ Tony Jaa (Ong-bak และ ต้มยำกุ้ง) คู่กรณีของเสี่ยเจียง ณ สหมงคลฟิล์ม ร่วมแสดงเป็นหนึ่งในตัวร้ายประจำภาค

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ Tony Jaa จะเป็นเหตุผลหลักที่คนบางคนอยากจะให้ Fast and Furious 7 มาฉายหรือไม่มาฉายในไทย แต่ที่แน่ๆ คนไทยเกือบทุกคนอยากให้ Fast and Furious 7 มาฉาย เพราะนี่คือหนังเรื่องสุดท้ายก่อนการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ Paul Walker

Fast and Furious 7 กำกับฯ โดย James Wan ผู้กำกับฯ ชื่อดัง ที่ถึงแม้ที่ผ่านมาเขาจะเคยกำกับแต่หนังผีหรือหนังแนวสยองขวัญ อย่างเช่น SawInsidiousThe Conjuring แต่สำหรับเรื่องนี้ เขาได้พิสูจน์แล้วว่าเขาก็กำกับหนังบู๊ได้ดีไม่แพ้กัน ดีไม่ดี ทำออกมาได้เหนือ Michael Bay (Transformers) เสียอีก

(ดู trailer ของทุกภาค >> 11 questions you were too embarrassed to ask about the Fast & Furious movies)

เรื่องย่อ Fast and Furious 7

พล็อตเรื่องของหนังซีรีส์นี้ก็ไม่มีอะไรให้พูดมากอยู่แล้ว สรุปสั้นๆ ก็คือ นี่เป็นการ reunion กันอีกครั้งของครอบครัวนักซิ่ง นำโดยตัวพ่อ Dominic Toretto (Vin Diesel), อดีต FBI Brian O’Conner (Paul Walker), Letty เมียตัวพ่อ (Michelle Rodriguez), Roman จำอวด (Tyrese Gibson), และโปรแกรมเมอร์ Tej (Ludacris)

เรื่องสืบเนื่องจาก Fast & Furious 6 ที่แก๊งพระเอกของเราล่อตัวร้าย Owen Shaw (Luke Evans) ไว้เกือบตาย Deckard Shaw (Jason Statham จาก The Transporter) พี่ชายของ Owen Shaw จึงมาแก้แค้นเดอะแก๊ง โดยเริ่มจากการไปค้นข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของ Hobbs (Dwayne Johnson หรือ The Rock) แล้วตามไปกำจัด Han (Sung Kang) ที่โตเกียว ก่อนจะส่งพัสดุระเบิดไปที่บ้านของ Toretto

Brian ส่งตัว Mia ภรรยาสาว (Jordana Brewster) และ Jack ลูกชายสุดที่รัก ไปกบดานอยู่บ้านเพื่อนในที่ที่ปลอดภัย ส่วนตัวเขากับพี่เขยก็ไปทำภารกิจตามล่า Deckard Shaw ภายใต้การร่วมมือกับ Mr. Nobody (Kurt Russell) โดยแผนแรกคือเดอะแก๊งจะต้องไปชิงตัว Ramsey (Nathalie Emmanuel) โปรแกรมเมอร์สาวสุดฮอตและเครื่องมือสอดแนมสุดไฮเทค “God Eyes” (ซับฯ ไทยแปลว่า “ตาเทพ”) ที่เธอสร้างขึ้น ก่อนที่ทีมของ Deckard Shaw และ Tony Jaa (ในเรื่องจาเล่นเป็นผู้กองอะไรก็ไม่รู้ แต่เห็นใน IMDB บอกว่าตามบทชื่อ “เกียรติ”) จะเอาตาเทพไปใช้ในทางที่ผิดและใช้กำจัดทีมพวกเขา

รีวิว / วิจารณ์ Fast and Furious 7

Fast and Furious มันเลยจุดสมจริงไปนานมากๆ แล้ว ดังนั้นเราไม่คาดหวังพล็อตเรื่องที่สมเหตุสมผลหรือความเป็นหนังแข่งรถซิ่งรถแบบต้นฉบับเลยก่อนจะเดินเข้าโรงไป อย่างไรก็ตาม แอ็คชั่นเวอร์ๆ หรือพล็อตหลวมๆ ทั้งหลายในเรื่องก็ไม่ได้ทำให้หนัง Fast and Furious หมดสนุกได้เลยสักภาค คนอื่นจะว่ายังไงเราไม่รู้ แต่เราคิดว่ามันก็คือวิถีของหนังแอ็คชั่นที่ต้องขายแอ็คชั่นและความบันเทิง ซึ่ง Fast and Furious 7 เขาก็ทำออกมาได้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้ดี

หนึ่งในสาเหตุที่ Fast and Furious ยังคงขายได้ขายดี สร้างภาคต่อได้เรื่อยๆ ไม่รู้จบ ทั้งที่เมนพล็อตดูไม่มีอะไรมาก หนึ่งในนั้นก็อาจเป็นเพราะว่าหนังเขาไม่ได้เล่นกับปมปัญหาระดับชาติหรือระดับองค์กรยักษ์ใหญ่แบบหนัง mission อื่นๆ แต่ Fast and Furious เขาเล่นกับปัญหาในตัวคนหรือในระดับครอบครัวที่คนดูทั่วไปยังพอเข้าถึงได้ภายใต้ความเว่อร์วังดังกล่าว ดังนั้นคนดูที่เป็นแฟนดู Fast and Furious มาตั้งแต่ภาคแรกๆ ได้เห็นชีวิตและการเติบโตของตัวละครที่เขาชอบ และรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหนึ่งในครอบครัว Furious นี้โดยไม่รู้ตัว

จะเห็นได้ชัดเจนในภาคล่าสุดนี้ว่า ภาพรวมของหนังให้ความสำคัญกับความเป็นครอบครัวมาก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของ Brian O’Conner กับ Mia ภรรยาสุดที่รักที่เป็นน้องสาวสุดหวงของ Dominic Toretto หรือแม้แต่ผู้กอง Hobbs (เออ The Rock ในเรื่องมันยศอะไรนะ?) ก็ยังมีลูกสาวมาดูแลตอนเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล แม้กระทั่ง Deckard Shaw ตัวร้ายภาคนี้ก็คือคนที่มาแก้แค้นให้กับ Owen Shaw น้องชายที่เป็นตัวร้ายภาคก่อน

อีกอย่างหนึ่งก็คือ Fast and Furious เป็นหนังที่มีความหลากหลายทั้งเชื้อชาติ สีผิว และเพศ โดยแต่ละฝ่ายต่างก็ได้รับการกระจายบทเด่นไม่แพ้กันตามความเหมาะสมของตัวบทจะอำนวย (ล่าสุดไทยแลนด์เราก็ได้เป็นหนึ่งในทีม Furious กับเขาด้วย) อย่างเช่น Michelle Rodriguez หรือ Letty นี่ได้บทเด่น เป็นกุญแจสำคัญ และมีซีนต่อสู้เก๋ๆ ที่น่าจดจำแทบทุกภาคที่เธอเล่นเลยทีเดียว 

จะว่าไป Michelle Rodriguez ก็เป็นตัวแทนความหลากหลายทางเพศที่ดีจริงๆ นะ

ฉากซิ่งรถที่เป็นไฮไลต์ของภาคนี้ก็มีหลายฉากด้วยกัน ถ้ามองข้ามความถูกต้องตามหลักฟิสิกส์หรือความโอเวอร์ของมนุษย์เหล็กพวกนี้ไปบ้าง คุณก็จะ enjoy watching มาก โดยเฉพาะใครที่อยากเห็นรถบินได้แบบใน Harry Potter and the Chamber of Secrets ก็จะได้เห็นของจริงอีกครั้งใน Fast and Furious 7 หรือถ้าใครเคยบอกเด็กแบบที่ Brian O’Conner สอนลูกว่า “Cars don’t fly!” คุณอาจจะเปลี่ยนความคิดทันที เพราะเรื่องนี้รถนางบินทั้งเรื่องเลยค่ะ (หมายเหตุ รถเจ้าชายสวยมาก)

“Cars don’t fly!”

นอกจากฉากซิ่งรถสปอร์ตสวยๆ แพงๆ และการต่อสู้แบบ Mission Impossible แล้ว ในภาคนี้ Fast and Furious 7 พยายามใช้ปืนให้น้อยลงแล้วโชว์การต่อสู้แบบตัวต่อตัวมากขึ้น ทั้งซีนตัวต่อตัวแบบข้างถนนของ Vin Diesel VS. Jason Statham หรือการต่อสู้แบบสาวๆ ขาโหดของ Michelle Rodriguez กับบอดี้การ์ดสาวของเจ้าชายอาหรับ และการต่อสู้แบบ martial art ระหว่าง Tony Jaa กับ Paul Walker โดยเฉพาะมวยคู่หลังนี่ฝรั่งเขายกย่องเลยว่าเป็นหนึ่งในฉากต่อสู้ตัวต่อตัวที่ดีงามที่สุดซีนหนึ่งเลยทีเดียว (View More: The Best ‘Fast and Furious’ Fights in Franchise History)

ซึ่งเราเองก็แอบรู้สึกจริงๆ นะว่า James Wan ดูตั้งใจที่จะเอาศิลปะการต่อสู้ของ Tony Jaa มาเป็นจุดขายจริงๆ (บรรยายไม่ถูก คุณต้องไปดูแล้วรู้สึกมันด้วยตัวคุณเอง) เพราะอย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่ว่า Tony Jaa ของเราเป็นที่ชื่นชอบของฝรั่งมาก จาไม่ใช่แค่สินค้า OTOP ขี้ๆ เขาไม่ได้ไป Hollywood เพียงเพื่อเป็น stuntman หรือ extra ง่อยๆ ไร้บทบาท แต่ Fast and Furious 7 กำลังเป็นบันไดสำคัญ ที่อาจส่งให้เขาโลดแล่นใน Hollywood ได้อีกไกลเช่นเดียวกับ Bruce LeeJackie Chan (เฉินหลง), และ Jet Li ไอดอลของเขา

 จา พนม บทเด่นกว่าที่คิด

แต่ภาคนี้ความสำคัญคงต้องยกให้ Paul Walker หนึ่งในหัวหน้าครอบครัวของ Fast and Furious ที่เสียชีวิตกลางคันจากอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อเดือน พ.ย. 2013 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นเกียรติและเป็นการแสดงความเคารพให้กับเขา ซึ่งตอนเขาเสียชีวิตนั้น เขาเพิ่งถ่ายทำ Fast and Furious 7 ไปได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น ที่เหลือหนังจึงต้องปรับเปลี่ยนบทบางส่วน และใช้สแตนด์อิน (รวมถึง Caleb และ Cody น้องชายทั้งสองของ Paul) ประกอบกับ CG ช่วยในการตัดต่อหน้าให้เป็น Paul Walker ตลอดแต่ต้นจนจบ (ซึ่งทำให้งบกระฉูดขึ้นจาก $200ล้าน เป็น $250ล้าน) ผลลัพธ์ออกมา อาจจะไม่ได้เนียน 100% ในความรู้สึกของคนดูที่รู้อยู่แก่ใจว่าอีตานี่ไม่ใช่ Paul Walker แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่า มันซึ้งมากจริงๆ คิดถึง Paul Walker หนักมาก

โดยสรุป ไม่ว่าจะยังไง นี่เป็นหนังฮอลลีวูดเรื่องแรกของ จา พนม และเรื่องสุดท้ายของ Paul Walker เชียวนะ ไม่ไปดูได้ไง!

Fast and Furious เป็นหนังครอบครัว”

Fast and Furious 7 ฉายจริงแล้ววันนี้ทั่วประเทศ ไม่โกหก…

Comments

comments






Previous Post
รีวิว X+Y: ถ้าความรัก = คณิต
Next Post
INSURGENT: หนังกบฏหนังสือ



Kwanmanee Haemanurux
Movie Blogger | Essay Tutor




0 Comment

What's in your mind?



UA-57998249-1

Enjoy this blog? Please spread the word :)