นี่คือหนังชิงออสการ์ สร้างจากเรื่องจริงอันโหดร้ายของเด็กหญิงปาเลสไตน์วัย 5 ขวบ ที่ติดอยู่ในรถกับศพของคนในครอบครัว ที่เพิ่งถูกสังเวยจากการถูกรถถังอิสราเอลกราดยิงกว่า 335 นัด กลางฉนวนกาซ่า เมื่อ 29 ม.ค. 2024 ที่ผ่านมา
แต่ความพิเศษจริง ๆ ที่ทำให้หนัง The Voice of Hind Rajab ทัชใจผู้ชมและกรรมการออสการ์ คือการนำเสนอเรื่องราวของสงคราม โดยใช้คลิปเสียงจริง ๆ ที่ ด.ญ. Hind Rajab คุยทางโทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่ PRCS ระหว่างเวลารอหลายชั่วโมงกว่าผู้มีอำนาจจะยอมอนุมัติให้รถพยาบาลที่อยู่ห่างจากเด็กหญิงเพียง 8 นาที ขับเข้าไปช่วยเหลือเธอที่จุดเกิดเหตุ
หนังความยาวเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง และ 99% ของหนัง จะอยู่แค่ในออฟฟิศเซตติ้งเดียวเท่านั้น คนดูจะไม่ได้เห็นเลือด การกราดยิง หรือฉากในสมรภูมิสงครามเลย แต่ทุกวินาที หนังทำให้คนดูรับรู้ความโหดร้ายของสงครามผ่านบทสนทนาทางโทรศัพท์และเสียงปืนที่ดังแทรกเข้ามาจากฝั่งของเด็กหญิง กับบรรยากาศที่อึดอัด กดดัน ของเจ้าหน้าที่ในออฟฟิศ ที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง นอกจากช่วยอยู่เป็นเพื่อนเด็กหญิง และรอเบื้องบนตัดสินใจ
หนังเล่าการกระทำและการตัดสินใจของตัวละครอย่างไม่ตัดสิน ถึงแม้การ rescue จะเป็นไปอย่างล่าช้า เต็มไปด้วยโปรเซสที่น่ารำคาญและรอกันไปรอกันมาหลายขั้นตอน แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครเป็นตัวร้ายในหนังเรื่องนี้นอกจากพวก IDF เราทุกคนล้วนต่างเป็นเหยื่อของสงครามและผู้ก่อสงคราม… ที่คร่าชีวิตของชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มากมาย
Hind Rajab เป็นเพียงหนึ่งในเด็ก 18,000 คนที่ถูกสังเวยในสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งนี้…
Hind Rajab เป็นเพียงเด็กคนนึงที่แค่อยากให้สงครามจบลง และได้กลับไปใช้ชีวิต และได้ไปเที่ยวทะเลอีกครั้ง…
ในช่วงเวลาที่โลกของเรากำลังจะก้าวเข้าสู่สงครามครั้งใหญ่อีกครั้ง เสียงของ Hind Rajab คือเสียงที่สมควรได้ยินดังกว่าที่เคย เธอคือตัวแทนของเหยื่อสงครามและผู้ถูกกระทำที่หลายคนอาจไม่เคยมองเห็นหรือรับฟังมาก่อน และช่วง 15 นาทีของหนังเรื่องนี้ รวมถึงฟุตเทจจริงจากการสัมภาษณ์แม่ของ Hind Rajab ควรค่าแก่การรับชมจริง ๆ
The Voice of Hind Rajab เข้าฉาย 3 มี.ค. 2026 ในโรงภาพยนตร์