บางครั้งคนที่ได้ผ่านเข้ามาใช้เวลาด้วยกันเพียงสั้น ๆ กลับมีอิทธิพลกับตัวเราหรือเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล ถึงแม้จะไม่อาจอยู่กับเราตลอดไป บางครั้งเราก็ตั้งคำถามวนอยู่ซ้ำ ๆ ว่า ถ้าวันนั้นเราไม่เจอกัน เราก็ไม่เคยต้องจากกัน ชีวิตของเรา ณ ตอนนี้ จะมีความสุขกว่านี้ไหมนะ ถ้าวันนั้นเราเดินผ่านกันไป เราก็จะไม่เคยได้ใช้เวลาด้วยกันและไม่ได้รู้จักว่า “ความสุขที่สุด” มันเป็นยังไง เราจะมีความสุขกับชีวิตที่ไม่มีเขาบนโลกได้มากกว่านี้หรือไม่
แต่คิดวนไปก็เท่านั้น เพราะไม่ว่าจะยังไง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราเจอกันแล้ว… เช่นเดียวกับ Lionel (Paul Mescal จาก Gladiator 2) กับ David (Josh O’Connor จาก Challengers) สองหนุ่มต่างพื้นเพ แต่มีแพสชั่นเดียวกัน และใจตรงกัน ทั้งสองพบกันสมัยเรียนสถาบันดนตรีเดียวกันที่บอสตัน ก่อนที่ David จะถูกเกณฑ์ไปรบในสงครามโลกครั้งที่ 1
ในปี 1920 หลังจาก David กลับจากสงคราม พวกเขาได้ออกเดินทางไปบันทึกเสียงเพลงพื้นบ้านในท้องที่ต่าง ๆ ด้วยกัน ซึ่งนั่นเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของ Lionel ซึ่งเราก็เชื่อเช่นนั้น เพราะสายตาของ Lionel ไม่เคยมีความสุขหรือชีวิตชีวาอีกเลยนับแต่นั้น….
เขามีความสุขที่สุดในชีวิตในวันที่ David เข้ามา และไม่สามารถมีความสุขขนาดนั้นได้อีกเลยในชีวิตหลังจาก David หายไป
และนี่คือเรื่องราวของ The History of Sound ที่เผิน ๆ อาจดูคล้ายกับ Brokeback Mountain หรือ Call Me By Your Name เพียงแค่สองตัวละครเอกมีพรสวรรค์ด้านดนตรี หลงใหลใน folk songs และอยู่ในช่วงยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่หนังก็มีความงดงามเฉพาะตัว และทำให้เราจุกอกเบา ๆ ในช่วงตอนจบ
The History of Sound เข้าฉาย 15 ม.ค. นี้ ที่ House Samyan เท่านั้น