Rental Family ของ Hikari (ผู้กำกับซีรีส์ Beef ของ Netflix) เล่าเรื่องของบริษัทที่ให้บริการ “ครอบครัวให้เช่า” เพื่อ emotional fullfillment เช่น เช่าสามีไปใช้จัดงานแต่งงานให้พ่อแม่สบายใจ, เช่าเพื่อนเล่นเกม, เช่าพ่อให้ลูก ฯลฯ
โดยส่วนตัว เราดู Rental Family แล้ว รู้สึกเหงาและอยากมีครอบครัวกว่าที่เคย เพราะพอเราได้สำรวจชีวิตและเติบโตไปกับตัวละครหลัก ได้นั่งมองระเบียงตึกตรงข้ามอยู่คนเดียวไปกับเขา โดยมีเมืองใหญ่ที่มีผู้คนนับล้านเป็นฉากหลัก เราได้เห็นทั้งชีวิตของคู่รักที่เรียบง่ายแต่มีความสุข และชีวิตคนแก่ที่เดียวดายในห้องสี่เหลี่ยมห้องหนึ่ง เราเริ่มลังเลกับความรู้สึกของการอยู่คนเดียวและมองเห็นความหมายของการมีคนข้าง ๆ มากขึ้น
มันเป็นหนังที่ชวนฉุกคิด ตั้งคำถามว่า…
1. อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต? งาน เงิน ชื่อเสียง ครอบครัว?
2. การโกหกเพราะหวังดี vs. การสื่อสารจากจริงใจ อะไรคือสิ่งที่ “ดีที่สุด” สำหรับคนที่คุณรักกันแน่?
ตัวละครหลักคือ Phillip (Brendan Fraser นักแสดงออสการ์จาก Whale) นักแสดงตกอับชาวอเมริกันในโตเกียว ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่เขาอยู่ที่นี่ เขารู้สึกแปลกแยก ว่างเปล่า และโดดเดี่ยว จนกระทั่งได้มาทำงานเป็นนักแสดงหรือบุคคลให้เช่าของบริษัทนี้ เขาค่อย ๆ ถูกเติมเต็มช่องว่างที่หายไป ค้นพบเป้าหมายและความหมายของการมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะเมื่อไปรับบทเป็นพ่อของ Mia (Shannon Gorman)

หนังดำเนินเรื่องอย่างเบาสมอง แต่สะท้อนประเด็นหนัก ๆ ในสังคมญี่ปุ่นและเอเชียอย่างแยบยล ตั้งแต่ค่านิยมเรื่องครอบครัว การแต่งงาน คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว การเลี้ยงดูบุตร สมรสเท่าเทียม จนไปถึงสังคมชายแท้โลกสองใบ แต่ปัญหาส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากการไม่สื่อสาร
แต่ประเด็นสำคัญจริง ๆ คือ ความปลอมหรือการโกหก ซึ่งถึงแม้จะเป็นโกหกขาว (white lies) ที่ทำให้อีกฝ่ายสบายใจ แต่มันก็อาจให้ผลดีแค่ชั่วคราวและอาจมีผลกระทบตามมาไม่ช้าก็เร็ว สุดท้าย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การสื่อสารอย่างซื่อตรงและตรงไปตรงมาต่างหาก
Rental Family ถือเป็นหนังดี ฟีลกู๊ด ฮีลใจ และให้ความอบอุ่นต้อนรับต้นปีได้อย่างดี นี่เป็น “หนังขายอารมณ์” อย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเป็นโสดหรือมีคู่ คุณจะมีครอบครัวหรือไม่ เชื่อสิ คุณจะต้องได้ความรู้สึกอะไรบางอย่างกลับไป (ในทางที่ดี) โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวหรือคนที่คิดถึงบ้าน ดูแล้วมีน้ำตาแน่นอน