ถึงเวลากลับมาเล่นเกมซ่อนหาสายโหดเลือดสาด สไตล์ The Purge + The Hunger Games กับครอบครัวคนรวยประสาทแดกกันต่อ หลังจากที่ Grace (Samara Weaving จาก The Babysitter) เจ้าสาวสุดสตรอง เป็นฝ่ายชนะ และบึ้มบ้านผัวล้างโคตรไปแล้วใน Ready Or Not ภาคแรก
ถึงแม้หนังภาคสองจะห่างจากภาคแรก 6-7 ปี แต่เรื่องราวของ Ready Or Not 2: Here I Come จะต่อเนื่องจากซีนสุดท้ายของภาคแรกเลย โดยเธอถูกจับไปเล่นเกมต่อ โดยเครือข่ายของตระกูล Le Domas และในครั้งนี้ Faith (Kathryn Newton จาก Ant-Man) น้องสาวของ Grace ก็ถูกจับมาร่วมเล่นเกมด้วย ก็เลยทำให้ภาคนี้มีปมครอบครัวนางเอกเพิ่มขึ้นมาโดยปริยาย และตรงนี้เราคิดว่าหนังก็พยายามดราม่าพี่น้องมากไปจนบางทีมันทำให้เสียไดนามิกของหนัง
ความบันเทิงคือ ภาคนี้ขายขำมากขึ้น มีความดาร์กคอมเมดี้มากขึ้น เช่น ขายซีนคนรวยโง่ ๆ ชัดขึ้น และอีกหลาย ๆ ซีนที่จะถูกใจพี่กะเทย หรือกระทั่งมุกล้อ The Lord of the Rings ที่ชวนขำมากกว่าที่ไหน ๆ เพราะใน Ready Or Not 2 นี้ Elijah Wood หรือ Frodo ตัวจริงเสียงจริง ก็มารับบทเป็นทนายคนสำคัญของเรื่องด้วย
เช่นเดิมกับหนังภาคต่อหลายเรื่อง ภาคสองมักเล่นสเกลใหญ่ขึ้นหรือขยายจักรวาล ซึ่ง Ready Or Not ก็พยายามเป็น John Wick แต่ทำเป็นเครือข่ายลัทธิบูชาซาตาน มันก็เลยทำให้ฉากคัลท์ ๆ ที่เราไม่ชอบเป็นการส่วนตัวจากภาคแรกมันถูกใช้ขยี้บ่อย ๆ ในภาคนี้ด้วย แต่ถ้าใครชอบหนังเลือดสาดกระจาย ก็คงรู้สึกสาแก่ใจ เพราะภาคนี้ชีเสิร์ฟเยอะมากจริง ๆ แต่โดยส่วนตัว เราชอบให้มันเน้นออกแบบฉากไล่ล่าหรือฉากนางเอกเอาคืนคนรวยให้มันครีเอทีฟ ๆ ซึ่งเป็นเสน่ห์หลักของแฟรนไชส์มากกว่า
โดยส่วนตัว เรายังชอบประเด็นในภาคแรกมากกว่า เสียดสีแยบยลกว่า โดยไม่จำเป็นต้องฝันให้ใหญ่แล้วไปไม่ถึง เพราะยังไงหนังแนว Eat the Rich หรือหนังที่เสียดสี วิพากษ์วิจารณ์ชนชั้นบน ความเหลื่อมล้ำ หรือการเอารัดเอาเปรียบของคนรวย และให้ชนชั้นล่างลุกขึ้นตอบโต้ (เช่น Parasite, Saltburn, The Menu, Triangle of Sadness, Succession, The Platform, Snowpiercer ฯลฯ) ก็ถูกใจตลาดแมสได้ไม่ยากอยู่แล้ว
แต่สุดท้าย เราก็ชื่นชมที่ภาคนี้พยายามตีแสกหน้าคนรวยให้แรงขึ้น และตีแผ่ระบบทุนนิยม และถ้าคนชั้นกลางหรือรากหญ้าต้องการเอาชนะพวกนายทุนก็ต้องปีนขึ้นไปเชือดตั้งแต่ต้นตอ และถอนรากถอนโคนระบบนั้นให้สิ้นซาก ดังนั้น ถึงแม้เราจะชอบภาคแรกมากกว่า แต่ภาคนี้มันก็ยังมีความบันเทิงอยู่ และก็ถือว่าทำให้เรื่องราวของหนังปี 2019 จบบริบูรณ์สมบูรณ์ขึ้น