Movie / September 6, 2017

รีวิว The Promise: เพื่อน.. ที่ระลึก

“สัญญานะ ว่าแกจะไม่ปล่อยให้ฉันตายคนเดียว”

กระแสตอบรับของหนัง thriller อย่าง ฉลาดเกมส์โกง ยังร้อนแรงอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ทันข้ามปี GDH  ค่ายหนังไทยอารมณ์ดีขวัญใจมหาชน ก็ปล่อยหนัง Horror ตามมาแทบจะทันที โดยได้ จิม โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ ผู้กำกับร้อยล้านจาก ลัดดาแลนด์ และมือเขียนบท ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณแฝดสี่แพร่งห้าแพร่ง ฯลฯ ซึ่งแทบทุกเรื่องจัดว่าประสบความสำเร็จ (อ่อ ขอยกเว้น ฝากไว้..ในกายเธอ ไว้เรื่องนึงละกัน)

คราวนี้ จิม โสภณ ได้หยิบยกเอาตึกร้างสาธร หรือ “ตึกสาธรยูนีค”  หนึ่งในอนุสรณ์สถานของวิกฤติต้มยำกุ้ง (พ.ศ. 2540) มาทำเป็นภาพยนตร์สยองขวัญภายใต้ชื่อเรื่องว่า  เพื่อน.. ที่ระลึก (The Promise)

เรื่องย่อ เพื่อน.. ที่ระลึก

เมื่อปี 2540 วิกฤติการณ์ต้มยำกุ้ง ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวของ อิ๊บ และ บุ๋ม ต้องพังครืนไปพร้อม ๆ กัน ตึกคอนโดหรูใจกลางเมืองที่พ่อของพวกเธอลงทุนทำร่วมกันถูกระงับการก่อสร้าง ทั้งสองครอบครัวกลายเป็นบุคคลล้มละลาย พวกเธออับอายและปรับตัวไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลง จึงตัดสินใจไปฆ่าตัวตายพร้อมกันบนตึกนั้น แต่ปรากฏว่าคนที่ตายกลับเป็นแค่อิ๊บเพียงคนเดียว ทั้งที่ก่อนลั่นไก ก็สัญญากันแล้วว่าจะตายด้วยกัน

ผ่านไป 20 ปี ในปี 2560 บุ๋ม (เมนเทอร์บี-น้ำทิพย์) เติบโตกลายเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และได้กลับไปที่ตึกนั้นอีกครั้ง พร้อมกับ เบล (ลิลลี่ เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซัน 2) ลูกสาวผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ หลังกลับจากตึกก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้นกับเบล เช่น ละเมอกลางดึก พูดคนเดียว ทำร้ายตัวเอง ฯลฯ และสิ่งที่เบลทำในขณะที่ไม่รู้ตัวนั้นทำให้บุ๋มระลึกถึงอิ๊บ และคิดว่านี่อาจเป็นการกลับมาทวงคำสัญญาของอิ๊บในวันนั้น

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์หนัง เพื่อน.. ที่ระลึก

สำหรับหนังผีไทย เราคิดว่า เพื่อน.. ที่ระลึก ก็ทำได้ดีอยู่ มีความน่ากลัวระดับหนึ่ง ไม่ได้น่ากลัวมากถึงขนาดออกจากโรงมาแล้วก็ยังรู้สึกหลอนตามตัวละครอะไร แต่ก็ถือว่าตอบโจทย์ในแง่ความหลอน ความน่ากลัว และความสยองขวัญ อย่างที่หนังผีฮอลลีวู้ดหลายเรื่องทำให้ไม่ได้

ผีเหี้ยมาก มี “ตุ้งแช่” ที่ “หลอก/ล่อคนดู” อยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่น่าเกลียด ที่เกลียดคือผีแม่งบ้า จัดหนัก อาฆาตแค้นเบอร์แรง ไร้เหตุผล ขยันมาเช้ากลางวันเย็น ชนิดไม่ให้พักให้ผ่อน ดูแล้วนี่ก็รู้สึกเหนื่อย อยากให้หนังจบ ๆ ไว ๆ เพราะกลัวหัวใจจะวายตายอีอิ๊บไปเสียก่อนบีหรือลิลลี่

คาแรกเตอร์ของบุ๋มเองก็มีส่วนอยู่บ้างที่ทำให้เรารู้สึกกลัวผีอิ๊บในหนังเรื่องนี้ไม่มากเท่าไหร่ เพราะเราต้องอยู่กับตัวละครบุ๋มนี่ตลอดเวลา ซึ่งบุ๋มเป็นหญิงที่ค่อนข้างสตรอง ดูไม่กลัวผีเสียเลย (หรือเพราะรู้ว่าผีคือเพื่อนสนิทตัวเองก็ไม่รู้นะ) แต่จะวิ่งเข้าไปท้าผีตลอดเวลา เอะอะอะไรก็กลับไปที่ตึก ๆ ๆ แล้วชั้นที่เกิดเหตุนั่นก็อยู่ชั้นที่ 47 !!! (นี่ปกติเดินขึ้นบันไดแค่ชั้น 3 ก็จะเป็นลมละ) ไม่รู้นางจะขยันเดินขึ้นเดินลงไปหาผีอะไรของนางนักหนา (แต่ถ้าเป็นหนังผีไทยเรื่องอื่น ตัวละครเอกคงเร่ไปวัด ไปหาพระ หาหมอผีนานละ 555)

สรุปคือบุ๋มเป็นไฟต์เตอร์ (ก็ผ่านวิกฤติ IMF มาได้นี่เนอะ) ไม่กลัวผี แต่กลัวเสียลูกมากกว่า พาร์ทดราม่าที่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของแม่ลูกจึงแข็งกว่าพาร์ทผี การแสดงของเมนเทอร์บีก็โดดเด่นทะลุจอ ดูแล้วเราเชื่อ มันให้ความรู้สึกเหมือนนางจะเป็นบ้าจริง ๆ ประสาทจะกินจริง ๆ แต่ลิลลี่ซึ่งเล่นเป็นเบล ยังไม่มีอะไรน่าจดจำนักสำหรับเรา

ในส่วนอื่น ๆ เราว่าหนังถ่ายภาพสวย แต่จุดอ่อนสำคัญคือ “บท” ที่เรามองว่าอ่อน ไม่ค่อยมีอะไร แล้วหนังค่อนข้างยาว (เกือบสองชั่วโมง) ช่วงแรก ๆ ก็ดูดีมีอะไรอยู่หรอกนะ แต่มันจะมีบางช่วงที่เริ่มไม่ชวนติดตามละ ตัดต่อแปลก ๆ ยิ่งช่วงท้าย ๆ ก็ยิ่งแผ่วลง ๆ เหมือนหนังยังไม่แน่ใจว่าจะให้หนังไปลงตรงไหน มันเลยพาเราไปได้ไม่สุดสักทาง ไม่ว่าจะสยองขวัญหรือดราม่า บทสรุปในตอนจบเราก็เลยไม่อิน

หนังไม่ได้มีอะไรเซอร์ไพรส์อย่างที่เราคาดหวัง ซึ่งตอนแรกอีพวกนักเขียนพันทิปชวนนี่มโนไปหลายเวย์มาก (เออ พวกแกน่ะคิดมาก) แต่หนังก็มีบางจุดที่เราไม่ค่อยเคลียร์ เช่น ในเรื่องบุ๋มมีลูกตอนอายุ 20 ปีหรอ? แล้วบุ๋มกลับมารวยระดับนักธุรกิจแนวหน้าอีกครั้งได้อย่างไร? พ่อของบุ๋มตอนนั้นจบยังไง?

อีกอย่าง หน้าหนังขายตึกร้างสาธรและต้มยำกุ้งไว้ยิ่งใหญ่มาก แต่ในหนังกลับใช้มันได้ไม่คุ้มเอาสักนิด อย่างวิกฤติต้มยำกุ้งเนี่ย เหมือนมีมาเพื่อบอกแค่ว่า บุ๋มกับอิ๊บเคยรวยแต่แล้วต้องมาจนเป็นคุณหนูตกอับเพราะพิษต้มยำกุ้ง แล้วความล้มเหลวของครอบครัวก็เป็นแรงจูงใจให้ไปฆ่าตัวตายนะ (เอาจริง แค่แรงจูงใจตรงนี้ หนังยังใส่แบคกราวนด์มาให้เบาบาง จนเรายังไม่ทันอินเลยว่า ลูก ๆ อย่างพวกแกจะไปฆ่าตัวตายกันทำม้าย~)

ในส่วนของ “ชวนระลึก” ถึงอดีต หรือการ “ดักแก่” เช่น เพจเจอร์ ตู้สติ๊กเกอร์ ข้อความ “123 ปลาฉลามขึ้นบก” ฯลฯ เราก็ไม่รู้สึกอะไรเลย ทั้งที่เราก็เกิดทันของเก่า ๆ ทุกสิ่งที่ในหนังยกมาทั้งหมด

โดยสรุป โปรดักชั่นดี การแสดง (บี-น้ำทิพย์) เยี่ยม ผีก็น่ากลัวระดับหนึ่ง แต่บทค่อนข้างอ่อนอย่างน่าเสียดาย (ก็ยอมรับนะว่าตอนแรกเราแอบคาดหวังกับบทของ GDH ไว้ค่อนข้างเยอะนิดนึง) อย่างไรก็ดีแฟนคลับ บี-น้ำทิพย์ และน้องลิลลี่ ก็ไปดูกันได้ แต่หนังมีความรุนแรงที่อาจไม่เหมาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

หนังเข้าฉาย 7 ก.ย. 2017 นี้ ในโรงภาพยนตร์

สำหรับเรา ขอให้คะแนนโดยรวม 7/10 พอ (ก็ถือว่าโอเคล่ะเนอะสำหรับหนังผีไทย)

ป.ล. แอบเกลียดการ tie in โทรศัพท์มือถือ Oppo เบา ๆ

Read More:

Comments

comments






Previous Post
รีวิว Baby Driver: จี้ (เบ)บี้ ปล้น
Next Post
รีวิว It: มันโผล่มาจากท่อ



Kwanmanee Haemanurux
Movie Blogger | Essay Tutor






Enjoy this blog? Please spread the word :)