เป็นทั้งโชคร้ายและโชคดี ที่ กระสือสยาม ของ ปรัชญา ปิ่นแก้ว (ผู้กำกับ องค์บาก และ ต้มยำกุ้ง) มาเข้าฉายไล่ ๆ กับ แสงกระสือ ที่เพิ่งเข้าโรงไปเมื่อเดือนก่อนหน้า โดยในส่วนที่เราว่าโชคดีคือ แสงกระสือ ซึ่งทำไว้ดีมากสำหรับมาตรฐานหนังไทย ช่วยให้คนไทย โดยเฉพาะคนยุคใหม่ เปิดใจกับหนังไทยและความเชื่อเกี่ยวกับกระสือมากขึ้น และในส่วนที่เราว่าโชคไม่ดีก็คือ แสงกระสือ เค้าทำไว้ดีมากเกินมาตรฐานหนังไทย จนทำให้หนังกระสือสยาม ถูกนำไปเปรียบเทียบแบบแทบไม่มีชิ้นดี

เราพยายามอย่างมากที่จะไม่เอาสองเรื่องนี้มาเปรียบเทียบกัน เราพยายามมองว่าสองเรื่องนี้มันคนละสไตล์ แต่สุดท้ายแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยจริง ๆ ที่จะวิจารณ์ กระสือสยาม โดยที่ไม่มี แสงกระสือ แว้บเข้ามาข้องเกี่ยวในหัวเรา

ถ้าให้เราพยายามพูดแบบเป็นกลางหน่อย เราก็จะบอกว่า กระสือสยาม ซึ่งผลิตโดย BNK48 และจัดจำหน่ายโดย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล เค้าตั้งใจทำให้แมสกว่า ตั้งแต่การตั้งชื่อเรื่องและการใช้โลเกชั่นให้รังกระสือหมกอยู่ในสยาม กะให้คนดูดูเอาบันเทิงทั่วไป คือมีฉากแอ็คชั่นและเวทมนตร์ไสยศาสตร์ต่อสู้กันระหว่างคนกับกระสือ ในขณะที่ แสงกระสือ  เค้าจะเน้นไปทางความรักโรแมนติกและชีวิตจิตใจของกระสือ รวมถึงให้ความสำคัญกับงานศิลป์และความประณีต อีกทั้งมีการตีความใหม่ที่ลึกซึ้งจริงจังกว่า

ดังนั้น มันก็คนละสไตล์กันนั่นแหละ สุดท้ายก็แล้วแต่คน ว่าจะชอบกระสือแบบไหนมากกว่ากัน แต่สำหรับเราแล้ว กระสือสยาม ไม่ค่อยถูกจริตกับความชอบของเราสักเท่าไหร่ จะเรียกว่าไม่ชอบเสียเลยก็ว่าได้ ที่ชอบจริง ๆ เห็นจะมีแค่อย่างเดียว คือภาพสวย อ้อ… แล้วก็นักแสดงหน้าตาดี

กระสือสยาม ตามชื่อภาษาอังกฤษของหนัง (SisterS) ตั้งใจเล่าถึงความสัมพันธ์แบบพี่สาว-น้องสาว ตั้งแต่แม่ของตัวเอกที่เสียสละปกป้องน้องสาวของตน (หรือน้าของตัวเอก) ซึ่งเป็นกระสือ และส่งต่อความสัมพันธ์นั้นมาอีกทอดสู่รุ่นลูก โดยตัวเอก หรือ วีณา (โจโจ้ พลอยยุคล จาก #BKKY) ที่ต้องคอยเสียสละความสุขส่วนตัว ดูแลและปกป้อง โมรา (มิวนิค BNK48 รุ่นสอง) ผู้มีศักดิ์เป็นน้องสาวของเธอ (โมราเป็นลูกของน้าที่เป็นกระสือ) โดยพ่อของโมรา (ต๊อก ศุภกร) เป็นคนถ่ายทอดสอนวิชาคาถาอาคมให้วีณา ในขณะที่โมราถูกเลี้ยงแบบไข่ในหิน ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร พ่อบอกแต่ว่าเธอป่วย และต้องแยกกันอยู่กับพวกเขา

พอโมราย่าง 16 ปี กลิ่นสาปกระสือก็คงแรงขึ้น และเริ่มออกอาการอยากเลือดหรือของสดของคาวมากขึ้น ทำให้ในที่สุด นางพญากระสือ ราตรี (หญิง รฐา) ที่ตามหาครอบครัวของเธอมาสิบ ๆ ปีได้มาพบเธอในที่สุด ราตรีจึงไล่ล่าโมราเพื่อแก้แค้นและชิงร่างของโมรามาเป็นร่างของ ดวงดาว น้องสาวของเธอ (แม็กกี้ อาภา)

สำหรับบทหนัง กระสือสยาม ถือว่ามีช่องโหว่และความไม่สมเหตุสมผลมากมายเหลือเกิน ถ้าให้ลิสต์ทุกจุด ก็ไม่รู้ว่าจะลิสต์หมดเมื่อไหร่ หรือถ้าลิสต์มาแล้ว คนอื่นอาจจะหาว่าเราเยอะหรืออีช่างจับผิดหนังเอาได้ แต่เราขอพูด ณ ตอนนี้ ตรงนี้เลยว่า ไม่ได้มีเจตนาเข้าไปจับผิดหนังแต่ใดใด จริง ๆ แล้ว ตั้งใจก่อนเข้าโรงแล้วด้วยซ้ำว่าจะฝากสมองไว้ที่คนฉีกตั๋วหน้าโรง แล้วเข้าไปดูแบบไม่คิดอะไรมาก แต่สุดท้าย ถ้าบทมันแย่ ดูหนังจากดาวอังคาร ก็เห็นว่าบทมันแย่ (ส่วนที่ว่าบทไม่เมคเซนส์ ขออนุญาตไม่ลิสต์ละกัน เสียเวลามามากพอแล้ว แต่ใครจะลองไปดูเองก็ได้ แล้วจะเข้าใจว่าเราไม่ได้พูดเกินไป)

สำหรับน้องมิวนิคกับน้องโจโจ้ โดยส่วนตัวเราคิดว่ายังไม่ไหวจริง ๆ แต่เห็นอยู่แหละว่าน้องตั้งใจเล่นดีที่สุดแล้ว ส่วนหนึ่งที่เราว่าไม่โอเค อาจเป็นเพราะบทของน้องมันโง่เง่า งี่เง่า และไม่น่าเอาใจช่วยกันเลย แม้แต่บทของนักแสดงเบอร์ใหญ่อย่าง ต๊อก ศุภกร กับญาญ่าญิ๋ง ก็ไม่โอเค ตัวละครเหมือนจะเก่ง แต่สุดท้ายก็ง่อยและทำอะไรที่คนดูอย่างเราเข้าไม่ถึง เช่น จังหวะที่นางพญากระสือสามารถฆ่าวีณาได้เพราะวีณาสลบไป นางก็ไม่ฆ่า ฆ่าแต่ผู้เห็นเหตุการณ์ ทั้งที่ปากก็บอกว่ารอเวลาแก้แค้นและทรมานอีครอบครัวนี้มาทั้งชีวิต แล้วก็ปล่อยให้วีณาตามมาเอาคืนนางในช่วงองก์สุดท้ายซะอย่างนั้น

และถ้าบอกว่าหนังเน้นเรื่องพี่น้อง นี่ก็ไม่อินจ้า~ คู่วีณา-โมรานี่น่าลำไยมาก เขียนมาได้ว่ามีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง จะบ้าหรอ ไม่คิดจะปรับตัวเข้ากับสังคมหรือมีเพื่อนมีฝูงบ้างหรอ แหม อันนี้ต้องโทษบทขุ่นพ่อก่อนด้วย ที่สอนลูกสอนหลานแปลก ๆ สอนวิชาให้หลาน บังคับหลานทำนู่นทำนี่เพื่อน้อง (ซึ่งหมายถึงลูกสาวในไส้ตัวเองที่เป็นกระสือ) ไม่ให้หลานได้ทำอะไรที่หลานอยากทำ หลานไม่ได้ใช้ชีวิตเลย ต้องมาคอยตามน้อง น้องก็งี่เง่า เพราะพ่อมันเลี้ยงแบบผิด ๆ ไม่สอนลูกให้อยู่กับความเป็นจริง ไม่บอกความจริงและเหตุผลใดใด เอาแต่ปิดบังความจริงลูก ฯลฯ สุดท้าย เมื่อตัวละครเอกมันไม่น่าเอาใจช่วย ก็จบ.

แล้วฉากแอ็คชั่นและฉากไคลแมกซ์ในรังกระสือทำได้ไม่สมราคาผู้กำกับที่แจ้งเกิดจากหนังบู๊เอาซะเลย แต่ก็นะ… มันไม่ได้ตั้งแต่ให้วีณาซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงม.ปลายตัวบาง ๆ มีความรู้อาคมแค่หางอึ่ง (นางเรียนจากพ่อของโมรา ซึ่งตอนนั้นก็เรียนจากแม่ของวีณามาแค่ไม่กี่เดือนเช่นกัน) ไปสู้กับกระสือเป็นสิบ ๆ ตัว แถมหนึ่งในนั้นเป็นนางพญากระสือที่มีพลังเวทย์ (จากไหนก็ไม่รู้) อีกต่างหาก แล้วฉากกระสือสู้กับกระสือ ซีจีพอรับได้ แต่ประเด็นคือมันตลกมากกว่าตื่นตาตื่นใจ ดูแล้วถอนหายใจ เหนื่อยแทนกระสือสาวที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้

ป.ล. เพิ่งเห็นโปสเตอร์ครั้งแรกหลังจากดูหนังจบแล้ว โปสเตอร์เขียนว่า “คนหนึ่งเกิดมาเพื่อฆ่า อีกคนเกิดมาเพื่อล่า” นี่ดูจบแล้ว ยังไม่เห็นเลยว่าใครฆ่าใครล่า นี่เราดูหนังเรื่องเดียวกันหรือเปล่าาาา~

คะแนนตามความชอบส่วนตัว 5.5/10

รีวิว Sisters: กระสือสยาม
Plot & Story4
Acting Performance7
Production6
5.7Overall Score

Comments

comments