Movie / November 23, 2017

รีวิว Murder on the Orient Express

I’m sleeping here where everyone can see me. And I can see everyone.

Murder on the Orient Express สร้างจากนิยายของ Agatha Christie ที่แต่งตั้งแต่ปี 1934 เป็นเรื่องราวของนักสืบคนดัง Hercule Poirot (Kenneth Branagh จาก Dunkirk) กับคดีไขปริศนาบนรถไฟ ซึ่งฉบับภาพยนตร์เวอร์ชั่นนี้ Kenneth Branagh (เรื่องนี้เล่นเอง กำกับเอง ซึ่งก่อนหน้านี้เขาก็เพิ่งประสบความสำเร็จในการกำกับ Cinderella มาไม่นานด้วย)

เหตุเกิดบนรถด่วนขบวนหรูที่ดูแลโดย Bouc (Tom Bateman) เมื่อ Ratchett นักธุรกิจสีเทา (รับบทโดย Johnny Depp จาก Pirates of the Caribbean) หนึ่งในผู้โดยสารถูกฆาตกรรมเสียชีวิตคาตู้ Hercule Poirot จึงต้องเข้ามาสืบหาฆาตกร ซึ่งจะต้องเป็นใครสักคนที่เป็นผู้โดยสารในขบวนนี้ ซึ่งนานาชาติและหลากหลายอาชีพที่มา

เขาไล่สอบปากคำทีละคน ตั้งแต่ Hector MacQueen เลขาของเหยื่อ (Josh Gad จาก Frozen), แม่ม่ายสาวพราวเสน่ห์ Caroline Hubbard (Michelle Pfeiffer จาก Batman Returns), ราชินิกุลจากรัสเซีย Princess Dragomiroff (Judi Dench จาก Skyfall), Hildegarde Schmidt คนรับใช้ของเจ้าหญิง (Olivia Colman จาก The Lobster), มิชชันนารี Pilar Estravados (Penélope Cruz จาก Pirates of the Caribbean), พี่เลี้ยง Mary Debenham (Daisy Ridley จาก Star Wars: The Force Awakens), หมอผิวสี Dr. Arbuthnot (Leslie Odom Jr.), วิศวกร Gerhard Hardman (Willem Dafoe จาก Spider-Man), นักธุรกิจชาวอิตาเลียน (Biniamino Marquez จาก The Magnificent Seven), ท่านเคานต์ Count Rudolph Andrenyi (Sergei Polunin) และภรรยา Countess Elena Andrenyi (Lucy Boynton จาก Sing Street)

โดยส่วนตัวเรารู้สึกว่า หนังเปิดเรื่องแนะนำ Hercule Poirot ที่เยรูซาเล็มได้น่าสนุก ช่วงก่อนขึ้นรถไฟและก่อนรถไฟออก ช่วงแนะนำตัวละครตัวต่าง ๆ ทุกอย่างก็ยังดูเพลิน ๆ ดี เหมือนอยู่แถว ๆ ชานชาลา 9 3/4 แต่พอถึงจุดที่เป็นช่วงการไขคดีไปแล้ว หนังแอบแผ่วแรง ยังเล่าเรื่องไม่สนุกมากเท่าไร เล่าเรื่อย ๆ ไปเรียง ๆ ประเด็นเรื่อง stereotype และ racist ก็ไม่ค่อยเน้นสักเท่าไหร่ เสียดาย แต่ทั้งนี้ ด้วยโปรดักชั่นสวยงาม ตัวละครทุกตัวน่าสนใจ เนื้อเรื่องน่าติดตาม และการไขปริศนาค่อนข้างคาดเดาได้ยาก จึงทำให้สอบผ่าน

ในส่วนของเฉลย หรือบทสรุป อย่างที่เราบอกคือ มันคาดเดาให้ถูกต้อง 100% นั้นไม่ง่าย แต่ก็ใช่ว่าเราจะ “ว้าว!” หรือชอบกับบทสรุปนั้นว่าใครคือฆาตกร เราคิดว่า คนที่ชอบก็คงชอบบทสรุปนี้ไปเลย คนที่ไม่ชอบบทสรุปที่เล่นหักมาแบบนี้ก็คงจะเกลียดไปเลยก็เป็นได้ (บอกตรง ๆ เราเองก็แอบผิดหวังเล็กน้อย เพราะตอนแรกแอบคาดหวังอะไรที่ซับซ้อนหรือพีคมากกว่านี้)

คะแนนโดยรวมตามความชอบส่วนตัว ขอให้ที่ 7/10

เข้าฉาย 23 พ.ย. 2017 นี้ในโรงภาพยนตร์

 

Comments

comments






Previous Post
รีวิว The Big Sick: รักมันป่วย
Next Post
รีวิว Coco: วันอลวน วิญญาณอลเวง



Kwanmanee Haemanurux
Movie Blogger | Essay Tutor






Enjoy this blog? Please spread the word :)