เราเชื่อว่า ทุกคนล้วนแต่เคยมีเฟรนด์โซนเป็นของตัวเอง… อาจจะสั้น อาจจะยาว อาจจะใกล้ อาจจะไกล อาจจะเป็นไปได้ อาจจะเป็นไปไม่ได้… แต่นั่นแหละ… ประเด็นเฟรนด์โซนจึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างแมส และมีอะไรน่าขยี้เยอะ ประกอบกับผลงานการกำกับที่ผ่านมาของพี่หมู ชยนพ บุญประกอบ ไม่ว่าจะ Suckseed หรือ เมย์ไหนฯ ทำให้เราแอบคาดหวังว่า อย่างน้อย Friend Zone หนังเรื่องล่าสุดจากค่ายหนังอารมณ์ดี GDH มันจะต้องออกมาสนุก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

แต่ปรากฏว่า หนังมันกลับไม่สามารถทำให้เรา… ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่เคยมีเฟรนด์โซนเป็นของตัวเอง… อินไปกับหนังได้เลย ทั้งที่เราก็ตั้งหน้าตั้งตารอดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ได้ข่าวว่าเปิดกล้อง เพราะชื่อเรื่องและชื่อนักแสดงนำ รวมถึงชื่อผู้กำกับ ดูน่าสนใจ แล้วหนังแนวเพื่อนรักรักเพื่อนนี่ จริง ๆ เราก็อินมาเยอะ เช่น Love, RosieO-Negativeเพื่อนสนิท (ดากานดา-ไข่ย้อย) ฯลฯ

จริง ๆ ต้องบอกว่า ตั้งแต่เห็นเทรลเลอร์ Friend Zone ครั้งแรกละ ก็แอบรู้สึกผิดคาด แล้วพอได้ดูหนังจริง ก็กลายเป็นค่อนข้างผิดหวัง ไม่ใช่เพราะมันทำหลายฉากเป็นการ์ตูนที่คาแรกเตอร์ล้น ๆ เยอะ ๆ เพราะเราเข้าใจว่ามันเป็นสไตล์ของผู้กำกับ แต่ปัญหาคือ มุกตลกมันไม่ตลก พาร์ทความรักก็ไม่ได้ฟินหรือชวนอิน เทียบกับหนังรอมคอมอื่น ๆ แทบไม่ได้เลย ในส่วนของคอนเซ็ปต์เฟรนด์โซน ก็ดูเบาบาง หรือจะพูดว่าบทค่อนข้างกลวงก็ไม่ผิด ในขณะที่ทีมพีอาร์ยังงัด “เฟรนด์โซน” ออกมาขายได้ดีกว่าและสร้างสรรค์กว่าทีมเขียนบทของเรื่องนี้เองเสียอีก

บทหนังแทบไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ หนังเปิดเรื่องในสมัยที่ ปาล์ม (นาย ณภัทร เสียงสมบุญ) กับ กิ๊ง (ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) ยังอยู่ม.ปลาย แต่ก็เป็นซีนเปิดที่ไม่ได้เน้นเล่าความสัมพันธ์ลึกซึ้งของคู่นี้ (แต่คือก็รู้ว่าเป็นเพื่อนสนิทไปไหนไปกันอะนะ) แต่เน้นเล่าถึงพื้นฐานนิสัยตามสืบตามเสือกอย่างไม่ยอมรามือง่าย ๆ ของกิ๊ง พร้อม ๆ กับแอบ tie-in โฆษณาไปแล้วอย่างน้อยสองตัวเหนาะ ๆ และก่อนที่จะโยงไปเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า “เป็นเพื่อนกันดีที่สุด” อย่างไม่ค่อย smooth as silk สักเท่าไหร่ เออ… ก็แค่นั้น… ส่วนดีเทลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับซีนเปิดเรื่องนี้ก็แทบถูกทิ้งไปเสียสิ้น

ตัดมาที่สิบปีต่อมา ซึ่งเป็นปีปัจจุบัน พระเอกจับวงปรับทุกข์และเล่าเรื่องเฟรนด์โซนของตัวเองกับหนุ่มแก๊งเฟรนด์โซนตามที่เราเห็นในเทรลเลอร์ ซึ่งหมายความว่า หนังก็จะเล่าตัดสลับจากแก๊งเฟรนด์โซนนี้กับเล่าย้อนความเดิมเมื่อปีสองปีก่อนหน้า นั่นก็คือช่วงที่นางเอกคบกับแฟนที่ทำงานด้วยกัน (เจสัน ยัง) ในขณะที่พระเอกก็เปลี่ยนสาวไปเรื่อย ๆ

ตลอดเรื่อง ดูเหมือนคนที่ต้องเจ็บปวดกับเฟรนด์โซนมากที่สุดจะเป็นพระเอก แต่ศูนย์กลางของโลกในหนังเรื่องนี้คือนางเอก ประมาณว่าทุกอย่างต้องหมุนรอบตัวเธอ แล้วปัญหาคือ… เราไม่รู้จริง ๆ ว่า นางเอกมีอะไรดีอีกนอกจากสวย เพราะหนังไม่ได้ปูพื้นมากมายว่าทำไมพระเอกต้องรักนางเอก เท่าที่เราเห็นจากในหนังคือ มีแต่เรื่องบ้าบอไม่เว้นแต่ละวัน เราไม่เคยเห็นนางนำมาซึ่งความสบายใจให้คุณเพื่อนเลย ตรงกันข้าม กลับทำตัวเป็นภาระด้วยเสียอีก

สำหรับเรา เราว่านางเอกเป็นผู้หญิงไร้สติคนหนึ่ง ดื้อด้านตามล่าหาความจริงอย่างไม่ละเว้น แต่พอจะเผชิญปัญหาจริง ๆ ทำใจไม่เป็น รับมือไม่ได้ ต้องลำบากเพื่อนตลอด รวม ๆ ไม่เป็นผู้ใหญ่ เข้าข่ายน่ารำคาญ เห็นแก่ตัว และเอาแต่ใจ… ไม่เหมาะสมกับพระเอก… ไม่คู่ควรกับเวลาที่พระเอกต้องมา waste ไปเป็นทศวรรษแบบนี้ (แต่ทั้งนี้ มันอาจเป็นอคติส่วนตัวของเราเองที่ไม่ชอบคาแรกเตอร์ของนางเอก คล้าย ๆ กับที่เราไม่ชอบคาแรกเตอร์ของนางเอก Fan Day และอีกหลาย ๆ เรื่องของค่ายนี้)

ยังดีที่เป็นนายกับใบเฟิร์น ไม่งั้นเราก็ไม่รู้ว่าจะรู้สึกแย่ไปกว่านี้อีกไหม ต้องขอบคุณที่น้องนายเซอร์วิซแฟนสูงมาก และน้องใบเฟิร์นก็ทุ่มเล่นสุดตัวแบบไม่ห่วงสวยเลย อย่างน้อยคนดูก็จะได้ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ กลับมาจากการดูหนังเรื่องนี้บ้าง เพราะแรกเริ่มเดิมทีเลย เราคิดว่าหนังเค้าตั้งใจทำมาเพื่อสปอนเซอร์ใหญ่มากกว่าเพื่อคนดู

สังเกตได้จาก เค้าตั้งใจเขียนบทมาให้พระเอกกับนางเอกบินไปบินมาข้ามประเทศพร่ำเพรื่อ ราวกับรวยมาก หรือได้บินฟรีตลอดชีพ เที่ยวตระเวนขอพรทั่ว AEC (ขาดแต่ไปฮ่องกง แล้วมันไม่ไปหวังต้าเซียนด้วย อันนี้พลาดได้ไง) โดยส่วนตัวคิดว่า จริง ๆ ไม่ต้องถ่ายหลายประเทศ (ประเทศละกะปริดกะปรอย) แบบนี้ก็ได้ เรื่องมันเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ ถ้าไม่มีเงื่อนไขต้องบินไปบินมาตลอดเวลา หนังน่าจะพัฒนาบทและตัดต่อได้ดี smooth as silk กว่านี้มาก

โดยสรุป สำหรับเรา Friend Zone เหมือนเป็นหนังโฆษณาการบินไทยขนาดยาว 2 ชั่วโมง (โดยมีโฆษณา SCB, คริสตัล ฯลฯ แทรกมาประปราย อย่างจงใจให้ไม่แนบเนียน) ส่งผลให้บทอ่อนต่ำกว่ามาตรฐานของค่าย และเป็นหนังที่แทบไม่มีอะไรน่าจดจำเลย นอกจากเสน่ห์และการแสดงของน้องนายกับน้องใบเฟิร์น ที่เป็นจุดแข็งของหนังเรื่องนี้อย่างเดียว (อ้อ… และก็เพลงคิดมากเวอร์ชั่น AEC อีกอย่างหนึ่ง ที่มีบทบาทสำคัญกับหนังที่สุดแล้ว)

คะแนนตามความชอบส่วนตัว 6.5/10

 

รีวิว Friend Zone: ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน
Friend Zone เป็นหนังโฆษณาการบินไทยขนาดยาว 2 ชั่วโมง ที่เน้นทำมาเพื่อสปอนเซอร์มากกว่าเพื่อคนดู
Plot & Story5
Acting Performance7.7
Production7
6.6Overall Score