เมื่อกลางปี 2016 เราได้รีวิวการสอบและขอรับใบขับขี่ครั้งแรก (ย้อนอ่านได้ที่ รีวิว สอบใบขับขี่ 2559: กว่าจะได้ใบขับขี่) เวลาผ่านไป 2 ปี ไวเหมือนโกหก ใบขับขี่ใบแรก (ซึ่งเป็นแค่ชนิดชั่วคราว 2 ปี) ก็หมดอายุ ต้องไปทำใบใหม่เป็นชนิด 5 ปี

จริง ๆ ใบขับขี่ใบแรกของเราหมดอายุมาหลายเดือนแล้ว แต่ด้วยที่ตอนแรกคิดว่าการไปทำใบใหม่จะใช้เวลาเยอะเหมือนตอนที่ไปทำใบแรก ก็เลยกลัวจะเสียเวลางานเยอะ เลยไม่ได้หาเวลาไปดำเนินการจริงจังสักที จนกระทั่งมาได้ฤกษ์ตอนนี้นี่แหละ

โชคดีที่ใบขับขี่ใบก่อนของเรา เพิ่งหมดอายุได้ไม่ถึง 1 ปี จึงไม่มีขั้นตอนการต่ออายุที่ยุ่งยากอะไร (แต่จริง ๆ เหมือนจะมาขอใบ 5 ปีได้ล่วงหน้า ตั้งแต่ที่ใบชั่วคราวมีอายุครบ 1 ปีไปแล้วก็ได้ด้วยนะ คือไม่ต้องรอใบแรกหมดอายุก่อนแล้วค่อยมาทำก็ได้)

การเดินทาง

  • ครั้งนี้เราไปดำเนินการที่ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (สขพ.5 จตุจักร) อยู่ระหว่าง BTS หมอชิต กับ BTS สะพานควาย คือนั่ง BTS หรือรถเมล์มาลงตรง BTS หมอชิต แล้วเดินไปก็ได้ แต่เราขับรถไปเอง
  • เราไปช่วงบ่าย (หลังพักเที่ยง) การหาที่จอดรถค่อนข้างวุ่นวายนิดหน่อย แต่ก็หาได้ทุกครั้งที่ไป (ที่ต้องไปหลายครั้ง เพราะครั้งแรกแฟนไปทำใบขับขี่ใหม่หลังกระเป๋าสตางค์หาย (กรณีกระเป๋าสตางค์หาย ต้องไปทำบัตรประชาชนมาก่อนมาทำใบขับขี่นะ) และครั้งที่สองคือเราจะไปต่ออายุใบขับขี่เองนี่แหละ แต่เอกสารดันไม่ครบ ต้องไปหาใบรับรองแพทย์มาก่อน แล้วมาใหม่ในครั้งที่สาม)
  • ตึกที่ต้องไปคือ ตึก 4 ชั้น 2

สิ่งที่ต้องเตรียมไป (อ้างอิงจากเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก)

  1. ใบขับขี่ชั่วคราว หรือใบขับขี่ใบก่อนหน้านั้นนั่นแหละ
  2. บัตรประชาชนตัวจริง
  3. ใบรับรองแพทย์ ที่อายุไม่เกิน 1 เดือน (รู้สึกว่า ถ้าเปลี่ยน 5 ปี เป็น 5 ปี จะไม่ต้องใช้ใบนี้)
  4. เงินสด 505 – 515 บาท (จำตัวเลขชัวร์ ๆ ไม่ได้ จำได้ว่าค่าบัตรจริงน่ะ 500 บาท และก็มีเศษค่าธรรมเนียม 5 บาท 10 บาท)

ขั้นตอนการขอรับใบขับขี่ใหม่ (ใช้เวลารวม ประมาณ 30 – 60 นาที)

  1. ยื่นเอกสาร ลงทะเบียน ตรวจสอบเอกสาร ที่ชั้น 2 (เราไปกี่ครั้งก็ไม่เคยต้องต่อคิวในขั้นตอนนี้… ที่เขตนี้… ช่วงบ่าย)
  2. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ที่ชั้น 3
    รอประมาณ 1-2 รอบ ไม่นาน ระหว่างรอคิว ก็ดูทีวีสาธิตการทดสอบสมรรถภาพที่หน้าห้องรอไปด้วย
    ข้อเสียคือ พนักงานห้องนี้ดุทุกคน พูดจาไม่ค่อยน่ารัก (แต่ในส่วนอื่นของเขตนี้ โอเคดีนะ มีแค่ในห้องนี่นี่แหละ)

    • ทดสอบการมองเห็นสี ตอบว่าสีที่เห็นเป็นสีอะไร (เขียว/เหลือง/แดง) ประมาณ 3-4 ครั้งไว ๆ
    • ทดสอบสายตาทางลึก (มีไม้สองแท่ง แท่งนึงอยู่กับที่ ให้กดปุ่มบังคับอีกแท่งให้เคลื่อนไปตรงกับตำแหน่งของแท่งหลัก)
    • ทดสอบปฏิกิริยาและความสามารถในการใช้เบรคเท้า
    • ทดสอบสายตาทางกว้าง (ให้เอาจมูกและหน้าพาดกับเครื่อง ตามองตรง แล้วตอบว่าสีที่เห็นซ้าย-ขวาสลับกันไปมา คือสีอะไร คล้าย ๆ  ฐานแรก)
  3. ชำระค่าธรรมเนียม ที่ชั้น 2 ถ่ายรูปและจ่ายเงิน ประมาณ 505 บาท เป็นอันเสร็จสิ้น อีก 5 ปีค่อยมาใหม่ (ถ้าไม่หายหรือโดนยึดที่ไหนซะก่อน)

***ทั้งนี้ หากใครปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุเลยเถิดเกิน 1 ปี (แต่ไม่เกิน 3 ปี) มันจะมีขั้นตอนการสอบข้อเขียนเพิ่มขึ้นมาจากข้างต้นอีก หรือถ้าใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี ก็จะต้องเพิ่มขั้นตอนการอบรม (ซึ่งต้องจองคิวข้ามภพข้ามชาติ) ก่อนจะมาสอบข้อเขียน และก็ต้องไปสอบขับรถภาคปฏิบัติด้วยอีก (พูดง่าย ๆ คือ แทบจะทำใหม่ทั้งหมด ประหนึ่งมาสอบใบแรกในชีวิต) ซึ่งเป็นอะไรที่ยุ่งยากและเสียเวลาอย่างยิ่ง***

สรุป

  • ทำที่กรมขนส่งเขตจตุจักร ไม่นานและคิวไม่เยอะอย่างที่คิด ถ้าเอกสารพร้อม ประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็กลับบ้านได้
  • ไม่ต้องแหกขี้ตาตื่นมาก่อนเวลาทำการเปิดตอนเช้าก็ได้ เพราะเรามาทำเรื่องตอนบ่ายโมงตรง (หลังพักเที่ยง) คิวชิลล์ ๆ และยังไงก็ได้ถ่ายรูปออกบัตรทันก่อนเวลาปิดทำการแน่นอน
  • การมาต่อใบขับขี่ (รวมถึงขอใบขับขี่ใหม่ในกรณีใดใด) ไม่เสียเวลาอย่างที่คิด แต่ถ้าปล่อยให้มันหมดอายุไปนานเลยเถิด อันนั้นจะเสียเวลายิ่งกว่า ดังนั้น แนะนำว่า ควรรีบมาทำใหม่ทันทีที่บัตรเก่าหมดอายุ หรือหากสะดวก มาทำก่อนที่บัตรจะหมดอายุไว้ล่วงหน้านิดนึงเลยได้ก็ดี