“ความรัก” และ “เซ็กส์” ก็เหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ มันต้องลองผิดลองถูกกันบ้าง

ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นค่ายโปรโมทหนังเรื่อง 15 บวกไอคิวกระฉูด (ซึ่งโปรโมทแรงมาก) เราไม่เคยคิดคาดหวังสาระอะไรจากหนังเขาเลย แต่ก็คาดหวังความตลก ความเบาสมอง หรือไม่ก็อะไรก็ได้ที่ทำให้เราหวนคิดถึงชีวิตตัวเองในวัย 15+

โปสเตอร์หนัง 15 บวกไอคิวกระฉูด อาจไม่ได้สื่อถึงแก่นสารของหนังสักเท่าไหร่ (เอ๊ะ… หรือว่าหนังมันไม่มีแก่นสารแต่แรกละ มีแต่เรานั่นแหละที่ “คิดลึก” เอง 555+) แต่เอาเป็นว่าเป็นเรื่องของเด็กวัยรุ่น วัยอยากรู้อยากลอง โดยเฉพาะประเด็นเพศศึกษา

เรื่องย่อ 15 บวกไอคิวกระฉูด

น้องยอร์ช-ยงศิลป์ (หรือไอ้วัน จาก ทองเนื้อเก้า) รับบทเป็น ฉลาดเลิศ เด็กขี้สงสัยช่างถาม มีเพื่อนสนิทอีกสองคน (น้องยูโร-ธนเศรษฐ์ & น้องดีดี-จิรกิตติ์) ซึ่งวัน ๆ คิดแต่เรื่องลามกใต้ร่มผ้า นักแสดงนำอีกคนคือ น้องพลอย-ศรนรินทร์ (จาก อาปัติ และ สยามสแควร์) รับบทเป็น สุดารัตน์ เด็กเรียนตัวท็อปผู้เป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว

เรื่องของเรื่องคือ ฉลาดเลิศแอบชอบเชอรี่ (น้องอิงแลนด์-ลิตา) เพื่อนสนิทของสุดารัตน์ แต่เชอรี่ชอบผู้ชายที่โตกว่าเก่งกว่า ฉลาดเลิศจึงประกาศกร้าวว่า ถ้าเขาชนะการประกวดโครงงาน “สิ่งประดิษฐ์เมื่อฉันอายุ 30” ได้ เชอรี่ต้องให้โอกาสเขาจีบต่อนะ แต่อุปสรรคสำคัญคือ มันไม่ง่ายเลยที่จะชนะโครงงานจากมันสมองของสุดารัตน์ได้นี่น่ะสิ

ส่วน บอลลูน เนตไอดอลรุ่นบุกเบิก เล่นเป็นอาอี๊ของฉลาดเลิศ ไม่ได้มีบทบาทอะไรมาก เหมือนมาขายความเซ็กซี่เล็ก ๆ เฉย ๆ มากกว่า

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์หนัง 15 บวกไอคิวกระฉูด

เราค่อนข้างชอบช่วงแรก ๆ ของหนัง ยังพูดในใจเลยว่า “เฮ้ย มันก็ไม่เลวร้ายอย่างที่คิดนี่หว่า” มุกตลกเอย การแสดงของเด็ก ๆ เอย โดยเฉพาะการแสดงออกถึงความหมกมุ่น เอ้ย ความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์หรือเพศศึกษา เขาก็ทำออกมาได้น่ารัก ดูได้เพลิน ๆ ดี แต่พอดูไปสักพัก มันเริ่มแปร่ง ๆ มันเริ่มไปเรื่อย ๆ เหมือนไม่มีทิศทางที่แน่ชัดเหมือนจรวดที่แก๊งพระเอกประดิษฐ์ในเรื่อง

พอยต์ของหนังเหมือนพยายามเล่าเปรียบเทียบระหว่าง “ความรัก/เซ็กส์” กับ “วิทยาศาสตร์” ว่ามันต้องทดลองเหมือนกัน ต้องลองผิดลองถูก และในขณะเดียวกัน ก็บอกด้วยเหมือนกันว่า ความรักมันไม่ต้องมีเหตุผล อ่านหนังสือหรืออ่านสามก๊กกี่รอบก็ไม่ได้ช่วยให้เข้าใจความรัก ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ถูกเล่าอย่างเบาบาง แต่ตอนนั้นเราก็อุตส่าห์ไม่คิดมากนะ เพราะเห็นว่าเป็นหนังเบาสมอง

แต่พอครึ่งหลัง หนังดูเริ่มจะออกตัวละว่า ฉันจะไปสายมีสาระ เพราะเริ่มออกแนวเหมือนจะให้ข้อคิดเยาวชนในเรื่องของการมีเซ็กส์และการท้องก่อนวัยอันควรละ (อย่างที่คุณมารีญา มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สคนล่าสุดโฟกัสอยู่พอดี) แต่สุดท้ายก็เล่าอย่างตุปัดตุเป๋ เหมือนตัวคนเขียนบทหรือผู้กำกับเองก็ยังไม่แน่ใจในตนเองเหมือนกันว่า ถ้ามันเกิดขึ้นกับตัวเองจริง ๆ ตัวเขาจะทำอย่างไรกับเด็กในท้องดี บอกตามตรงว่าไม่ชอบตอนจบที่ดูพยายามจนเกินไปทั้งที่มันเข้ากันไม่ได้

พอถึงโหมดดราม่าในช่วงท้าย ที่เราเกือบจะซึ้งและอินตามการแสดงของน้องพลอย-ศรนรินทร์เข้าหน่อย กล้องก็ตัดไปภาพไปที่หน้าตลก ๆ ของนักแสดงสมทบ สรุปเราก็เลยได้แต่สงสารน้องพลอยที่อุตส่าห์บิลด์อารมณ์และถ่ายทอดความเป็นสุดารัตน์ได้อย่างดีที่สุด

เพราะสำหรับตัวหนังเองนั้น มันไปไม่สุดสักทาง ไม่ว่าจะสาระก็ไม่สุด ดราม่าก็ไม่สุด แม้แต่ความเสื่อมหรือความตลกก็ไปไม่สุด ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เหมือนจะ coming-of-age แต่ดูจบแล้ว เราว่าไม่น่าจะมีใครที่ได้เติบโตขึ้นเลย ทั้งตัวละครและคนดู

บางครั้งเราก็พูดในใจอีกนะว่า “นี่พวกมันทำบ้าอะไรของมัน” ทั้งนี้ รวมถคงที่เราไม่เข้าใจด้วยว่า ทำไมบทของเชอรี่ต้องพูดเหน่อ คือจะบอกว่าเพื่อตลกมันก็ไม่ตลกอะตรงนี้

เออ แต่ขอนอกเรื่องนิดนึง คือ ณ ขณะที่ดูหนัง มันมีสาระหนึ่งสิ่งที่มันผุดเข้ามาในหัวเราพอดี ทั้งที่หนังไม่ได้ตั้งใจจะสื่อหรือถ่ายทอดจุดจุดนี้แต่อย่างใด นั่นก็คือ คำถามว่า ทำไมเวลาเกิดปัญหาท้องก่อนแต่ง ฝ่ายหญิงเหมือนเป็นฝ่ายที่ต้องดร็อปเรียนหรืออนาคตเหมือนจะพังครืน? แต่ก็นั่นแหละ เราจะไม่ได้คำตอบดี ๆ อะไรจากหนังเขาอยู่ดี

สิ่งเดียวที่เรารู้สึกแจ่มแจ้งคือ นอกจากน้องพลอยแล้ว ผู้หญิงคนอื่นในเรื่องนี่ไม่ใช่ตัวประกอบแล้วนะ แต่ผู้หญิงแทบทุกคนในเรื่องดูเป็น “วัตถุ” ในสายตาผู้ชาย ต่อให้หนังจะนำเสนอไปในทางฮา ๆ แล้วอย่างไร เราก็ไม่รู้สึกฮากับเขาด้วยอยู่ดี

โดยสรุป เราดูแล้วเราว่าไม่สนุก ตามความชอบส่วนตัวก็ขอให้คะแนนแค่ 5.5/10 ก็พอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องฮาไม่ฮา มันก็อยู่ที่ความเส้นลึกบางหนาตื้นของแต่ละคน แล้วบางทีเด็กอายุ 15+ หลายคนเขาอาจจะดูสนุกก็ได้ (มั้ง) อืม… จริง ๆ ถ้าดูแบบไม่คิดอะไรมาก มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก ลองไปดูเองละกัน #อย่าคิดลึก

15 บวกไอคิวกระฉูด เข้าฉาย 3 ส.ค. 2017 ในโรงภาพยนตร์