เราพลาดดูรอบสื่อของหนังเรื่อง “Self/less: สลับร่างล่าปริศนาชีวิตอมตะ” (ชื่อไทยมันจำเป็นต้องตั้งให้ยาวและยุ่งยากแบบนี้จริงๆ หรอคะ…) เพราะไปเที่ยวกระบี่พอดี แต่ก็ติดตามฟีดแบ็กจากเพื่อนๆ นักวิจารณ์คนอื่นแบบเรียลไทม์อยู่นะว่าหนังเป็นอย่างไร ผลที่ออกมาก็มีทั้งบวกทั้งลบจนไม่รู้จะเชื่อฝั่งไหนดี สุดท้ายก็ตัดสินใจมาตัดสินเองในโรงด้วยตาของตัวเอง เพราะมีแต่คนรีวิวว่า “พระเอกหล่อมาก”

 

เรื่องย่อ Self/less

Damian Hale (Ben Kingsley จาก Shutter IslandHugoExodus ฯลฯ) เป็นนักธุรกิจมหาเศรษฐี วัย 68 ปี ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตหน้าที่การงานและความมั่งคั่งที่สุดคนหนึ่งใน New York แต่ล้มเหลวด้านการบริหารดูแลครอบครัว ร้ายแรงถึงขนาดที่ Claire (Michelle Dockery จาก Non-Stop) ลูกสาวของเขา ไม่ยอมเจอและคุยกับเขามาเป็นปีๆ แล้ว

เคราะห์ซ้ำกรรมซ้อน Damian กำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่ถึงปี วันหนึ่งเขาได้นามบัตรจากองค์กรลึกลับแห่งหนึ่งที่อ้างว่าจะช่วยต่อชีวิตเขาได้ด้วยนวัตกรรม “shedding” หรือ “การลอกคราบ”

หลังจากได้พูดคุยกับ Albright (Matthew Goode จาก WatchmenThe Imitation Game) นักวิทยาศาสตร์หนุ่มซึ่งเป็น CEO ขององค์กรดังกล่าว Damian ก็ตัดสินใจยอมจ่ายเงิน 250 ล้านเหรียญฯ เพื่อชีวิตอมตะ

 

 

Albright จัดการให้ Damian ตายแล้วฟื้นมาใหม่ในร่างใหม่หนุ่มแน่น พร้อมกับตั้งชื่อให้เขาใหม่ว่า Edward (Ryan Reynolds จาก The ProposalGreen LanternX-Men Origins: Wolverine) และย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ New Orleans

Edward (หรือ Damian นั่นแหละ) ได้กลับไปใช้ชีวิตวัยหนุ่มอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเล่นบาสเกตบอล เที่ยวผับ หรือนอนกับผู้หญิงมากมายไม่ซ้ำหน้า โดยมีเพื่อนแถวบ้าน Anton (Derek Luke จาก Captain America) เป็นคู่ขาคู่ซี้ดูโอ

ชีวิตในร่างใหม่ของ Damian ดูเหมือนจะดีและสนุกสุดเหวี่ยงไปซะทุกอย่าง เสียก็แต่เขาจะต้องกินยาเฉพาะของ Albright ทุกวันวันละเม็ด มิเช่นนั้นเขาจะเป็นไมเกรน คลื่นไส้อาเจียน และเกิดภาพหลอน

แต่แล้ววันนึง Damian ลืมกินยา เขาเกิดภาพหลอนที่เหมือนจริงมาก เขาจึง Google หาสถานที่ที่เขาเห็นบ่อยๆ ในภาพหลอนนั้น เขาตัดสินใจหนีหมอไปที่นั่น แล้วที่นั้นเอง เขาก็ได้เจอกับสองแม่ลูกเชื้อสายละติน Madeline (Natalie Martinez จาก End of WatchBroken City) กับ Anna (Jaynee-Lynne Kinchen) และได้พบกับความจริงที่น่าสะพรึง!

 

 

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ Self/less

ชื่อหนังภาษาไทยมีสลับร่งสลับร่าง ฟังดูเป็นหนัง sci-fi ที่ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน แบบว่า มีทั้งสลับร่าง มีทั้งโกงความตาย มีทั้งไล่ล่าหาปริศนา บลาๆๆ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว เราว่า Self/less ไม่ได้พล็อตล้ำหรือมีความหวือหวาอะไรเลย ตรงกันข้าม หนังกลับดูง่าย เดาเรื่องง่าย ทุกทุกคีย์ของเรื่องเขาใบ้คนดูชัดแจ้งมาแต่เนิ่นๆ ดังนั้นพอถึงซีนเฉลยจริง มันจึงไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้นหรือน่าเซอร์ไพรส์แต่อย่างใด

หนังพยายามใส่ฉากบู๊ โดยให้คาแรกเตอร์ของ Ryan Reynolds มีพื้นฐานทางการรบการทหาร เพิ่มเติมจากคาแรกเตอร์นักธุรกิจ New Yorker ที่แสนจะน่าเบื๊อน่าเบื่อ แต่ถึงกระนั้น มันก็ไม่ได้มีฉากบู๊และฉากไล่ล่าอะไรให้ลุ้นระทึกมากมายนัก พูดตรงๆ ก็คือ ฉากแอ็คชั่นแต่ละซีนมันไม่ได้สนุกตื่นเต้นเท่าที่ควร ไม่ดีไม่แย่ อยู่ในระดับแค่พอดูได้ ทั้งนี้อาจจะเพราะความหล่อเหลาของ Ryan Reynolds ช่วยพยุงไว้ด้วยก็ส่วนหนึ่ง

 

 

สิ่งที่เราชอบในเรื่องนี้ นอกเหนือจากพระเอก ก็คือภาพสวย และเราก็ชอบการจัดฉาก อย่างบ้านของมหาเศรษฐี Damian กับ Martin (Victor Garber) ทั้งสองหลังคือสวยงามโอ่อ่าอลังการจริงจัง แต่ละหลังก็บ่งบอกคาแรกเตอร์และรสนิยมของตัวละครนั้นๆ ได้ชัดเจนดี เช่น คฤหาสน์ของ Damian จะเน้นเป็นสีทองอะร้าอร่ามทั้งหลัง ที่ทำงานของ Claire ก็ดูถูกตั้งใจเซตฉากออกมาอย่างดี และสะท้อนความเป็น Claire ได้ดีเลย เห็นออฟฟิศของนางแล้วรู้เลยว่าทำไมเข้าขากับพ่อบังเกิดเกล้าไม่ได้

แล็บของ Albright เอย หรือบ้านของ Madeline เอย ก็ดูดีมีแบ็คกราวนด์ หรือแม้แต่ร้านอาหารหรือคาเฟ่ที่ตัวละครไปนั่งในเรื่องแต่ละร้านก็ดูดีมีระดับ รวมไปถึงตัวประกอบและองค์ประกอบที่อยู่ในฉากก็เช่นกัน มันลงตัวไปซะหมด เออ มันบ่งบอกว่าคนทำหนังเขาใส่ใจ

 

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้พล็อตจะไม่ได้ล้ำอย่างที่คาดหวัง การดำเนินเรื่องจะไม่ได้พีคอย่างที่ควรจะเป็น และเนื้อในไม่ได้เด่นในด้าน action sci-fi ตามที่เห็นในหน้าหนังสักเท่าไหร่ แต่ Self/less ก็ไม่ใช่หนังแย่นะ ดูเพลินทีเดียว ที่สำคัญคือเขามีความดีอยู่ตรงที่เขาแฝงข้อคิดชีวิตและครอบครัวเอาไว้ให้คนดูคิดตามตลอดเรื่อง ซึ่งอาจจะไม่ได้ดราม่าซาบซึ้งน้ำตาเล็ด แต่ดูแล้วก็ชวนให้เราฉุกคิดถึงชีวิตตัวเองอยู่นะ

หลายคนคงเคยคิดถึงชีวิตในอนาคตที่ร่ำรวยล้นฟ้า ชีวิตที่ได้เป็นหนุ่มเป็นสาวฟิตปั๋งตลอดกาล หรือชีวิตที่เป็นอมตะ โดยหลงลืมที่จะใช้ชีวิตให้เต็มที่และให้เวลากับคนรอบข้างตัวเองบ้าง สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเราคืออะไร ครั้นจะมาคิดได้เมื่อวันที่สายเกินก็แก้อะไรไม่ทันแล้ว

บางคนอาจจะคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง แต่หารู้ไม่ว่า การอยู่ท่ามกลางกองเงินกองทองคนเดียวอย่างเดียวดายนั้นช่างปราศจากความสุข และบางครั้งเราก็ไม่รู้ตัวว่า สิ่งที่เราเรียกว่า “เศษเงิน” นั้น มันอาจจะมีค่าเท่ากับ “ทุกสิ่งทุกอย่าง” ของคนคนหนึ่งหรือครอบครัวหนึ่งๆ เลยก็ได้

 

 

ชีวิตคนเราเกิดมาล้วนแต่มีทางเลือกเสมอ แต่แน่นอนว่า การเลือกหรือการได้มาซึ่งสิ่งสิ่งหนึ่งมันย่อมมีราคาค่างวดและสิ่งที่ต้องแลกเสมอ นอกจากนี้ การตัดสินใจอะไรก็ตามนั้น… มันก็ย่อมมีค่าเสียโอกาสเสมอเช่นกัน ไม่ว่าจะอย่างไร มันย่อมมีทั้งฝ่ายที่ได้และฝ่ายที่เสีย ดังนั้น มันก็อยู่ที่เราเองแหละว่า เราจะเลือกเพื่อตัวเองหรือเลือกเพื่อคนอื่นมากกว่ากัน

 

แต่ปัญหาคือ คนเรามักจะมารู้ความต้องการที่สุดที่แท้จริงของตัวเองก็ในช่วงเกือบวาระสุดท้ายของชีวิต… ว่ามั้ย