Liberal Arts เป็นหนังที่ตอบโจทย์ชีวิตได้เป็นอย่างดี เป็นหนังเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเป็นหนังเรื่องแรกๆ ของ Elizabeth Olsen หรือ Scarlet Witch คนสวยจาก Avengers: Age of Ultron

ชื่อหนัง “Liberal Arts” บางคนอาจคิดว่าคงเหมาะกับคนที่เรียนเกี่ยวกับอักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ หรือมนุษยศาสตร์เท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว ไม่ใช่เลยค่ะ หนังเรื่องนี้เหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกวุฒิการศึกษา ที่เคยตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตของตนเอง…

อย่างเช่น มีใครเคยถามตัวเองบ้างมั้ยว่า “เรียนจบคณะหรูๆ มหา’ลัยดีๆ ไปแล้ว ชีวิตหลังจากนั้นจะเป็นยังไง?” หรือ “คนเรียนจบ/ทำงานแล้วเคยคิดอยากกลับไปเป็นนิสิตนักศึกษาบ้างมั้ย?”

อืม ไม่แน่นะ… คำตอบของคำถามข้างต้น คุณอาจจะหาเจอได้ในหนังเรื่อง Liberal Arts ที่เรากำลังจะแนะนำในบล็อกนี้…

 

“High school to college, it can be a big transition, especially if you’re not from the city,
so – so we try yo help out with that transition, in a number of ways.”

 

“I was English, with a minor in history, just to make sure I was fully unemployable.” 

 

เรื่องย่อ Liberal Arts

Jesse Fisher (Josh Radnor) หนุ่มใหญ่วัย 35 กำลังจิตตก เพราะต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่ว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในรั้วมหาวิทยาลัยของเขานั้นผ่านมานานแล้ว Jesse Fisher เป็นศิลปศาสตร์บัณฑิตหนุ่มหล่อ จบ “เอกอังกฤษ โทประวัติศาสตร์” ตอนเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ เขาดูดีมีอนาคตไกล แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขากลับหยุดตัวเองไว้ที่ตำแหน่งผู้คัดเลือกนักศึกษา ซึ่งไม่ใกล้เคียงกับงานในฝันของเขาเลยสักนิด

วันหนึ่ง Jesse Fisher ได้กลับมามหาวิทยาลัยที่เขาจบมา ได้มาสัมผัสบรรยากาศและสถานที่ที่เต็มไปด้วยความหวัง(ของหนุ่มสาว)อีกครั้ง ที่นี่เอง เขาได้เจอกับ Zibby (Elizabeth Olsen) นักศึกษาสาวปีสองคณะเดียวกันกับเขา โดย Zibby จะเป็นเด็กโลกสวย อายุแค่ 19 ปี แต่มีทัศนคติที่โตเกินวัย มีความฝันเหมือนวัยรุ่นทั่วๆ ไป และในขณะเดียวกัน ก็อยากเรียนจบเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวกับเขาไวๆ

ทั้ง Jesse และ Zibby ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาความขัดแย้งภายในจิตใจ รวมถึงสถานะความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างเขาและเธอ ที่อายุต่างกันกว่าหนึ่งรอบ!

 

“Teaching here all these years, I’ve had to be very clear with myself, that even when I’m surrounded by 19-year-olds, and I may have felt 19, I’m not 19 anymore.” (Prof. Peter Hoberg)

 

“We should hug,”

 

 

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ แนะนำหนัง Liberal Arts

เนื่องจากหนังเข้าไทยตั้งแต่ ม.ค. 2013 และตอนนั้นก็ฉายจำกัดโรง คือเฉพาะที่โรง House RCA เท่านั้น หลายคนจึงอาจจะไม่เคยคุ้นหรือไม่เคยสนใจหนังเรื่องนี้มาก่อนเลย จนกระทั่งเพิ่งมารู้จักและสนใจ Elizabeth Olsen หรือ Scarlet Witch จากหนังมาร์เวลบ็อกซ์บัสเตอร์เรื่องล่าสุด Avengers: Age of Ultron (เม.ย. 2015)

ใครที่ชื่นชอบ Scarlet Witch และอยากจะลองหาผลงานเก่าๆ ของ Elizabeth Olsen มาดูเล่น เราว่า Liberal Arts ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่เลวที่จะทำความรู้จักกับสาวน้อยคนนี้นอกเหนือจากบทมนุษย์กลายพันธุ์ฟ้อนรำได้ (แต่ถ้ารู้สึกว่าเรื่องนี้โคตรไม่ใช่แนวเลย ข้ามไปดู Godzilla (2014) ที่นางเล่นคู่เป็นผัวเมียกับหนุ่มฮอต Aaron Taylor-Johnson (หรือ Quicksilver ใน Avengers: Age of Ultronเลยก็ได้ นี่ไม่ว่ากัน)

 

“How can you hate something if you’ve never read it?”

 

แต่บอกก่อนว่า ถึงแม้ Liberal Arts จะไม่ใช่หนังแมส แต่ก็ป็นหนังดี และไม่ได้อินดี้จ๋าจนคนทั่วไปจะดูไม่รู้เรื่อง (หนังที่เข้าแต่โรง House RCA เท่านั้น ไม่ได้แปลว่าจะเป็นหนังอินดี้เสมอไป) Liberal Arts เป็นหนังแนว Romantic-Comedy เบาๆ ที่ใครๆ ก็ดูได้ ที่สำคัญหนังเรื่องนี้กวาดเสียงชื่นชมมาอย่างล้นหลามว่า “เป็นหนังเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

แล้วนอกจากจะมี Elizabeth Olsen เป็นนางเอกของเรื่องแล้ว อีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจคือ หนังเรื่องนี้เป็นผลงานที่ Josh Radnor (จากซีรีส์ดัง How I Met Your Mother) ทั้งแสดงนำเป็นพระเอกเอง เขียนบทเอง และกำกับเอง เรียกว่ารับบทบาทครบวงจรเลยทีเดียว

 

“I think one of the things I loved the most about being here (college) was the feeling that anything was possible.
It’s just infinite choices ahead of you. You’d get out of school, and anything could happen.”

 

Liberal Arts สื่อถึงเรื่องราวและความแตกต่างระหว่างแต่ละช่วงอายุวัย ตั้งแต่เด็กมหาวิทยาลัยที่เปี่ยมด้วยความหวังและอยากเป็นผู้ใหญ่ในเร็ววัน กับวัยทำงานที่เบื่อชีวิตการทำงานที่จำเจและคิดถึงชีวิตที่สดใสในวัยเรียน จนไปถึงคนแก่วัยใกล้เกษียณที่กลัวว่าชีวิตหลังเกษียณจะไม่มีกิจวัตรที่เหมือนเดิมอย่างที่ตนเคยชินอีกต่อไป

ดังนั้น Liberal Arts จึงเหมาะกับทุกคน ทุกอาชีพ และทุกวัย ตามที่บอกไปข้างต้น โดยแต่ละวัยจะมีมุมมองที่ผกผันซึ่งกันและกันอย่างน่าสนใจ แสดงให้เห็นความซับซ้อนของความสัมพันธ์กับความแตกต่างระหว่างวัยของคนอย่างชัดเจน

 


“Don’t be a genius who dies young. Be one who dies old.
Being old is cool. Grow old, and die old. It’s a better arc.”

 

นักแสดงแต่ละคนเล่นได้น่ารักมาก พระเอกเข้าถึงบทบาทและถ่ายทอดได้ดี (ก็นะ เขียนบทเอง กำกับเอง แสดงเองนี่เนอะ) นางเอกก็สดใสสมวัยและแสดงได้เป็นธรรมชาติ

แต่ที่เราชอบมากที่สุดในเรื่องนี้ไม่ใช่ตัวนักแสดงนะ ที่เราชอบมากๆ คือแนวคิดของหนัง กับบทสนทนาในเรื่อง เขาเขียนไดอะล็อกได้ฉลาด แยบคายมากๆ โดยหนังแอบมีการพาดพิงประเด็นต่างๆ ในสังคมอยู่หลายประเด็น อีกทั้งยังมีการกล่าวถึงงานเขียนและงานเพลงร่วมสมัยหลายๆ งาน คิดว่าคนที่สนใจวรรณกรรมอังกฤษ-อเมริกัน หรือพวกเพลงคลาสสิค คงจะถูกอกถูกใจและเข้าถึงอยู่ไม่น้อย

(แม้แต่ Twilight นิยายแวมไพร์ชื่อดังแห่งยุคล่าสุดก็หนีไม่พ้น ถูกแขวะกับเขาด้วย ซีนนั้นนี่ก็ฮาไม่หยอก)

 

J: “This – is the worst book – ever – written – in English.”
Z: “So there are worse books written in other languages?”
J: “Probably not. Unless this book is translated into other languages.”

 

โดยสรุป คนที่ตามมาดู Elizabeth Olsen หรือ Scarlet Witch ยังไงก็ฟินอยู่แล้ว เพราะนางเป็นนางเอก เด่นหราทั้งเรื่อง ไม่ต้องแชร์กระจายบทกับใคร ส่วนในแง่ของความบันเทิงอื่นๆ หนังแนวนี้ มันดูได้เพลินๆ อยู่แล้ว ติดตลก น่ารักกุ๊กกิ๊ก (แบบไม่เลี่ยนและไม่เน่า) ดูจบแล้ว รู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ดูไปก็อมยิ้มไปแทบตลอดเรื่อง

อย่างไรก็ดี กำไรที่สำคัญที่สุดที่คนดู รวมถึง #TeamScarletWitch จะได้กลับไปด้วยนั้น คือแนวคิดดีๆ ที่แฝงอยู่ในเส้นเรื่องและไดอะล็อกอันเฉียบแหลม Liberal Arts มีนัยยะลึกซึ้ง ทำให้เราเข้าใจชีวิตทั้งปัจจุบันและอนาคต (อันแกว่งไปแกว่งมา) ของตัวเองมากขึ้น อย่างน้อยที่สุด หากใครตีความอะไรจากหนังไม่ออกจริงๆ หนังก็ทำให้เราฉุกคิดได้อยู่ดีว่า “There is no better time in your life than RIGHT NOW!”

ดังนั้น ถ้าใครมีโอกาส เราแนะนำให้ลองหา Liberal Arts มาดูสักครั้ง เราเชื่อว่า 97 นาทีของหนัง เมื่อเทียบกับวันเวลาในชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณนั้น คุ้มค่าแก่การดูและไปใช้ชีวิตต่อ…อย่างแน่นอน :)

แหม่…​ว่าแล้วก็อยากไปหามาดูซ้ำ

 

J: “I like you, Nat. Thanks for being my friend.”
N: “Easiest thing in the world!”

 

ป.ล. ลืมบอกว่า Zac Efron เล่นด้วยนะรู้ยัง~

(หมายเหตุ บล็อกนี้เราเขียนไว้ใน thorfun.com ตั้งแต่ต้นปี 2013 ซึ่งเป็นปีที่หนังเข้าฉายที่ไทย (ตอนนั้นฉายเฉพาะที่โรง House RCA) สำนวนภาษาและสไตล์การเขียนรีวิวหนังเรื่องนี้จึงอาจจะไม่ค่อยเหมือนกับรีวิวอื่นๆ ที่ผู้ติดตามบล็อก kwanmanie.com ของเราคุ้นเคยเท่าไหร่ แต่เราได้พยายาม rewrite ให้สำนวนภาษาและสไตล์ใกล้เคียงกับที่เราเขียน ณ ปัจจุบันให้มากที่สุด)

“A liberal arts education solves all your problems.”