“We’re all a stray.”

Wes Anderson ผู้กำกับชาวอเมริกันขวัญใจฮิปสเตอร์ (จาก The Grand Budapest Hotel) มาชิมลางอีกครั้งกับการทำหนัง stop-motion animation พร้อมทีมคนพากย์ระดับออสการ์และซูเปอร์สตาร์ดาวค้างฟ้าอีกมากหน้าหลายตา โดยเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของหมาจิ้งจอกอย่างที่เขาเคยทำ แต่เกี่ยวกับหมา ๆ แบบญี่ปุ่น ๆ ในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า

Mayor Kobayashi (พากย์เสียงโดย Kunichi Nomura หนึ่งในทีมเขียนบท) แห่งเมือง Megasaki มีนโยบายเนรเทศสุนัขทุกตัวไปที่เกาะขยะ รวมถึง Spots (Liev Schreiber จาก X-Men Origins: Wolverine) สุนัขบอดี้การ์ดของตระกูลเขาด้วย แต่เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ Atari (Koyu Rankin) บุตรอุปถัมภ์ของ Mayor ขับเครื่องบินไปยังเกาะนั้น เพื่อช่วย Spots กลับบ้าน

ที่นั่นเด็กชายได้พบกับแก๊งหมา ๆ ที่จะมาช่วยเขาตามหา Spots ของเขา ได้แก่ Duke (Jeff Goldblum จาก Jurassic Park) ไซบีเรียนผู้มีข่าวลือมาเล่าตลอดเวลา, King (Bob Balaban จาก The Grand Budapest Hotel) อดีตพรีเซนเตอร์อาหารหมาชื่อดัง, Boss (Bill Murray จาก Lost in Translation) อดีตสุนัขมาสคอตทีมเบสบอล, Rex (Edward Norton จาก American History X), และ หมาจรจัดแต่กำเนิด Chief (Bryan Cranston จาก Trumbo)

น้องหมาเหล่านี้ ถึงแม้ปัจจุบันจะขึ้นชื่อว่าเป็นหมาจรจัดหรือหมาข้างถนนกันทุกตัวแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีการแบ่งแยกกันอยู่บ้าง ได้แก่ กลุ่มที่เคยเป็นหมาบ้านมาก่อน กับกลุ่มที่เป็นหมาข้างถนนมาโดยตลอด

ในเรื่องนี้หมา ๆ จะพูดเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนมนุษย์ (ซึ่งในเรื่องโลเกชั่นคือประเทศญี่ปุ่น) พูดภาษาญี่ปุ่น สองสปีชีส์นี้จะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง แต่อาจจะรู้เรื่องบ้างผ่านทางสีหน้าท่าทาง (เช่นเดียวกับที่เราคุยกับหมาแมวของเราในชีวิตจริง) โดยผู้ชมอย่างเรา ก็เหมือนจะได้รับอนุญาตให้เข้าใจสารเฉพาะในส่วนที่หมา ๆ สื่อสารเท่านั้น

กล่าวคือ ที่หมา ๆ พูดเป็นภาษาอังกฤษจะมี Subtitle ให้ (แต่ต่อให้ไม่มีซับฯ คนทั่วไปก็คงจะพอเข้าใจภาษาอังกฤษอยู่แล้วบ้าง) แต่ที่คนญี่ปุ่นพูด จะไม่มี Subtitle ให้ ยกเว้นในช่วงออกรายการปราศรัยต่าง ๆ ที่สำคัญเท่านั้นถึงจะมีนักแปล (Frances McDormand จาก Three Billboards Outside Ebbing, Missouri) คอยแปลให้

แต่ถึงแม้จะไม่มีคำแปลมาให้ แต่เราก็ยังพอสามารถเข้าใจบริบทของเรื่อง ณ ขณะนั้นได้ว่าเขากำลังพูดอะไรโดยดูจากสีหน้าท่าทางและการแสดงออกทางอารมณ์ (แต่คนที่รู้ภาษาญี่ปุ่น อาจจะได้ฟีลแตกต่างออกไปจากนี้บ้างเล็กน้อย)

นอกจากนี้จะมีตัวละครหลักอีกหนึ่งตัวเป็นเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวอเมริกัน Tracy (Greta Gerwig จาก 20th Century Women) เป็นหนึ่งในแกนนำพิทักษ์น้องหมา เพราะ Nutmeg (Scarlett Johansson จาก The Avengers) สุนัขสายรางวัลของเธอ ก็ถูกอัปเปหิไปอยู่ที่เกาะนั้นเช่นกัน

จริง ๆ แล้ว มันเป็นหนังที่มากกว่าการ์ตูนหมา ๆ และไม่ใช่การ์ตูนแนว Pixar ที่คนไทยชื่นชอบเยอะ ๆ หากแต่แฝงประเด็นการเมือง การเหยียดชาติ จนไปถึงการวางแผนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (แต่คนรักหมามาดูก็ยังคงได้เห็นความน่ารักของหมา ๆ อยู่นะ เพราะเส้นเรื่องหลักก็ยังคือความสัมพันธ์ของคนกับหมานั่นแหละ)

ตลอดเรื่องราว เขาสอดแทรกประเด็นที่น่าคิด ไดอะล็อกคมคาย และมุกตลกร้ายตลอดเรื่อง เช่น นักการเมืองที่วางยาหรือล้างสมองคนอื่น รวมถึงใช้ propaganda มา manipulate ประชาชน เพื่อให้แคมเปญของพรรคตนก้าวหน้า และชนะการเลือกตั้งในที่สุด นี่ยังไม่รวมการวางยาปิดปากฝ่ายตรงข้ามนั่นอีกเรื่อง

แต่ต้องยอมรับว่างานภาพที่สวยจัดจ้าน (แคปภาพไปลงไอจีสวยทุกช็อต) อันเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์หนัง Wes Anderson และงานซาวนด์ที่โดดเด่นของเขา ทำให้เราหลงเพลิดเพลินไปกับมัน จนบางครั้งก็ลืมคิดตามในสิ่งที่หนังเขาต้องการจะสื่อไปหลายจุด (ก็อยากทำหนังสวยเองทำไมล่ะ)

ถ้าถามว่า ผิดหวังหรืออยากหักคะแนนให้หนังเรื่องนี้ตรงไหน ก็อาจจะเป็นที่หมา ๆ ฮีโร่ส่วนใหญ่เป็นเพศผู้หมดเลย ส่วน Nutmeg เป็นหมาสวย ๆ อารมณ์ติสต์ มีไดอะล็อกสวย ๆ อยู่หนึ่งประโยค กับ Peppermint ก็ดูไม่มีบทบาทอะไรเช่นกัน นอกจากมาเป็นแม่พันธุ์ของหมาตัวเอก นอกจากนี้ตัวละครมนุษย์ที่เป็นตัวหลักจริง ๆ แล้วก็เป็นผู้ชายหมดเลย ยกเว้นแค่นักเรียนแลกเปลี่ยนชาวอเมริกันแค่คนเดียว (แต่หนังก็ดำเนินเรื่องที่ญี่ปุ่นนี่เนอะ อืม…)

คะแนนตามความชอบส่วนตัว 8.5/10

รีวิว Isle of Dogs: เกาะเซตซีโร่-หมา ๆ
Plot & Story8.5
Acting Performance8
Production9
8.5Overall Score

Comments

comments