จริงๆ รอบสื่อของ Irrational Man กับ Barcelona Christmas Night จัดชนวันเดียวกัน แต่เท่าที่เราเห็น แอดมินเพจหนังส่วนใหญ่ (รวมทั้งเรา) เลือกไปดู Irrational Man มากกว่า เพราะเป็นหนังของผู้กำกับและนักเขียนบทระดับออสการ์ Woody Allen (จาก Midnight in ParisBlue JasmineMatch Point ฯลฯ) ซึ่งต้องบอกเลยว่า ไม่ผิดหวัง

 

เรื่องย่อ Irrational Man

ชายหนุ่มผู้หดหู่ Abe (Joaquin Phoenix จาก Her) ย้ายมาเป็นอาจารย์ภาควิชาปรัชญาที่ Braylin College เขามีความสัมพันธ์ชู้สาวกับ Rita (Parker Posey จาก Superman Returns) และนักศึกษาสาว Jill (Emma Stone จาก The Amazing Spider-ManBirdmanEasy A)

ต่อมาวันหนึ่ง Abe ได้ค้นพบความหมายของการมีชีวิต ทำให้ชีวิตของเขากลับมาสดใสซาบซ่านอีกครั้ง

 

 

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ Irrational Man

ก่อนอื่น เข้าใจตรงกันก่อนว่า Irrational Man ไม่ใช่หนังน้ำเน่านะจะบอกให้ คือไม่ใช่หนังรักสามเส้า หรือหนังรักต้องห้ามระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาสาวสวย ชื่อหนังนี่เขาก็ตั้งชื่อตามชื่อหนังสือ Irrational Man: A Study In Existential Philosophy (1958) ของนักปรัชญา William Christopher Barrett ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับ Existentialism (เป็นปรัชญาเกี่ยวกับการมีอยู่ของปัจเจก อิสรภาพ และทางเลือกของชีวิต)

ซึ่งในแง่ของปรัชญา เราก็ตามทันบ้างไม่ทันบ้าง เพราะมันค่อนข้างสุดโต่งและแปลกใหม่สำหรับเรา ซึ่งปกติเราก็ไม่ค่อยสันทัดเรื่องนี้เท่าไหร่อยู่แล้ว อย่างตอนเรียนที่อักษรศาสตร์ปี 1 ก็ได้เกรดวิชา Gen Philos แค่ C+ (เย้!) แต่ถ้าเป็นพวกนักคิดนักปรัชญา เราคิดว่า เขาจะต้องชอบหนังเรื่องนี้ไปเลย หรือไม่ ก็ไม่ชอบหนังเรื่องนี้ไปเลย ทางใดทางหนึ่ง

 

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่ตามทัน เราก็เข้าใจและซึมซับมันนะ ก็รู้สึกเออออตามคุณปู่ Woody Allen ไปด้วย เราก็อธิบายไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกที่เป็นนามธรรมที่เราจับต้องไม่ได้ แต่เราแค่รู้สึกว่า บางครั้งไดอะล็อกของ Joaquin Phoenix & Emma Stone ที่ดูเหมือนไม่มีเหตุผลมันก็…เออ…มีเหตุผล…มันก็จริง ทำไมเราไม่เคยมองโลกในมุมนี้มาก่อนวะ ที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตแบบ meaningless มาตลอดรึเปล่าวะ

สิ่งที่อันตรายที่สุดของการเป็นมนุษย์…บางที… มันก็อาจจะเป็นการที่เราทำอะไรซ้ำๆ เป็น routine จนติดเป็น habit แทนที่จะทำอะไรตาม feeling หรือ instinct หรือเปล่า ประกอบกับการยึดติดกับสิ่งที่ใครก็ไม่รู้ตั้งไว้ว่ามัน “ถูก/ผิด” ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว ถ้ามองอีกแง่ สิ่งที่เขาว่าผิด มันก็ถูกเหมือนกัน

 

 

ผู้อ่านอ่านเราเพ้อปรัชญาตามคุณปู่ Woody Allen แล้วอาจจะงง เออ… ก็ไม่แปลกนะ เพราะเราก็งง (ฮา~) แต่ไม่ต้องกลัวว่า หนังมันจะดูปรัชญา จริงจัง และน่าเบื่ออย่างที่เราบ่นๆ มาข้างต้นนะ เพราะจริงๆ หนังเขาไม่น่าเบื่อเลยนะ ไม่มีง่วง ไม่เนิบ ไม่เรื่อย โดยเฉพาะช่วงที่ชีวิตของพระเอกมีเป้าหมายแล้ว ยิ่งดูสนุก (จริงๆ ตัวละครหลักทุกตัวในเรื่อง ก็มีเป้าหมายเป็นของตัวเองกันหมดนะ เออ ชอบตรงนี้ด้วยแหละ)

ถึงแม้จะเต็มไปด้วยปรัชญาแซมด้วยศัพท์แสงทางกวี แต่โดยรวม หนังเขาดูไม่ยากเลยสักนิด ดูเพลินมาก (ขอใช้คำว่า เพลิน ละกัน เพราะมันก็ไม่ถึงกับสนุกมากมาย) โดยเฉพาะ Emma Stone นะ โอ้โห ในเรื่องนี้นางน่ารักเพลินตายิ่งนัก อนาคตนางจะเป็นนางเอกคู่บุญของ Woody Allen เลยรึเปล่าเนี่ย (ก่อนหน้านี้นางเล่นหนังของปู่เขาคือ Magic in the Moonlight)

 

 

สิ่งที่เราชอบคือไดอะล็อกของตัวละครและการเล่าเรื่องกับผูกเรื่องของเขา คือมันเสียดสี ตลกร้าย จิกแสบ แต่มันก็เป็นชีวิตจริงๆ และมันก็ขำจริงๆ ดูแล้วก็นึกถึงชีวิตคู่ของตัวเอง และชีวิตวัยกลางคนของตัวเองไปด้วย (พูดเหมือนมีคู่แล้ว – -)

เออ จะว่าไปแล้ว มันก็คงเป็นสไตล์ลายเซ็นของผู้กำกับเขาเลยจริงๆ นั่นแหละเนอะ นี่ก็คิดเหมือนกันนะว่า ถ้า Woody Allen หรือ Abe (พระเอกของเรื่อง) มาเป็นอาจารย์สอนปรัชญาให้เราตอนที่เราอยู่ปี 1 เราก็คงไม่ได้เกรดวิชานี้ C+ ง่ออออว์

คะแนนตามความชอบส่วนตัว 7.5/10

 

 

Irrational Man ฉายแล้ว 17 ธ.ค. แบบจำกัดโรง โปรดเช็คโรงภาพยนตร์ให้แน่ใจก่อนไปชม (ส่วนรอบ คงจำกัดอยู่แล้ว ดันมาฉายชนกับ Star Wars โธ่…)