Movie / June 30, 2017

รีวิว Driver: คนขับรถ

เพื่อไม่ให้เป็นการสปอยล์เนื้อหาสำคัญ เราจะขอเล่าเรื่องย่อของ Driver: คนขับรถ เท่าที่เห็นในเทรลเลอร์หนัง

เรื่องย่อ

หนัง Driver: คนขับรถ เล่าเรื่องราวของ เกด (ศิตา ชุติภาวรกานต์) ผู้หญิงสวยและรวยมาก ที่จู่ ๆ เต้ (ภูริ หิรัญพฤกษ์) สามีของเธอได้หายตัวไปหลังจากไปดูงานที่เกาหลี เกดขอให้ แมค (ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย) คนขับรถของเต้พาเธอไปที่ออฟฟิศของเต้ จนเจอบิลค่าไฟบ้านที่ชลบุรีที่เป็นหลังที่เธอไม่เคยรู้จัก เกดจึงขอให้แมคขับรถพาเธอไปตามหาบ้านหลังนั้น…

เกี่ยวกับหนัง

Driver: คนขับรถ เป็นหนังทริลเลอร์ดราม่าอีโรติก เขียนบทและกำกับโดย ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์ (ผู้สร้าง It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก และผู้กำกับเรื่อง Love Next Door และ Love Next Door 2) ถ่ายทำ 7 วัน ด้วยกล้อง Alexa แต่นับตั้งแต่วันแรกของการทำงานจนถึงวันฉายคือหนึ่งปี งบประมาณสี่ล้านบาท

จริง ๆ ผู้กำกับเผยว่า “พล็อตเรื่อง Driver: คนขับรถ เกิดจากการได้ฟังปัญหาความสัมพันธ์จากคนรอบตัว ทำให้เกิดข้อคิดว่าไม่มีความสัมพันธ์ไหนไม่มีปัญหาและส่วนใหญ่เกิดจากตัณหาราคะที่คนเราไม่รู้จักพอ เราต้องเป็นคนควบคุมเซ็กส์ อย่ายอมให้มันมามีอำนาจครอบงำเรานัก ส่วนความไว้ใจระหว่างคู่รักแทบไม่มีจริงเลยเพราะบางครั้งคนเรายังไว้ใจตัวเองไม่ได้ สถานการณ์หรือวิกฤตชีวิตอาจกลายเป็นบททดสอบให้เราได้เห็นตัวตนของเราเองและผู้อื่นทั้งด้านมืดและสว่าง”

ตรงนี้คือ ผู้กำกับบอกเพิ่มเติมว่า “คนขับรถเป็นสัญลักษณ์ของความไว้ใจ เพราะเมื่อคุณขึ้นรถไปแล้ว ชีวิตของคุณก็อยู่ในกำมือของเขาในช่วงเวลานั้น เช่นเดียวกับเรื่องอื่น ๆ ในชีวิต บางครั้งเราต้องไว้ใจเพื่อความสบายใจของตัวเอง ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น มองข้ามปัญหาไม่เก็บเอามาคิดเพื่อความสบายใจและใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข”

ซึ่งตอนแรกที่อ่าน ก็แอบรู้สึกละว่า ข้อคิดกระจัดกระจายจัง แถมยังไม่มีอะไรแปลกใหม่เท่าไหร่เลย ที่พูดมาทั้งหมดก็ชอบแค่ คนขับรถเป็นสัญลักษณ์ของความไว้ใจ แต่ก็โอเค พยายามเปิดใจ ไม่ด่วนตัดสิน ก็คิดว่าเขาอาจมีวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจก็ได้กระมัง

พอมาดูแล้ว~ ผลก็ปรากฏออกมาว่า… (นั่ง pause ถอนหายใจใหญ่ ๆ) อืมมมม…. หนังเรื่องนี้ไม่ต้องหวังมากแต่แรกน่ะดีที่สุดแล้ว

ความรู้สึกหลังดู รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ (ไม่สปอยล์)

ต้องออกตัวก่อนว่า เราไม่ได้กำลังจะบอกว่าหนังมันแย่ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็จะไม่โกหกคนอ่านของเราว่าหนังมันดีหรือสนุก เอาเป็นว่า เราจะบอกว่า หนังมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด (แต่ก็ไม่ได้ดี)

ตอนดูเทรลเลอร์และอ่านเรื่องย่อ เรารู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ไอเดียน่าสนใจ และมี 18+ หน่อย ๆ เราก็อยากดู แต่พอมาดูจริง ๆ ความน่าสนใจหรือความชวนติดตาม มันมีแค่ช่วงครึ่งแรกเท่านั้น ซึ่งไอ้หนังช่วงแรกที่ว่านั้น มันก็มีเนื้อหาแทบจะเท่า ๆ กับในเทรลเลอร์

แต่พอหักโค้งมาครึ่งหลัง… หลังจากหนังเปลี่ยนคนขับรถจากปั้นจั่นมาเป็นศิตาแล้ว ความสนุกมันหายไป หนังมันตัดอารมณ์แล้วฉับ เหมือนเอามีดทื่อ ๆ ที่ไม่คมมาหั่นแตงกวา พูดง่าย ๆ คือการหักมุมหรือจุดเซอร์ไพรส์มันไม่ได้ wow คือเขาเล่าและเฉลยได้ไม่มีชั้นเชิง ยิ่งใครเคยดูงานของผู้กำกับคนนี้มาก่อน เดาทางไม่ยากเลย

นอกจากนี้ หนังเล่าทุกอย่างอย่างโจ่งแจ้ง ไม่น่าค้นหา ไม่ชวนติดตาม ไม่เหลือช่องว่างให้คนดูได้ใช้สมองคิดเลย (สรุป ดูจบสมองคนดูก็กลวงตามบทหนังกันไป) นอกจากนี้ หลาย ๆ อย่างก็ขาดความสมจริง คนดูอย่างเราดูแล้วเรายังไม่เชื่อ ไม่อิน ไม่เก๊ตฟีล

การกระทำหลายอย่างของตัวละคร โดยเฉพาะซีนบทสรุปตอนจบ มันยังไม่มีเหตุผลหรือแรงจูงใจที่มากพอ การกระทำบางอย่างก็ดูกลวง ๆ ทำให้…สุดท้าย… ตัวละครที่ควรดูฉลาดยังดูไม่ฉลาด ทั้งนี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาปูแบ็คกราวนด์ของตัวละครไม่ชัดเจน (หรือเพราะเราเข้าโรงเลทไป 5 นาที?

นางเอกเองก็ไม่มีเสน่ห์ ไม่น่าเอาใจช่วย บอกตรง ๆ ดูหนังจนจบแล้วเรายังจำหน้านางไม่ได้ (แต่ตัวจริงนางสวยอยู่นะ) ตัวละครสมทบหรือจิ๊กซอว์บางตัวก็ดูไม่จำเป็นเท่าที่ควร เช่น คนใช้สาวที่เอากับภูริในช่วงต้นเรื่อง กับ น้องเบล The Face Thailand หรือแม้กระทั่งคุณ อำภา ภูษิต ซึ่งรับบทเป็นแม่ของภูริในเรื่อง ก็ใช้ไม่คุ้มเลย

แล้วหากใครคาดหวังจะมาดูฉากอีโรติก ต้องเข้าใจก่อนว่า… เบื้องต้นหนังเรื่องนี้มันไม่ได้มีเยอะแบบแม่เบี้ยหรือหนังหม่อมเรื่องอื่น ๆ หวือหวา แต่ที่ต้องทำใจเพิ่มเติมคือ ฉากเซ็กส์มันไม่ได้แซ่บหรือหวือหวาอะไรเลย ไม่ได้มีเยอะด้วย (แต่บางฉากก็เห็น xxx เต็มตาจริง ๆ อยู่บ้าง) เลิฟซีนบางฉากนักแสดงนำก็ใช้สแตนด์อิน ยังดีที่พอได้เห็นหุ่น(และตูด)ของปั้นจั่นอยู่บ้างนิดนึงให้พอกระชุ่มกระชวย

อย่างน้อยที่สุด เราเห็นความตั้งใจของคนทำหนัง ทั้งเรื่องการถ่ายภาพ จัดสีจัดแสง คุมโทน ฯลฯ อย่างการจัดโลเกชั่นบ้านและสวน ดูตั้งใจมาก ประหนึ่งไปถ่ายในอิเกีย ตั้งใจเนี้ยบจนดูประดิษฐ์เกินกว่าจะดูเรียล รวมถึงความทุ่มสุดตัวของนักแสดงบางท่าน เราก็เห็นอย่างชัดเจน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ดูเหมือนความตั้งใจหรือความทุ่มเทอย่างเดียวมันอาจไม่พอสำหรับหนังนอกกระแสเรื่องนี้

หนังค่อนข้างเฉพาะกลุ่มมาก ๆ และเราไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเขา เราจึงขอให้คะแนนตามความชอบส่วนตัวที่ 4/10 แต่หากใครอยากไปลองก็รีบไปลอง มิฉะนั้นอาจเจอสปอยล์ได้ (หลบสปอยล์ดี ๆ) หนังเข้าโรงฉาย 29 มิถุนายน 2560 เฉพาะบางโรงภาพยนตร์ (เช็ครอบและโรงดี ๆ)

ป.ล. เกลียดการขับรถเอาหน้าเข้าซองของปั้นจั่น ถ้าเป็นคนขับรถที่บ้านนะ เจ้จะตัดเงินเดือน

 

 

ข้อมูลและรูปประกอบ: www.driverthefilm.com

Comments

comments






Previous Post
รีวิว 20th Century Women: เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก
Next Post
รีวิว Okja: โอคจา ซูเปอร์หมู(เกาหลี)



Kwanmanee Haemanurux
Movie Blogger | Essay Tutor






Enjoy this blog? Please spread the word :)