Cell เป็นหนังซอมบี้เรื่องล่าสุด สร้างจากนิยายของ Stephen King เจ้าพ่อนิยายสยองขวัญแห่งยุค นำแสดงโดย John Cusack (จาก 2012Love & Mercy), Samuel L. Jackson (จาก The AvengersThe Hateful Eight), และ Isabelle Fuhrman (จาก OrphanThe Hunger Games)

 

เรื่องย่อ Cell

Clay Riddell (John Cusack) นักวาดการ์ตูนผู้รอดจากไวรัสซอมบี้ระบาดจากคลื่นโทรศัพท์มือถือ เดินทางกลับไปหาภรรยาและลูกชายที่ New England โดยมี Tom McCourt (Samuel L. Jackson) คนขับรถไฟใต้ดิน และ Alice Maxwell (Isabelle Fuhrman) เด็กสาวเพื่อนบ้านเป็นผู้ร่วมชะตากรรม

 

 

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ Cell

Cell เป็นหนังซอมบี้และหนังโลกแตกที่ห่วยที่สุดเรื่องหนึ่งเท่าที่เคยดูมา ยอมรับว่าก่อนไปดูเราไม่อ่านรีวิวหรือดูเทรลเลอร์อันใดมาก่อนเลย แต่ค่อนข้างคาดหวังนิดนึงเพราะเห็นว่ามีนามปากกาของ Stephen King จ่าหัวหนังอยู่

จริง ๆ คอนเซ็ปต์ของ Cell ดูน่าสนใจมากนะ คนที่ใช้โทรศัพท์มือถือ ณ ขณะนั้นเท่านั้นที่จะติดเชื้อไวรัส ซึ่งแน่นอนว่ามนุษย์มากกว่า 80% ของโลกกลายเป็นซอมบี้ทันทีโดยไม่ต้องสงสัย (ซอมบี้ในเรื่องนี้ เรียกว่า Phoners คล้าย ๆ กับใน The Walking Dead ที่เรียก Walkers)

และเรื่องนี้ก็มีจุดที่เล่นได้อีก เพราะแตกต่างจากหนังซอมบี้หลายเรื่อง กล่าวคือในเรื่องอื่น ๆ เรามักจะรู้ที่มาที่ไปของไวรัสตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่เรื่องนี้มันไม่เคลียร์ แถมพฤติกรรมของซอมบี้ก็มีวิวัฒนาการได้ คือจริง ๆ ตามหลักมันก็ควรจะน่าติดตาม แต่มันกลับไม่น่าติดตาม

ช่วงที่สนุกที่สุดของหนังคือช่วงฉากเปิดเรื่องหรือซีนในสนามบิน Boston แต่หลังจากนั้นเป็นต้นไป วิบัติมาก ดำเนินเรื่องเรื่อยเปื่อย ไม่น่าสนใจ แม้แต่นักแสดงนำซึ่งปกติก็ดูเหมือนเคยแสดงหนังได้ดีกว่านี้ก็ไม่รู้เป็นอะไร ดูน่าเบื่อไปหมด

ขออนุญาตเล่าแบบกึ่งสปอยล์ เพราะไม่ค่อยเชียร์ให้ใครเข้าไปดูในโรงซะเท่าไหร่อยู่แล้ว แต่สาบานว่าจะไม่สปอยล์พาร์ทสำคัญ ซึ่งหากใครไม่โอเค ก็ปิด เลิกอ่านได้ ณ ตั้งแต่บรรทัดนี้ได้เลย

ทุกการกระทำและทุกเหตุการณ์ในเรื่องดูเปล่าประโยชน์ เช่น ความรู้เรื่องระบบหรือแผนผังรถไฟใต้ดินของคนขับรถไฟก็ไม่เห็นเอามาใช้ประโยชน์ เหมือนให้สองนักแสดงนำมาเจอกันแล้วก็เดิน ๆ ๆ พอขึ้นไปที่พักพระเอก ก็ไปเพื่อนอน ตั้งหลัก และเจอสาวเพื่อนบ้าน พอออกไปก็ไปเอาปืนในบ้านที่แอนตี้ Gun Control ก็คือเข้าไปเอาแล้วจบไป เข้าไปโรงเรียนแห่งหนึ่งก็เหมือนเข้าไปค้างคืนและพยายามฆ่าซอมบี้ฝูงหนึ่งแล้วผ่านไป เข้าไปบาร์แห่งหนึ่งเพื่อไปค้างคืนแล้วสู้กับซอมบี้อีกยกหนึ่งแล้วผ่านไป

การตายของตัวละครต่าง ๆ ก็ดูตายแล้วตายเลย ไม่สร้างความรู้สึกอะไรทั้งสิ้นกับคนดู ดีไม่ดี เราแอบพูดกับไอ้ตัวละครที่ตายนั่นเสียอีกด้วยซ้ำว่า “เออ ตายจากไอ้หนังงี่เง่าไปเนี่ยน่ะดีแล้ว ต่อให้อยู่ต่อจนจบเรื่อง คนก็ไม่จดจำ” ซึ่งมันก็จริงจริง ๆ นะ ไอ้ตัวละครที่เราไม่เห็นว่ามันตาย มันก็จากหายไปเลย เหมือนถูกทอดทิ้ง เป็นตอนจบที่เหมือนจะหักมุมมั้งนะ แต่ก็เป็นตอนจบที่ไม่ปังเลย และอีกหลาย ๆ ประเด็นก็ไม่ได้รับการเฉลย

โดยสรุป คะแนนตามความชอบส่วนตัวขอให้แค่ 4/10 คือสอบตกนะ มันไม่สนุกจริง ๆ หนังเข้าฉาย 7 ก.ค. 2016 นี้ แต่ไม่แนะนำให้ไปดู ยกเว้นเป็นคอหนังซอมบี้ อยากไปล่าลิสต์หนังซอมบี้ให้หมดโลกก็ไปดูเอาขำ ๆ ได้ หนังยาวแค่ 1 ชั่วโมง 38 นาที จบ.

 

 

ป.ล. เอาจริง เหมือนมี metaphor เยอะ เช่น เสื้อฮู้ดสีแดง เสาโทรศัพท์ ความฝันพระเอก หรือการเดินจงกรมของซอมบี้ แต่เนื่องจากมันทำออกมาน่าเบื่อ มันดูไม่ตั้งใจจะสื่อกับคนดูอย่างเรา เราเลยขี้เกียจจะทำความเข้าใจ ลาก่อน