บล็อกนี้เป็น Part 2 ต่อจาก Catching Fire : Film and Book Differences (Part 1) ซึ่งพาร์ทนี้จะเป็นเรื่องราวหลังจาก Katniss ทราบแล้วว่า ตัวเองต้องกลับไปแข่ง The Hunger Games อีกครั้ง พร้อมกับ Peeta หรือ Haymitch คนใดคนหนึ่ง

 

1. The Preparation for the Quarter Quell

  • หลังจาก President Snow ประกาศเปิดเทศกาล The Hunger Games ครั้งที่ 75 ว่า The Quarter Quell ครั้งที่ 3 นี้มีกติกาพิเศษว่าจะจับฉลากจากเหล่า Victors ที่ยังมีชีวิตอยู่ ในหนังสือเราจะเห็นว่า Peeta ฟิตมาก เริ่มจากเทเหล้าของ Haymitch ทิ้งหมดบ้าน และไปสั่งให้ Ripper ห้ามขายเหล้าให้ Haymitch หรือ Katniss โดยเด็ดขาด (ในหนังสือ Katniss เมากับ Haymitch ด้วยในคืนที่รู้ว่าตัวเองต้องกลับไปอยู่ในเกมอีกครั้ง) เพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อมกับเกมแบบมืออาชีพ โดยออกปฏิบัติการเพิ่มน้ำหนัก ออกกำลังกายทุกเช้า และฝึกซ้อมการต่อสู้ทุกบ่าย

  • Katniss ก็สอนทั้งสองหนุ่มปีนต้นไม้ด้วย แล้วทุกคนรอบตัว Katniss ต่างก็มีส่วนช่วยด้วยหมดเลย แม่ของ Katniss จัดอาหารพิเศษเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้ทุกคน Prim ก็คอยช่วยรักษาเวลามีใครเจ็บปวดกล้ามเนื้อจากการฟิตร่างกาย Madge ก็แอบขโมยหนังสือพิมพ์ของ Capitol จากห้องทำงานพ่อมาให้พวก Katniss อ่าน แม้แต่ Gale ที่หมันไส้ขี้หน้า Peeta ยังมาสอน Peeta กับ Haymitch ทำกับดักล่าเหยื่อด้วย

  • Effie ส่งเทปบันทึกการแข่งขันปีเก่า ๆ จาก Capitol มาให้ทั้งสาม โดยคัดเฉพาะเทปที่ Victors ปีนั้น ๆ ยังมีชีวิตอยู่ (ซึ่งเหลือ 59 คน จาก 74 ปี) ส่วนใหญ่เป็น tributes จาก District 1, 2, และ 4 (ซึ่งเป็นกลุ่ม Careers) ทั้งสามไล่ดูเทป พร้อมทำ Short Notes อย่างละเอียด เพื่อเรียนรู้ว่า Victor แต่ละคนเป็นยังไง สู้แบบไหน และชนะได้อย่างไร

 

 

2. Finnick District 4

  • ในหนังบอกแค่ Finnick จาก District 4 เป็น Victor ที่อายุน้อยที่สุด เมื่อ 10 ปีก่อน เขาชนะการแข่งขันทั้งที่อายุแค่ 14 ปี แต่ในหนังสือบรรยายด้วยว่า ด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา Finnick เป็นขวัญใจประชาชน ได้รับอาหารและหยูกยาไม่เคยขาด แต่ที่ทำให้เขาชนะได้คือของขวัญที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์จาก sponsor ของเขา นั่นคือ ฉมวกสามง่าม (trident) ที่สองมือเขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เกิด

  • หลังจาก Finnick เป็น Victor เขาก็ไม่เคยหาผลประโยชน์กับบรรดาแฟนคลับ เขาดื้อรั้น ปลีกตัว และไม่เคยกลับมาเหยียบการแข่งขันปีต่อ ๆ มาอีกเลย

  • ป้า Mags หญิงชราจาก District 4 อายุปาไป 80 แล้ว และเป็นโรค stroke อีกด้วย (ประมาณว่าความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองแตก) ทำให้พูดไม่ค่อยเป็นคำ แต่ที่ Katniss ตัดสินใจเอาป้า Mags เข้าร่วมทีม เพราะเธอชอบ Mags ที่อาสามาแทน Annie Cresta ซึ่งเป็นโรคฮิสทีเรีย เช่นเดียวกับที่ Katniss อาสามาแทน Prim (ต่อมา Katniss มารู้อีกด้วยว่า Annie Cresta เป็นคนรักของ Finnick และป้า Mags ก็เคยเป็น mentor ให้ Finnick เหมือนที่ Haymitch เป็นพี่เลี้ยงของ Peeta กับ Katniss ด้วย)

  • Annie คนรักของ Finnick เป็นแชมป์เมื่อ 5 ปีก่อน เป็นปีที่มีแผ่นดินไหวทั้งประเทศ แผ่นดินไหวทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ใน arena และแน่นอน Annie ซึ่งมาจาก District 4 เป็น tribute ที่ว่ายน้ำแข็งที่สุดใน arena เธอจึงชนะเกมในปีนั้นในที่สุด

  • จริง ๆ tribute ฝ่ายชายที่มาจากเขต 4 เช่นเดียวกับ Annie ก็ว่ายน้ำแข็ง แต่ tribute คนนั้นตายก่อนจะเกิดแผ่นดินไหว การเห็นเพื่อนถูกตัดหัวตายคาที่ต่อหน้าต่อตา ทำให้ Annie กลายเป็นเป็นบ้าและเป็นโรคฮิสทีเรียแต่นั้นมา

  • ส่วนที่ Katniss แทบไม่เคยรู้จัก Annie มาก่อนเลย เพราะในปีนั้น พ่อของ Katniss ก็เสียชีวิตในเหตุการณ์เหมืองถล่มเพราะแผ่นดินไหวนั้นเหมือนกัน เธอจึงไม่มีเวลามาสนใจข่าวสารเกี่ยวกับเกมบ้า ๆ นี่

 

 

3. Training

  • ปีนี้ต่างกับปีแรกของ Peeta กับ Katniss ตรงที่วันแรกของการ Training มีแต่ tributes ลงมาฝึกซ้อมเลท สิบโมงเช้าคือเวลานัด กลับมี tributes แค่สิบคนที่ถึงแล้ว (ไม่ถึงครึ่งเลย) ในขณะที่ปีที่แล้ว… ปีที่ tributes ทุกคนต่างถูกส่งมาสนามเป็นครั้งแรก… ทุกคนล้วนแต่ลงมาเทรนกันก่อนเวลา ขนาด Peeta กับ Katniss ไปถึง Training Center ตรงเวลาเป๊ะ ๆ พวกเขายังไปถึงเป็นคู่สุดท้าย

  • Katniss ได้ตกผลึกว่า ข้อเสียเปรียบของ District 12 คือ เด็ก ๆ ที่ถูกจับเป็น tributes นั้นแทบไม่มีทักษะใด ๆ เลย นอกจากความรู้ในห้องเรียน เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอดจริงๆ สายเกินไป

  • ถึงแม้เขต 12 จะเป็นเขตถ่านหิน แต่การทำงานในเหมืองถ่านหินจะทำได้ก็ต่อเมื่ออายุ 18 ปีบริบูรณ์เท่านั้น (ในขณะที่ระบบ Reaping เขาจับฉลากเลือก tributes จากกลุ่มเด็กอายุ 12-18 ปี) ส่วน District อื่น ๆ เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานในเขตตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เช่น Finnick ที่ใช้ฉมวกทำประมงมาแต่เล็ก หรือ Johanna ที่ใช้ขวานเป็นก่อนจะคลานเป็นเพราะเป็นเขตทำอุตสาหกรรมป่าไม้

  • อีกอย่างที่อยากบ่นคือ Johanna แก้ผ้าบ่อยมาก แม้แต่ตอนอยู่ใน Training Center ก็ยังจะเปลือย นางคงเมายาจริง ๆ จ้า

  • ในหนัง เราอาจเห็น tribute จาก District 6 ที่เมา morphling พุ่งออกมาช่วย Peeta จากฝูงลิงแล้วตัวเองตายเองอย่างงง ๆ แต่ในหนังสือ เราจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง Peeta กับ the morphlings ตั้งแต่ใน Training Center โดยพวกเขาเริ่มคุ้นเคยกันในฐานการอำพรางตัว (The camouflage station)

  • Johanna และ tributes แทบทุกคนตั้งฉายา (เชิงล้อเลียน) ให้ Wiress กับ Beetee สองเนิร์ดจาก District 3 ว่า Nuts กับ Volts ตามลำดับ

  • Beetee ชนะการแข่งขันในปีตัวเองโดยการทำกับดักไฟฟ้าจากลวดโลหะ หรือ wire เพียงเส้นเดียว ส่วน Wiress ก็มีเซนส์ มักมีสัญชาตญาณหยั่งรู้ล่วงหน้าก่อนคนอื่น เหมือนนก canary ของ District 12 ที่ถูกเลี้ยงไว้ในเหมืองถ่านหิน นกประเภทนี้จะร้องเพลงตลอดเวลา ถ้ามันหยุดร้องและตายเมื่อไร เป็นสัญญาณว่าอากาศในเหมืองเริ่มไม่ดีละ คนต้องรีบอพยพออกไป

  • ใน Training Center นอกจากป้า Mags จะสอน Katniss ทำเบ็ดตกปลาอย่างที่เราเห็นในหนังแล้ว Finnick ยังสอน Katniss ใช้ฉมวกด้วย เป็นการแลกกับให้ Katniss สอนยิงธนูเบื้องต้น ในหนังสือบรรยายด้วยว่าตอนนั้น Katniss ก็เริ่มชอบ Finnick ขึ้นมานิด ๆ แล้ว (แต่ไม่ได้ชอบเชิงชู้สาวนะ คือ Katniss สัมผัสได้ว่า Finnick เป็นคนดี อะไรประมาณนั้น)

  • ส่วนฉาก Katniss ซ้อมยิงธนูใน Training Center นั้น ในหนังสือบรรยายว่า Tax ซึ่งเป็นเทรนเนอร์ประจำฐานนั้น ปล่อยนกปลอมออกมาบินให้ Katniss ยิง เพราะเห็นว่า เป้านิ่งมันน่าเบื่อเกินไปสำหรับ Katniss แต่ในหนังจะแตกต่างออกไป หนังคงกลัวว่าเป้านกปลอมจะน่าเบื่อเกินไปสำหรับคนดู เลยทำเป้ายิงแบบดิจิทัลไฮเทคให้ Katniss ยิงอย่างที่เราเห็นกันในหนัง

 

 

4. The Private Session

  • ใน Private Session ที่แต่ละ tribute มีเวลา 15 นาที ในการแสดงทักษะความสามารถอะไรก็ได้ให้เหล่า Gamemakers ดู เราเห็นในหนังแค่ว่า ขณะที่ Peeta กำลังออกจากห้อง Katniss เดินเข้าไป ทั้งคู่สวนกันพอดีแต่ไม่ได้พูดอะไร แล้ว Katniss ก็ได้เห็นภาพวาดของ Rue ที่ Peeta วาดบนพื้นห้องแบบเต็มตา ทำให้เธอเกิด inspiration ทำ Dummy ของ Seneca Crane (Head Gamemaker คนเก่า) บ้าง คือกะเอาให้ใหญ่กว่า Peeta ไปเลย

  • ในขณะที่ในหนังสือแตกต่างออกไป Katniss ต้องรอกว่า 40 นาทีกว่าจะถูกเรียกให้เข้าไป เพราะพวกนั้นใช้เวลาเช็ดล้างผลงานจิตกรรมของ Peeta อยู่ ดังนั้น ตอน Katniss เข้าไป จึงไม่ได้เห็นภาพวาดของ Peeta แล้ว หลงเหลือแต่กลิ่นน้ำยาล้างเตะจมูกและมีเสื่อผืนใหญ่ปูอยู่ที่กลางห้อง พวก Gamemakers ก็ดูสีหน้าหงุดหงิดผิดปกติ ทำให้ Katniss สงสัยว่า Peeta ทำอะไรให้พวกเขาโกรธแน่ ๆ แล้ว Katniss ไม่อยากให้พวกเขาไม่ชอบหน้า Peeta เธอจึงตัดสินใจทำหุ่น Serena Crane (Head Gamemaker คนเก่า) แขวนคอ และบอกว่ามาโชว์ “my new knot-typing skills” เพื่อดึงให้ Gamemakers หันมาโกรธเกลียดเธอแทนโกรธเกลียด Peeta และเป็นการบอกเป็นนัย ๆ ให้พวกเขาเห็นด้วยว่า เธอเป็นมากกว่าเครื่องมือในเกมบ้า ๆ ของพวกเขา

  • Katniss ได้สร้างประวัติศาสตร์ได้ Private Session ศูนย์คะแนนถ้วน เป็นปีแรกของการแข่งขัน The Hunger Games

 

 

5. The Wedding Dress

  • Cinna ออกแบบชุดแต่งงานของ Katniss ไว้จำนวนสองโหล แต่ชุดที่สุดท้าย Katniss ต้องใส่ คือชุดที่ชนะเสียงโหวตจากชาว Capitol ทั้งเมือง จากที่ Katniss บรรยายในหนังสือ ชุดแต่งงานที่ Katniss ใส่ขึ้นเวทีรายการสัมภาษณ์ น่าจะไม่สวยอลังการแบบในหนังนัก แม้แต่ Finnick กับ Johanna ยังยี๋เลย แต่ Katniss ก็ต้องใส่ชุดนั้น เพราะเป็นชุดที่ชนะการโหวต และ President Snow ก็ยืนกรานบังคับให้ใส่

  • ส่วนชุดที่เปลี่ยนเป็น Mockingjay หลังการหมุนตัว ชุดในหนังสือเหมือนจะมีปีกสีขาว ไม่ใช่สีดำทะมึนปนเทาเข้มทั้งตัวแบบในหนัง นอกจากนี้ชุดหลังนี้เป็นชุดที่ Katniss ช่วยออกแบบเอง แตกต่างตรงที่ Cinna ทำให้ชุดเป็นสีดำถ่าน และตัดเย็บจากขนนกเล็ก ๆ จนกลายเป็นนก Mockingjay โดยสมบูรณ์ (และส่งผลให้ Cinna ถูกสั่งเก็บต่อหน้าต่อตา Katniss ก่อนเข้าสู่สนามแข่งขัน)

 

 

6. The Cornucopia and The Salt Water

  • หลังการปล่อยตัวขึ้นไปใน arena แล้ว ภาพแรกที่ทุก ๆ tributes เห็นคือตัวเองกำลังอยู่ท่ามกลางแหล่งน้ำขนาดใหญ่ หันไปทิศไหนก็เป็นน้ำเค็ม แปลว่า การที่จะไปถึงเกาะอันเป็นที่ตั้งของ The Cornucopia เพื่อเอาอาวุธและเสบียงได้นั้น ทุกคนต้องว่ายน้ำข้ามไปประมาณ 20-40 เมตร

  • สาเหตุที่ Gamemakers เลือกจุดปล่อยตัวให้เป็นลักษณะล้อมรอบไปด้วยน้ำแบบนี้ ก็เพราะเขาต้องการจะสื่ออย่างมีนัยยะว่า “This is no place for a girl on fire.

  • แต่ปัญหาคือ ตามในหนังสือ tributes ส่วนใหญ่ต้องว่ายน้ำไม่เป็น คือที่เขตจะไม่มีที่ให้ว่าย แม้แต่ใน Training Center ก็ยังไม่มีสระว่ายน้ำให้เรียนรู้ฝึกว่าย ยกเว้นก็แต่ Districts ที่มีแหล่งน้ำจริงถึงจะว่ายน้ำเป็น เช่น District 4 ที่ประชากรทุกคนจะว่ายน้ำแข็ง เพราะอยู่กับทะเลมาตั้งแต่เกิด

  • ส่วน Katniss ก็พอว่ายเป็นเพราะเคยไปว่ายในทะเลสาบที่พ่อค้นพบตั้งแต่เด็ก (Finnick ก็งงที่ Katniss ว่ายน้ำได้ ยังถามเลยว่า “Where did you learn that in District 12?“)

  • เข็มขัดที่มากับชุดของ tributes ทุกคน มีคุณสมบัติเป็นทุ่นลอยน้ำได้ คล้ายๆ โฟม (ช่วยให้ไม่จม แต่ต้องถีบตัวไปข้างหน้าเอง) โดย Beetee ฉลาดเป็นคนแรก ๆ ที่ค้นพบคุณสมบัตินี้ของเข็มขัด

  • ความยากอีกอย่างคือ ปกติ The Cornucopia ต้องมีทั้งอาวุธและเสบียง แต่ปีนี้มีแต่อาวุธ ไม่มีเสบียงใดใด แม้แต่น้ำดื่ม

 

 

7. The Alliance

  • ขณะที่ Katniss กับ Finnick กำลังโกยอาวุธและพยายามจัดการกับพวก Careers ที่กำลังกระเสือกกระสนว่ายน้ำมาที่ The Cornucopia อยู่นั้น Peeta ยังคงยืนอยู่ที่ plate ปล่อยตัวเพราะว่ายน้ำไม่เป็น Katniss จะกลับไปช่วย แต่ Finnick อาสาไปเอง และย้ำ Katniss ด้วยว่าแกท้องอยู่นะ (ในหนัง เรื่องที่ Katniss ท้องอันตรธานหายไปเลยตลอดเรื่อง ประหนึ่ง Peeta ไม่เคยใช้มุก Katniss ท้องมาก่อน แต่ในหนังสือ Finnick จะช่วยดึงสติย้ำเรื่องท้องอยู่เรื่อย ๆ)

  • ส่วนป้า Mags ก็ค่อย ๆ ตะเกียกตะกายว่ายมาหา Katniss (ถึง Mags จะแก่ แต่นางก็ว่ายน้ำมาตลอด 80 ปีนะ อย่าลืม)

  • จุดสำคัญอีกจุดคือ ถ้าจำกันได้ ทีมแคตนิสจะมีไอเท็มสีทองเป็นสัญลักษณ์ของทีมกันคนละชิ้น กำไลสีทอง (gold bangle) ที่ Finnick ใส่มาในสนามแข่งด้วยนั้น เป็นไอเท็มของ Haymitch ซึ่ง Haymitch เป็นคนตั้งใจให้ Finnick เอามาใส่เอง เพื่อเป็นสัญญาณและเป็นคำสั่งกลาย ๆ กับ Katniss ว่า “ต้องเชื่อใจ Finnick นะ” (Finnick รู้แผนการชิงตัวทั้งหมดแต่แรกแล้ว)

  • Katniss รู้เรื่องสนามแม่เหล็ก (force field) ตั้งแต่ช่วง Training เพราะ Beetee กับ Wiress บอก แต่ Katniss จำเป็นต้องโกหก Peeta กับ Finnick ไปว่า หูข้างที่เสียของเธอได้ยินมัน (หูข้างซ้ายของเธอเสียระหว่างการแข่งขันปีที่แล้ว ตอนที่เธอไประเบิดเสบียงของพวก Careers แต่ได้รับการรักษาโดยหมอของ Capitol แล้ว)

  • สาเหตุที่ Katniss ต้องโกหก Peeta กับ Finnick ก็เพราะกลัวว่า Gamemakers จะแอบดักฟังบทสนทนาของพวกเธออยู่ แล้วจะเปลี่ยนแปลงกลสนามแม่เหล็กถ้าพวกเขารู้ว่าเธอทันเกม

  • Katniss ยิง Rat tree มาได้ แต่พวกเธอไม่ก่อกองไฟ เพราะอันตรายเกินไป พวกเธอจึงทำอาหารให้สุกโดยการย่างเกรียมกับสนามแม่เหล็ก (เป็นไอเดียของ Peeta)

  • ตอนแรกที่ได้ก๊อกน้ำ (spile / tap) มาจาก Haymitch ผู้แสนฉลาด ทุกคนยังงงงวย เพราะไม่มีใครรู้จักก๊อกแบบนี้เลย คือไม่ได้เห็นปุ๊บอ๋อปั๊บเหมือนในหนัง หากแต่ต้องใช้เวลาและพยายามอยู่นานมากกว่าจะนึกได้ว่ามันใช้ทำอะไร โดย Katniss มานึกได้ เพราะเคยเห็นพ่อใช้ตอนไปล่าสัตว์สมัยเด็กๆ

 

 

8. The Sacrifice

  • หมอกพิษไม่ได้มีผลทำให้ผิวหนังไหม้พุพองเท่านั้น แต่ยังทำลายระบบประสาทให้หลอนหรือเบลอด้วย ฉากนี้ในหนังสือ Peeta ล้มตั้งแต่แรก ๆ ที่เริ่มวิ่ง (เพราะในหนังสือเขาใส่ขาเทียม) Finnick ช่วยแบกเขา และให้ Katniss ช่วยแบก Mags แทนเขา

  • ตอนแรก Katniss แอบใจวูบนิดนึง เพราะจริง ๆ Katniss ในหนังสือเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ไม่ได้สูงใหญ่อย่าง Jennifer Lawrence และเธอก็แบก Mags ไปได้ไม่เท่าไหร่ก็พากันล้ม เธอจึงถาม Finnick ว่าแบกทั้ง Peeta และ Mags ไปก่อนได้มั้ย แต่ Finnick แบกทั้งสองคนไม่ไหวเพราะแขนเขาก็เจ็บอยู่ด้วย

  • ฉากที่ต้องเลือกว่า Finnick จะแบกใคร ในหนังสือนี้ Finnick เป็นคนหันไปพูดกับ Mags ทั้งน้ำตาเองว่า “I’m sorry, Mags. I can’t do it.” แล้วป้า Mags ก็จูบ Finnick ก่อนจะเดินเข้าไปหาพงหมอกพิษนั้นเอง โดยที่ Finnick ไม่ได้ฟูมฟายร้องห้าม Mags เหมือนในหนัง หันไปเดินหน้าต่อก่อน Katniss ด้วยซ้ำ ประหนึ่งเขากับ Mags ตกลงกันไว้ก่อนหน้าแล้วว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้น ให้เลือกช่วยชีวิต Peeta กับ Katniss ก่อนเสมอ

  • แผลจากหมอกพิษ ถึงแม้จุ่มน้ำแล้วจะดีขึ้น ไม่แสบไม่เจ็บ แต่ก็คันคะเยอเอาเรื่อง Haymitch จึงส่ง sponsor มาให้อีกอัน เป็นยาแก้คัน และยังได้ sponsor อีกอัน เป็นขนมปังจาก District 4 (พิจารณาจากสาหร่าย seaweed ที่อยู่บนขนมปัง)

  • ส่วนฉากที่ morphing จาก District 6 สละชีวิตพุ่งออกมาช่วย Peeta จากฝูงลิง จนตัวเองถูกขย้ำตายซะเองนั้น ในหนังสือมีเวลาให้ร่ำลากันก่อนตายมากกว่าในหนัง ร่ำลานานขนาดที่ Peeta เล่าเรื่องให้เธอฟังก่อนสิ้นลมหายใจได้

 

 

9. Tick, Tok

  • Johanna ยอมพา Beetee กับ Wiress มาหา Katniss ด้วย เพราะ Haymitch ไปหลอก Johanna ว่า เป็นความประสงค์ของ Katniss ว่า ถ้านางจะต้องมาร่วมทีมกับ Katniss ก็ให้พาสองเนิร์ดนี้มาด้วย (ตอน Johanna บอก Katniss ก็งงนะว่ากูไปพูดแบบนั้นตอนไหน แต่ก็เออออตามน้ำไป)

  • เผื่อใครตามไม่ทันในหนัง ตอนที่ Katniss ไขปริศนา Tick, tock ได้ เรามาทบทวนพร้อมกันตามในหนังสือ สรุปง่าย ๆ คือ ใน arena ซึ่งเป็นโดมลักษณะกลม ๆ ถูกแบ่งเป็น 12 section แต่ละชั่วโมงจะเกิดมหันตภัยขึ้นในแต่ละ section ตามลำดับเข็มนาฬิกา ดังนี้

    • 12-1 lightning
    • 1-2 blood rain
    • 2-3 fog
    • 3-4 monkey
    • 4-5 Jabberjay
    • 6-7 beast
    • 7-8, 8-9, 9-10 unknown
    • 10-11 wave
    • 11-12 insect
  • เนื่องจากทุกอย่างมันเริ่มต้นที่ midnight ทำให้ Katniss นึกถึงคำพูดของ Plutach Haevensbee ที่บอกเธอในคืนเต้นรำว่า “It starts at midnight.” ซึ่งเธอมั่นใจว่านั่นต้องเป็นคำใบ้เกี่ยวกับ arena นี้แน่ ๆ

  • Plutach ยอมรับในตอนจบว่า ตอนเต้นรำคือตั้งใจใบ้กับ Katniss จริง ๆ แต่ตอนนั้นใบ้กับ Katniss เพราะคิดว่า Katniss จะได้เป็น mentor ให้ tribute คนใหม่ของเขต คือตอนพูดนั้น เขาก็ยังไม่คิดมาก่อนเหมือนกันว่า Katniss จะต้องกลับมาเป็น tribute เองอีกครั้ง แผนนั้นมันเกิดมาทีหลังอีกที

 

 

10. Peeta

  • Katniss เริ่มค่อย ๆ สังเกตว่า ทุกคนพยายามช่วยชีวิต Peeta ก่อนชีวิตของตัวเอง เช่น Finnick ที่ว่ายน้ำไปรับ Peeta, ช่วยปั๊มหัวใจและผายปอดให้ Peeta หลังถูกสนามแม่เหล็กช็อต, และยังเลือกช่วย Peeta จากหอกของ Brutas จนตัวเองขาบาดเจ็บจากคมมีดของ Enobaria แล้วแม้แต่ morphling ก็ยอมถูกลิงขย้ำแทน Peeta, ป้า Mags ก็สละชีพเข้าไปในหมอกพิษ เพื่อให้ Finnick เหลือ Peeta เป็นภาระให้แบกเพียงคนเดียว, และยังจะ Johanna อีกคนที่รั้งให้ Peeta อยู่ที่ชายหาด อ้างว่าอยากให้ Peeta อยู่ช่วยเธอทบทวนแผนผังนาฬิกาอีกรอบ แทนที่จะปล่อย Peeta ไปหาน้ำดื่มในป่ากับ Katniss & Finnick ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นเพราะเธอรู้ดีว่าเข้าไปในป่าอันตรายกว่าอยู่ที่ชายหาด

  • ทั้งหมดนี้ Katniss ประมวลผลได้ว่า Peeta คือบุคคลสำคัญที่ควรเหลือรอดหากมีการปฏิวัติเกิดขึ้น เพราะ Peeta มีคุณสมบัติที่คนอื่นไม่มี เป็นพรสวรรค์ของคนที่ควรจะเป็นผู้นำพึงมี นั่นก็คือ Peeta สามารถโน้มน้าวคนอื่นด้วยคำพูดไม่กี่คำ ขนาดประชาชนใน Capitol ก็ยังเชื่อเขา เขาเป็นขวัญใจประชาชน คำพูดของเขาจะเป็นพลังขับเคลื่อนมวลชน และพลิกสถานการณ์ทั้งประเทศได้แม้เพียงด้วยประโยคง่าย ๆ เท่านั้น

 

 

 

11. The Jabberjays

  • ขณะที่ Katniss กับ Finnick ไปหาน้ำดื่มในป่า Katniss ได้ยินเสียง Prim ร้องเรียกให้ช่วย ซึ่งตามที่ในหนังเฉลย มันคือเสียงของนก Jabberjay แต่ Katnissในหนังสือฉลาดไวกว่า Katniss ในหนัง เธอระลึกได้ว่านั่นไม่ใช่เสียงของน้องสาว เธอจึงยิงธนูฝังไปที่คอนกเจ้าปัญหาตายคาที่

  • ทีนี้คิว Finnick โดนนกลวงบ้าง เขาได้ยินเสียง Annie ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นเสียงนก แต่เขาก็เสียสติอยู่ดี เพราะเชื่อว่าแฟนต้องถูกจับมาทรมาน นกจึงไปจำเสียงร้องทรมานของเธอมาร้องแบบนี้ได้ ทีนี้พอ Finnick เริ่มสงบ นกก็เลียนเสียง Gale ขึ้นมาให้ Katniss สติหลุดอีกรอบ

  • สรุปคือ Katniss กับ Finnick ผลัดกันสติหลุด ผลัดกันปลอบ จนในที่สุดทั้งคู่ก็ต้องยอมแพ้ และตระหนักได้ว่าตัวเองอยู่ใน section ที่มี Jabberjay เป็นอาวุธทำลาย tributes

  • ที่หนักกว่านั้น ยังมีกำแพงล่องหนกั้นระหว่างโซนที่ทั้งคู่อยู่กับโซนที่พวก Peeta รออยู่ริมหาด ไม่มีใครทำอะไรได้ นอกจากอดทนจนกว่าจะหมดชั่วโมงนั้นไป

  • ภายหลัง Beetee ได้อธิบายว่า พวก Gamemakers สามารถเอาเสียงของ Prim, Annie, หรือ Gale มาจากตอนสัมภาษณ์หรือตอนใดก็ได้ แล้วเอามาดัดแปลงเองได้ไม่ยาก โดยไม่จำเป็นต้องจับพวกเขามาทรมานอย่างที่ Katniss กับ Finnick กังวล เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่ District 3 ของ Beetee สอนในโรงเรียนตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว

  • นอกจากนี้ Peeta ช่วยเสริมความมั่นใจให้ Katniss อีกด้วยว่า Prim เป็นขวัญใจของชาว Capitol ดังนั้นพวก Gamemakers หรือแม้แต่ President Snow เองก็ไม่กล้าทำอะไรกับเธอหรอก แต่ในหนังเป็น Johanna บอก

  • หลังจาก Katniss กับ Finnick ล้มเหลวกับการหาน้ำดื่ม Johanna เลยอาสาไปหาน้ำดื่มให้เอง Katniss จะรั้งเธอไว้ แต่ Johanna บอกว่า พวกนกบ้านั่นทำอะไรเธอไม่ได้หรอก เพราะเธอไม่เหลือคนที่เธอรักอยู่บนโลกนี้แล้ว

 

 

12. The Code

  • ทีมของ Katniss ได้รับขนมปังโรลจำนวนมากตลอด รอบแรกเป็นสปอนเซอร์จาก District 3 ซึ่ง Finnick ตั้งใจนับจำนวนขนมปังอย่างมาก Katniss ไม่เข้าใจว่าทำไม Finnick ต้องจดจ่อและซีเรียสขนาดนั้นกับอีแค่เรื่องแบ่งขนมปัง
  • Finnick นับขนมปังรอบแรกได้ 24 โรล รอบสองกับรอบสามก็ยังเป็นขนมปัง 24 โรล จาก District 3 เหมือนเดิม แต่รอบสามนี้มี spicy red sauce พิเศษเพิ่มเติมมาด้วย
  • ตอนจบของหนัง เฉลยว่า ขนมปังพวกนี้เป็นรหัสลับบอกวันเวลาว่าพวก Haymitch จะมาช่วยเมื่อไหร่

 

 

 

13. Remember who the enemy is

  • ในหนังสือ Beetee ให้ Katniss กับ Johanna เป็นคนลาก wire ไปหย่อนน้ำ เพราะทั้งสองเดินป่าไวที่สุดในบรรดาทุกคน และห้าม Peeta ไม่ให้ตามไป ด้วยเหตุผลอ้างว่า Peeta ช้า (เพราะขาเทียมอีกนั่นแหละ) ไม่ได้อ้างว่าต้องการมืออาชีพอย่างน้อยสองคนคอยปกป้องเขาเหมือนในหนัง

  • ตอนที่ถูกตัดสาย wire ในหนังสือ Johanna ทำกับ Katniss เหมือนในหนัง แต่เพิ่มเติมคือ เอาเลือดละเลงหน้า Katniss ด้วย พอ Brutas กับ Enobaria วิ่งมาถึงตัวเธอ ไม่มีใครสนใจ Katniss เพราะเห็นว่าอยู่ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตาย (ด้วยผลงานของ Johanna) แล้ววิ่งตาม Johanna ไปแทน

  • Katniss วิ่งกลับมาที่ต้นไม้ พบว่า Peeta ไม่อยู่แล้ว เหลือแต่ Beetee นอนหมดสติอยู่ ในหนัง Katniss จะมีฉากพูดกับ Finnick โดยลำพัง แต่ในหนังสือ Finnick โผล่กลับมาพร้อมกับ Enobaria (ผู้หญิงที่ตอนแรกอยู่กับ Brutas) และ Katniss ก็ซ่อนตัวไม่ให้ Finnick เห็น แล้วเล็งธนูไปที่ทั้งคู่

  • ส่วนคำพูดว่าRemember who the enemy is,” ที่ Finnick พูดในหนังเพื่อเตือนสติ Katniss นั้น ในหนังสือ Finnick ไม่ได้พูดเลย แต่ Katniss ระลึกขึ้นมาได้เอง ประโยคนี้เป็นประโยคแนะนำคำสุดท้ายที่ Haymitch พูดไว้ก่อนเธอถูกส่งมาที่นี่

 

 

14. The Rescue

  • ฉากสุดท้ายคือฉากบนยานหลัง Katniss ฟื้น ในหนังสือบอกละเอียดกว่าในหนัง แต่รวม ๆ ก็ไม่ต่างกันมาก โดยสรุปคร่าว ๆ คือ พวกนั้นวางแผนจะพาตัว Katniss ออกจาก arena อยู่แล้ว คนที่ร่วมมือมี District 3, 4, 6, 7, 8 และ 11 ส่วน Plutach ก็เป็นสมาชิกกบฏใต้ดินอย่างลับ ๆ มาหลายปีแล้ว และตั้งใจใส่ให้มี wire ไปวางไว้ในเกมเองแต่ต้น ส่วน Beetee ก็ได้รับคำสั่งจาก Plutach ว่าให้ทำให้สนามนี้มีช่องโหว่

  • ส่วนขนมปังที่ถูกส่งไปเป็นรหัสลับว่าพวกเขาจะมาช่วยตอนไหน (ขนมปังจาก District 3 คือวัน แปลว่าจะมาวันที่ 3 ส่วนจำนวนโรลคือชั่วโมง คือ 24)

  • แผนทั้งหมดนี้ทั้ง Peeta และ Katniss ต่างก็ไม่รู้ เพื่อความปลอดภัย

  • ซึ่งทั้งหมดนี้ในหนังไม่ค่อยพูดพร่ำยืดเยื้อเท่าในหนังสือ ทุกอย่างเป็นไปอย่างฉับ ๆ แป๊บ ๆ ตัดภาพมาที่ Katniss ตื่นมาเจอ Gale และ Gale ก็บอกว่า ไม่มี District 12 อีกแล้วนะ จบ.

 

 

READ MORE: